ย้อนรอยความชื่นใจที่ชุมชนบ้านผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน และ บ้านนาคูหา อ.เมือง จ.แพร่

ชื่นใจไทยแลนด์ในปี 2562 นี้ นอกจากจะนำเสนอกิจกรรม และสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆที่หลากหลายในรูปแบบของรายการชื่นใจไทยแลนด์แล้ว  เราจะชวนผู้ชมกลับไปเยี่ยมเยือนชุมชนต่างๆ ที่เคยนำเสนอผ่านรายการ  เพื่อดูการพัฒนา และต่อยอดในสิ่งที่ชื่นใจไทยแลนด์เคยลงไปช่วยเหลือชุมชนในด้านต่างๆ ว่าปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน และสิ่งที่ทางชื่นใจร่วมกับนักออกแบบสาขาต่างๆที่ลงไปช่วยเหลือชุมชนนั้นสามารถสร้างประโยชน์ให้กับแต่ละชุมชนอย่างไร กับ 2 จังหวัดแรกที่เราจะชวนกลับไปย้อนรอยความชื่นใจกัน จ.แม่ฮ่องสอน และจังหวัดแพร่

 

ชุมชนบ้านผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

       ชุมชนบ้านผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน หมู่บ้านที่ชาวบ้านในชุมชนมีเชื้อสายเป็นชาวไทใหญ่ หรือ ไตใหญ่ โดยมีการนำเสน่ห์ทางด้านวัฒนธรรมต่างๆมาพัฒนาก่อให้เกิดการท่องเที่ยวชุมชน โดยเมื่อเดือนมกราคม ปี 2560 ชื่นใจไทยแลนด์ได้มีโอกาสลงพื้นที่นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในชุมชนผาบ่อง ไม่ว่าจะเป็น กาดซอกจ่า หรือ ตลาดวันศุกร์ ตลาดที่รวบรวมอาหาร ขนม และการแสดงศิลปะแบบชาวไทยใหญ่ ซึ่งตลาดแห่งนี้จะจัดขึ้นในช่วงเย็นของทุกวันศุกร์ และวันเสาร์, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชาวไทใหญ่ และอื่นๆอีกมากมาย โดยทางชื่นใจไทยแลนด์ ได้เป็นส่วนหนึ่งในการลงไปสร้างความชื่นใจด้วยการทำแผนที่ชุมชน เพื่อใช้ติดตั้งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ต่างๆ เพื่อทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในชุมชน

วันนี้เรากลับไปที่ชุมชนบ้านผาบ่องอีกครั้ง ซึ่งนอกจากสะพานข้าวก้าวเพื่อสุข แลนด์มาร์คสำคัญของบ้านผาบ่อง ยังคงสวยงาม และเต็มไปด้วยสีเขียวจากต้นข้าวในท้องทุ่งแล้ว ด้วยนักท่องเที่ยวที่รู้จักบ้านผาบ่องมากขึ้นทำให้ที่นี่คึกคักมากกว่าเดิม เพิ่มเติมคือ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวสะพานข้าวฯ สามารถที่จะเช่าชุดไทใหญ่ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้ซึ่งก็ถือเป็นการสร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆที่คนในชุมชนได้ร่วมมือกันสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิมแบบชาวไทใหญ่ เช่น การชิมชาหมดทุกข์หมดโศก การทำปานซอย โดยเฉพาะการทำน้ำมันถั่วลิสง ซึ่งนักท่องเที่ยวจะเห็นกรรมวิธีในการทำน้ำมันแบบโบราณของชาวไทใหญ่ ซึ่งน้ำมันถั่วลิสงเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพและผิวพรรณ โดยชาวไทใหญ่จึงนิยมทำน้ำมันถั่วลิสงเอาไว้ใช้เองในครัวเรือน การทำน้ำมันถั่วลิสงจากถั่วลายเสือนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ทางชุมชนฟื้นฟูขึ้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาดั้งเดิม และเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น และยังได้เรียนรู้วิถีของชาวไทใหญ่อีกด้วย

นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ นั้นมีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น ชาวบ้านส่วนหนึ่งในชุมชนที่มีเชื้อสายกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ ซึ่งมีภูมิปัญญาในเรื่องของการทอผ้ากี่เอว ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สาวๆทุกบ้านจะต้องทอผ้าไว้ใช้เองอยู่แล้ว ก็เกิดรายได้เพิ่มขึ้นจากการที่นักท่องเที่ยวเข้ามาในหมู่บ้าน รวมไปถึงแผนที่ท่องเที่ยวที่ทางรายการได้ทำไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว นอกจากจะยังคงสีสดใสเพราะได้รับการดูแลรักษาอย่างดีจากชุมชนแล้ว ก็ยังคงทำหน้าที่บอกเล่าเส้นทางในบ้านผาบ่องได้เป็นอย่างดี

