คอนโดระดับลักชัวรี่ ‘เดอะ คอลเลคชั่น’ เจาะกลุ่มแฟมิลี่รุ่นใหม่ บนทำเลย่านอโศก

ไซมิส แอสเสท ปั้นแบรนด์ใหม่ระดับลักชัวรี่ “เดอะ คอลเลคชั่น – THE COLLECTION” แฟลกชิพโปรเจกต์มูลค่าโครงการ 4,800 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “Live without Compromise : ที่สุดของความประณีต ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อสิ่งที่ดีและคุ้มค่าที่สุด” โชว์ความโดดเด่นด้วยที่สุดแห่งทำเลย่าน “สุขุมวิท-อโศก” และพื้นที่ สีเขียวสวนเบญจกิติ เปิดประสบการณ์ครั้งแรกกับคอนโดมิเนียมหรู มุ่งเจาะกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูง ทั้งกลุ่มแฟมิลี่รุ่นใหม่ นักธุรกิจ นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ

นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการสร้างสรรค์โครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ ซึ่งนับเป็นท็อปเซกเมนต์ของบริษัทฯ ภายใต้แบรนด์ “เดอะ คอลเลคชั่น – THE COLLECTION” แฟลกชิพโปรเจกต์มูลค่าโครงการ 4,800 ล้านบาท นำเสนอประสบการณ์ครั้งใหม่กับคอนโดมิเนียมที่สุดของทำเลใจกลางสุขุมวิท-อโศก พร้อมการออกแบบตึก ที่ทันสมัยรวมถึงวัสดุตกแต่งภายในระดับ World-class ที่โครงการนำเข้ามาจากอิตาลี และเยอรมันเพื่อตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างมีระดับ”

โครงการเดอะ คอลเลคชั่น มีพื้นที่ขนาด 2 ไร่ 57.8 ตารางวา หรือประมาณ 3,431 ตารางเมตร มูลค่าโครงการ 4,800 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ทำเลศักยภาพ บริเวณสุขุมวิท ซอย 16 ซึ่งสามารถเชื่อมไปยังถนนสายหลักได้หลายเส้นทางทั้งสุขุมวิท อโศก และพระราม 4 โดยใช้เวลาเดินทางจากรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอโศกเพียง 2 นาที ดำเนินการออกแบบภายใต้แนวคิด “Live without Compromise : ที่สุดของ ความประณีต ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อสิ่งที่ดีและคุ้มค่าที่สุด” โดยควบคุมทุกขั้นตอนการก่อสร้าง อย่างประณีตภายใต้มาตรฐานคอนโดมิเนียมระดับสากล แบ่งเป็น 2 อาคาร โดยอาคารหลัก สูง 41 ชั้น ห้องพักอาศัย 443 ยูนิต โดยแบ่งลักษณะห้องชุดเป็นทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่

• 1-Bedroom (1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ) มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 33.80 – 34.20 ตารางเมตร จำนวน 334 ยูนิต
• 2-Bedroom (2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 63.80 – 69.50 ตารางเมตร จำนวน 107 ยูนิต
• Penthouse (3 ห้องนอน) มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 84.20 และ 135.35 ตารางเมตร จำนวน 2 ยูนิต

นายขจรศิษฐ์ กล่าวต่อว่า บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทั้งด้านการออกแบบ และดีไซน์ ดึงจุดเด่นสำคัญของโครงการมาร่วมถ่ายทอดเป็นโครงสร้างของโครงการได้อย่างโดดเด่น มีความพิถีพิถันในการออกแบบทุกรายละเอียด การเลือกใช้วัสดุนำเข้าระดับโลก สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกได้สร้างสรรค์อย่างครบครัน อาทิ ฟิตเนส (Fitness) โคเวิร์คกิ้งสเปซ (Co-Working Space) มินิเธียเตอร์ (Mini Theatres) ไพรเวท มีทติ้ง รูม (Private Meeting room) สกาย จ๊อกกิ้ง (Sky Jogging) สกาย การ์เด้น (Sky Garden) เป็นต้น

รวมทั้งสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบาย โครงการฯ ตั้งแต่ระบบความรักษาความปลอดภัยภายในลิฟต์ด้วยระบบ CCTV Monitoring & Control ที่เชื่อมต่อกับห้องควบคุมตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้อาศัย รวมถึงที่จอดรถที่มีทั้งแบบมาตรฐาน และที่จอดรถระบบ “Automatic Parking” หรือที่จอดรถอัจฉริยะ และ Home Intelligence System ที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้น เพื่อความสะดวกสบายของลูกบ้านในโครงการ ควบคุมทุกอย่างเพียงปลายนิ้วสัมผัส

ทั้งนี้ นายขจรศิษฐ์ กล่าวถึงกลยุทธ์การตลาด และสื่อสารประชาสัมพันธ์ว่า บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างความน่าเชื่อถือของโครงการผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ อาทิ แคมเปญผ่าน โซเชียลมีเดีย และอื่นๆ เจาะตลาดกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มนักคิดนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ “The Thinker” กลุ่มผู้นำเทรนด์ “The Trendsetter” กลุ่มนักเดินทางและนักลงทุน “The Traveler” และกลุ่มนักสะสมและครอบครัวขนาดเล็ก – กลาง “The Collector” ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในปี พ.ศ. 2562 และคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปี พ.ศ. 2564 โดยราคาขายเริ่มต้นที่ 6.2 – 45 ล้านบาท หรือเฉลี่ยที่ตารางเมตรละ 2.4 – 2.5 แสนบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งกลุ่มนักลงทุนและผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย.

keyboard_arrow_up