ค้นหาความเป็นมนุษย์…! ‘กิ๊ก มยุริญ-ธงธง ม๊กจ๊ก’ ร่วมพลิกโฉมปฏิบัติธรรม ปลุกศรัทธา-ความมีกัลยาณมิตร

คนบันเทิงขอปลุกสังคม ‘ตื่นรู้สู่หนึ่งเดียวกัน’ ตบเท้าเข้าร่วมเวิร์กชอป ‘ค้นหาความเป็นมนุษย์’ พลิกโฉมปฏิบัติธรรมสู่รูปแบบใหม่ด้วยความสนุกโดนใจ กับโครงการขับเคลื่อนสังคมแห่งการตื่นรู้สู่หนึ่งเดียวกัน โดยมูลนิธิสหธรรมิกชน ชวนเหล่าคนบันเทิงร่วมกิจกรรม Creative Awakening Workshop for Stars and Writers เวิร์กชอปสร้างแกนนำคนบันเทิงและนักเขียน เพื่อการตื่นรู้ สู่สุขภาวะทางปัญญา ซึ่งเป็นกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักสื่อสารสุขภาวะทางปัญญา ที่สร้างการการเรียนรู้ภายในและสุขภาวะทางปัญญาผ่านประสบการณ์จริง โดยกิจกรรมนี้มีกว่า 20 ชีวิต ที่มาเข้าร่วม ทั้งดารานักแสดง ผู้จัด ผู้กำกับ และนักเขียน

ได้รู้จักตัวเอง เข้าใจคนอื่นมากขึ้น
ก้อย ทาริกา ธิดาทิตย์ หรือ แม่ก้อย ที่เคารพของคนในวงการบันเทิง ถึงกับออกปากว่า “ตอนแรกที่ติ๋ว(อรสา พรหมประทาน) ชวนมา ก็คิดว่าเป็นคอร์สปฏิบัติธรรมทั่วไป เหมือนที่ชอบไปกัน แต่ว่ากิจกรรมที่ได้ทำมีความสนุก ได้รู้จักตัวเองมากขึ้นและได้เข้าใจคนอื่นมากขึ้นด้วย สำคัญคือได้รู้จักและเปิดใจให้น้องๆ ในวงการได้เข้าหา”

ตา สุรางคณา สุนทรพนาเวศ ดารานักแสดง ในฐานะวิทยากรของโครงการ ผู้ชักชวนเหล่าคนบันเทิงและนักเขียนมาร่วมกิจกรรมนี้กล่าวว่า “กิจกรรมตลอดทั้ง 2 วัน 1 คืน ถูกออกแบบให้มีการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสวิธีการเจริญสติรู้ตัวในรูปแบบที่เหมาะสมกับในชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารอย่างมีสติ การฝึกทักษะการฟังอย่างลึกซึ้ง การสำรวจความทุกข์และความสุขภายในตนเอง และการทำกิจกรรมที่สร้างการตระหนักรู้และเข้าใจในความเป็นจริงของกายและใจ รู้เท่าทันอารมณ์ ความรู้สึกและความคิดของตนเองตลอดชีวิตในวงการบันเทิง ตาคิดว่าการให้ธรรมะนี่แหละ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ตาจะตอบแทนกลับไปสู่วงการ และเมื่อคนในวงการมองเห็นความเป็นมนุษยในตัวเองและผู้อื่น ตาเชื่อว่าจะเกิดสิ่งดีๆ ขึ้นในสังคมอีกมากมาย”

ปลุกศรัทธา ปลุกความมีกัลยาณมิตร
อีกเสียงที่ยืนยันความสนุกของกิจกรรมได้ คือ กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ ซึ่งกล่าวว่า “ในเวิร์กชอปนี้กิ๊กมองว่าเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ที่จะปลุกศรัทธา ปลุกความมีกัลยาณมิตร คือต้องบอกว่าคนที่มาเข้าคอร์สนี้มีหลากหลาย อันนี้กิ๊กถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง เพราะว่าสามารถที่จะมอบธรรมะอันเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต ในการเข้าใจตนเองและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้อย่างครบถ้วน เป็นอีกหนทางที่ทุกคนจะสามารถช่วยเหลือสังคมได้เลย แม้ไม่ได้ไปเข้าคอร์สธรรมะเข้มข้น สิ่งที่ได้เพิ่มเติมคือมีกัลยาณมิตร ซึ่งเราก็จะจับมือกันเป็นเครือข่ายในการเป็นตัวอย่างของการทำความดีแล้วบอกต่อคนอื่น เป็นกำลังใจให้คนอื่นในการทำความดีร่วมกันไป ถ้าเราในวงการสื่อสารมวลชนมีความเห็นตรงกันว่าเราจะช่วยกันนำพาสังคมไปในทิศทางแห่งความดี เราก็มาปลูกฝังทัศนคติให้ตรงกัน อย่างในเวิร์กชอปนี้ แล้วจูงมือจับมือไปด้วยกัน”