 

บ้านนาคูหา อ.เมือง จ.แพร่

อีกหนึ่งที่ที่ชื่นใจไทยแลนด์พากลับไปย้อนรอยความชื่นใจกันก็คือ บ้านนาคูหา อ.เมือง จ.แพร่ หมู่บ้านท่องเที่ยวที่นอกจากจะได้ชื่อว่า เป็นหมู่บ้านอากาศดี มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี ที่นี่ยังเป็นแหล่งปลูกห้อมที่มีชื่อเสียงของ จ.แพร่ และจากเดิมที่ที่นี่เป็นเพียงแหล่งปลูกห้อม โดยมีศูนย์เรียนรู้การย้อมห้อมเปียกที่เป็นแหล่งรับซื้อต้นห้อมของ ชาวบ้านมาแปรรูปเป็นห้อมเปียกเพื่อจำหน่าย ปัจจุบันทางกลุ่มได้มีกิจกรรมที่รองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มเติมอย่างการทำมัดย้อม โดยมีคนรุ่นใหม่ที่เข้ามามีส่วนร่วมกับการท่องเที่ยวของชุมชนด้วยจิตอาสา รวมไปถึงยังมีผลิตภัณฑ์มัดย้อมจำหน่ายที่ศูนย์เรียนรู้อีกด้วย นอกจากนี้ทางชุมชนยังมีจุดเช็คอินใหม่ที่ให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูป เรียกว่า “ขัวแตะ” หรือสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวผ่านวัดนาคูหาเชื่อมไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของชุมชนนั่นก็คือ ถ้ำน้อย ถ้ำใหญ่ และผาสิงห์ ครั้งนี้ลุงหว่างพาเราขึ้นไปยังถ้ำน้อยโดยจะต้องเดินเท้าขึ้นไปประมาณ 600 เมตร ซึ่งภายในถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย และพระพุทธรูปที่สวยงาม

นอกจากเรื่องของกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยว ที่บ้านนาคูหายังโดดเด่นในเรื่องของอาชีพการเลี้ยงสาหร่ายเตา ซึ่งสามารถจะเลี้ยงได้ในเฉพาะพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์และสะอาดเท่านั้น ปัจจุบันทางบ้านนาคูหามีนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น ทางชุมชนก็เริ่มมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างกาละแมเตา และเมนูจากสาหร่ายเตาอย่าง ลาบเตา ที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถมาลิ้มลอง รวมไปถึงยังมีร้านอาหารเปิดใหม่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มีมากขึ้นอีกด้วย

อีกหนึ่งชุมชนที่ชื่นใจไทยแลนด์เคยไปสร้างความชื่นใจกันก็คือ บ้านสบสาย อ.สูงเม่น จ.แพร่ ซึ่งเป็นชุมชนที่มีการรวมกลุ่มกันทำพรมเช็ดเท้าประดิษฐ์โดยใช้เศษผ้า ภายใต้ชื่อ วิสาหกิจชุมชนสิ่งประดิษฐ์จากเศษผ้าบ้านสบสาย และจากการที่ทางกลุ่มประสบปัญหาในเรื่องของยอดขายและราคาสินค้า เพราะขาดความถนัดในเรื่องของการพัฒนาสีสันและลวดลายใหม่ๆ ชื่นใจไทยแลนด์จึงได้นำผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ อย่างคุณตั๊ก ชไมพร มิตินันท์วงศ์ ผู้ช่วยสอนภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาให้ความรู้กับชุมชน

สำหรับผู้ที่สนใจจะตามรอยไปท่องเที่ยวธรรมชาติแบบชื่นใจ๊ชื่นใจ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่

ท่องเที่ยวชุมชนบ้านนาคูหา โทร. 096-982-4460
กลุ่มสิ่งประดิษฐ์จากเศษผ้าบ้านสบสาย โทร. 086-911-0632, 08456764

ท่องเที่ยวชุมชนบ้านผาบ่องและอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน  โทร.09-613-9181

ย้อนรอยความชื่นใจที่ชุมชนบ้านผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน และ บ้านนาคูหา อ.เมือง จ.แพร่ ยังมีความสนุกอยู่อีกมากมาย เชิญรับชมกันต่อในคลิปย้อนหลังรายการชื่นใจไทยแลนด์กันได้เลยจ้า

keyboard_arrow_up