‘6 บัณฑิตป้ายแดง’ เผยเส้นทางสู่ความสำเร็จ ต้อง ‘เป็นมากกว่าวิศวกร’

อาชีพ “วิศวกร” ยังคงเป็นสายงานที่มีความต้องการสูงโดยเฉพาะประเทศไทย โดยคิดเป็น 13.42% ของความต้องการแรงงานทั้งประเทศ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในแต่ละปีมีคนรุ่นใหม่มุ่งสู่ถนนสายนี้จำนวนมาก โดยที่ผ่านมาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TSE) ได้ผลิต “ว่าที่วิศวกร” เพื่อให้ทันต่อความต้องการบุคลากรด้านวิศวกรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันนี้อมรินทร์ทีวี ออนไลน์ จะมาแบ่งปันเรื่องราวสุดเรียลของ “บัณฑิตป้ายแดง” กับ 6 มุมมองที่สะท้อนตัวตน ที่ต้อง “เป็นมากกว่าวิศวกร”

เป็นวิศวกรรุ่นใหม่ต้องใส่ใจสังคม
นางสาวณัฐชยา สุทธิกิตติบัตร (มิลค์) บัณฑิตจากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า เล่าว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปี ไม่ได้มีแต่ความรู้ด้านวิชาการ แต่ TSE ยังสอนให้มีความคิดที่ดีในหลายเรื่อง เช่น การไม่เห็นแก่ตัวหรือมองแต่ประโยชน์ของตัวเองเน้นการแบ่งปันความรู้ที่มีให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดจากความรัก ความเอาใจใส่จากเพื่อนในภาควิชา เพื่อนในคณะอาจารย์ทุกท่าน และเจ้าหน้าที่ทุกคน เราอยู่กันเป็นครอบครัว และในฐานะบัณฑิตของ TSE มีความสุขมาก ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวนี้

นางสาวณัฐชยา สุทธิกิตติบัตร (มิลค์) บัณฑิตจากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า

ปรับตัวให้ทันความเปลี่ยนแปลง
นายพศิน อุดมศักดิ์ (พูม) บัณฑิตจากโครงการวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตภาคภาษาอังกฤษ(วิศวกรรมเครื่องกล) บอกว่า  ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ท่ามกลางสังคมที่ดี ทำให้ความกังวลของเด็ก ม.ปลายคนหนึ่ง ที่เคยคิดว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยต้องกดดัน และต้องเผชิญกับความเครียดรอบตัว แต่เมื่อได้เข้ามาเรียนแล้ว กลับรู้สึกต่างออกไป เพราะการต้อนรับที่ดีจากบุคลากรหลายท่าน รุ่นพี่ และเพื่อนร่วมรุ่น ที่มีส่วนสำคัญให้สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

นายพศิน อุดมศักดิ์ (พูม) บัณฑิตจากโครงการวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตภาคภาษาอังกฤษ(วิศวกรรมเครื่องกล)

เส้นทางสู่การเป็นผู้ใหญ่ เริ่มต้นจากการให้เกียรติผู้อื่น
นางสาวสโรชา โปร่งจิต (จูน) บัณฑิตจากภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ บอกว่า ตลอดระยะเวลาที่ใช้ชีวิตในฐานะนักศึกษาของ TSE  ทำให้ได้รู้จักเพื่อนที่ดี อาจารย์ที่น่ารัก และประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาจากที่ไหนได้ ทุกคนปฏิบัติต่อกันเสมือนคนในครอบครัว ปฏิบัติต่อกันด้วยความเท่าเทียมเสมอภาค จึงรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจ มั่นใจว่าจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตการทำงานและชีวิตประจำวันได้อย่างแน่นอน

นางสาวสโรชา โปร่งจิต (จูน) บัณฑิตจากภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ

มีวินัยในการทำงานและคิดอย่างเป็นระบบ
นายกษิดิศ วจีไกรลาศ (ก้อง) บัณฑิตจากโครงการวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสองสถาบัน (วิศวกรรมโยธา) บอกว่า TSE  สอนให้มีความรับผิดชอบ การบริหารเวลา และมีความคิดที่เป็นระบบ

นายกษิดิศ วจีไกรลาศ (ก้อง) บัณฑิตจากโครงการวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสองสถาบัน (วิศวกรรมโยธา)

อดทนอดกลั้นเพื่อให้ผ่านอุปสรรคขวากหนามไปได้
นางสาวโยษตา ฉันทานุมัติ (ฟ้า) บัณฑิตจากหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสองสถาบัน (วิศวกรรมเคมี) เล่าว่า ได้พบกับประสบการณ์ใหม่ๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียน และกิจกรรมต่างๆ ที่แตกต่างไปจากตอนเป็นนักเรียน ม.ปลาย ยากง่ายปะปนกันไป แต่โชคดีที่มีรุ่นพี่และเพื่อนๆ คอยช่วยเหลือจนผ่านปัญหาต่างๆ มาได้ด้วยดี แม้กระทั่งในช่วงชั้นปีที่ 3 และที่ต้องไปอยู่ต่างประเทศ ทุกคนก็ยังคงช่วยเหลือกันตลอด จนเกิดเป็นประสบการณ์อันน่าจดจำ

นางสาวโยษตา ฉันทานุมัติ (ฟ้า) บัณฑิตจากหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสองสถาบัน (วิศวกรรมเคมี)

รอบรู้วิชาการอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเป็นผู้นำและมีคุณธรรมด้วย
นายรัชชานนท์ ดีศรีศักดิ์ (จ๊อบ) ภาควิศวกรรมอุตสาหการ บอกว่า แม้จะมีโอกาสใช้ชีวิตใน TSE เพียง 2 ปี เนื่องจากศึกษาอยู่ในโครงการวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสองสถาบัน (TEP) ซึ่งต้องเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศในช่วง 2 ปีหลัง แต่ก็มีความรู้สึกที่ดีกับสถาบันแห่งนี้ เพราะที่นี่ไม่เพียงแต่สอนเรื่องความรู้ด้านวิชาการเท่านั้น แต่ยังสอนทักษะต่างๆ ผ่านการทำกิจกรรม อาทิ ความเป็นผู้นำ จริยธรรมที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตการเรียนและการทำงานได้จริง.

นายรัชชานนท์ ดีศรีศักดิ์ (จ๊อบ) ภาควิศวกรรมอุตสาหการ
keyboard_arrow_up