ค้นหาตัวตน และความแตกต่างของตนเอง
คัชฑาเทพ เอี่ยมศิริ หรือ ธงธง ม๊กจ๊ก ที่ได้กลับมาทำความรู้จักกับตัวเองใหม่อีกครั้ง โดยกล่าวว่า “เราได้เห็นในมุมมองที่ว่าตัวเองเป็นคนที่ยอมคน อะไรที่มันไม่เหนือบ่ากว่าแรงก็จะรับได้ ยอมเป็นผู้ตามมากกว่า หากในจังหวะนั้นเขาต้องการความเป็นผู้นำจากเราเราก็ให้ได้ กิจกรรมนี้ทำให้รู้สึกถึงเบื้องลึกในใจเรา อาจจะเป็นเพราะเราดูละครเยอะตอนเด็กๆ ก็เลยติดมุมของนางเอกมา (หัวเราะ) ทุกครั้งที่มีความรักและอกหักร้องไห้หนักมาก เพิ่งมาเห็นในกิจกรรมนี้ว่าในตอนนั้นเรามีความสุขได้อย่างไร ก็เพราะเรายึดนางเอกในละครเป็นแบบอย่างไง (หัวเราะ) แต่เมื่อนึกย้อนไปในขณะที่ร้องให้ เราก็ได้เห็นอีกมุมหนึ่งที่อยู่ในจิตใจเลย ว่าเราเป็นคนยอมคน เป็นคนมีวินัย เป็นคนมีความรับผิดชอบ เป็นผู้นำที่ดีได้ เป็นผู้ตามที่ดีได้ เป็นคนที่แบ่งรับแบ่งสู้ได้ ทั้งหมดมันทำให้เรารู้สึกศรัทธาตัวเอง เห็นคุณค่าในตัวเองว่าตัวเรามีคุณค่า แต่ใครจะเห็นหรือไม่เห็นเราไม่รู้แต่วันนี้เรารู้ตัวแล้ว จุดยืนของเราเปลี่ยนไปแล้ว รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนแล้วนะ เราสามารถภาคภูมิใจในตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปไขว่คว้าหาใคร เราอยู่ได้และมีความสุขกับสิ่งที่เป็นจริงๆ”

เมื่อถามว่า ถ้าเข้าใจตัวเองและมองเห็นคุณค่าของตัวเองบ้าง จะทำได้อย่างไร ธงธง ตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า “ง่ายนิดเดียว ก่อนอื่นคุณต้องสังเกต คุณต้องลองอยู่กับกายกับใจนี้อย่างเป็นคนที่มีสติบริบูรณ์ แล้วสังเกตว่าเวลามีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น เราแก้ไขสถานการณ์อย่างไร จิตใต้สำนึกตอนนั้นเป็นแบบไหน เพียงแต่ว่ากฎกติกาคือคุณต้องยอมรับความเป็นจริงว่าเราเป็นคนแบบไหนถ้าเป็นคนดีก็จงภาคภูมิใจ ในบางมุมที่ไม่ดีนะ เราเห็นแล้วเราจะปรับปรุงแก้ไขอย่างไร การค้นหาตนเองและการเห็นตัวตนของตัวเองมีประโยชน์ อยากให้ทุกคนเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทิศทางที่ดีและภาคภูมิใจในการเป็นตัวเอง”

เห็นความเป็นมนุษย์ของตัวเอง-ผู้อื่น สู่ความเป็นหนึ่งเดียวกัน
ดี้ ปัทมา ปานทอง ก็กล่าวถึงสิ่งดีๆ ที่เธอได้รับจากกิจกรรมครั้งนี้ว่า “มันคือความผูกพันกับเพื่อนใหม่ที่เราไม่เคยคิดว่าภายในเวลา 2 วัน กิจกรรมเหล่านี้มันจะทำให้เราสนิทกันได้เร็ว ดี้พบว่าเราสามารถที่จะเปิดใจให้กับคนที่เราไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนเลย ไม่เคยรู้จักเลยว่าคนนี้เขาคือใคร อยู่ในโลกนี้ด้วยหรือ การได้รู้จักตัวเอง เห็นความเป็นมนุษย์ของตัวเองและผู้อื่น มันนำมาสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกัน เราสามารถไปสร้างความสัมพันธ์กับใครก็ได้ในโลกในนี้ ยังมีคนอีกมากที่ยังต้องการความช่วยเหลือจากเรา หรือว่าต้องการกำลังใจจากเรา เราก็จะเอาส่วนนี้ไปแบ่งปันให้กับทุกๆ คนรอบตัว”

นอกจากนี้ ยังได้ฟังธรรมบรรยาย จาก พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ในหัวข้อ ‘การเป็นหนึ่งเดียวกับตนเองอย่างมีคุณค่า’ และพระอาจารย์พระอาจารย์สมทบ ปรกฺกโม ในหัวข้อ ‘สังคมอริยะชน’ ซึ่งผู้เข้าร่วมทุกท่านให้ความสนใจเป็นอย่างมาก รวมทั้งมีการซักถามถึงข้อธรรมอันลึกซึ้งและเกิดแรงบันดาลใจ.

 

keyboard_arrow_up