เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย! เผย ‘5 ข้อเด็ดเคล็ดลับพ่อแม่’ แนะคุยเปิดใจกับลูกช่วยลดปัญหา

“วัยรุ่น” เป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อในการก้าวผ่านความเป็นเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่ มีความเสี่ยงในการเผชิญปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องเพศ ยาเสพติด และความรุนแรงต่างๆ เพราะเป็นวัยที่ชอบทดลอง อยากรู้ อยากเห็น เชื่อมั่นในตัวเอง และเชื่อเพื่อนมากกว่าใครๆ จึงเป็นสาเหตุให้เกิดช่องว่างระหว่างลูกและพ่อแม่

จากปัญหาดังกล่าว ทางบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับมูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) สานต่อโครงการ “ผู้ใหญ่คุยเปิดใจ ลูกหลาน (รัก) ปลอดภัย” ปีที่ 8 ในพื้นที่ 14 จังหวัดทั่วประเทศ มีผู้ปกครองกว่า 20,000 คนที่ผ่านการเรียนรู้จากห้องเรียนคุยเปิดใจฯ ซึ่งการดำเนินงานของโครงการฯ ส่งผลให้ครอบครัวในชุมชนต่างๆ มีความสัมพันธ์ในครอบครัวเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้

1. เอาใจลูกมาใส่ใจเรา
พ่อ-แม่ยุค 4.0 ควรจะพูดคุยเปิดใจกับลูก แต่จะเริ่มต้นพูดได้อย่างไร?…แน่นอน ต้องเริ่มจากเอาใจลูกมาใส่ใจเราซะก่อน นั่นก็คือ ทำความเข้าใจในสิ่งที่ลูกคิดหรือสิ่งที่ลูกรู้สึกว่าเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของพวกเขา ถ้าพ่อแม่เข้าใจลูกและรู้ว่าพวกเขามีความคิดอย่างไรแล้วล่ะก็ (ต้องเข้าใจจริงๆ นะ ไม่ใช่แสร้งว่าเข้าใจ) จะนำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อ-แม่กับลูกวัยรุ่น เนื่องจากลูกจะรับรู้ถึงความใส่ใจห่วงใยของพ่อแม่ ทำให้เด็กในวัยนี้ไม่เกิดความรู้สึกต่อต้านหรืออยากท้าทายซึ่งจะทำให้ลูกกล้าจะเปิดใจพูดคุยกับพ่อแม่ในที่สุด

2. นั่งไทม์แมชชีนย้อนไปสมัยวัยทีน
พ่อ-แม่ทุกคนย่อมเคยผ่านช่วงเวลาที่เป็นวัยรุ่นมาก่อน ดังนั้น คุณควรต้องนึกย้อนไปในอดีตที่ตอนนั้นกำลังเป็นวัยรุ่น วัยอยากรู้อยากลอง ดังนั้น การที่ลูกมีความสนใจเรื่องเพศหรือสิ่งยั่วยุต่างๆ นั้นจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่มันเป็นไปตามกลไกทางธรรมชาติของร่างกายเท่านั้น หากพ่อแม่สามารถเข้าใจการกระทำหรือพฤติกรรมของลูกว่าเป็นไปตามวัยแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็จะสามารถให้คำแนะนำที่เหมาะสมผ่านประสบการณ์ที่ตนเคยประสบมาก่อน รวมถึงการช่วยเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับลูกได้

3. รับฟังลูกทุกถ้อยคำ
แน่นอนว่าการเป็นผู้พูดอย่างเดียวไม่ใช่การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้น พ่อ-แม่ต้องเป็นผู้ฟังที่ดีด้วย การตั้งใจฟังลูกพูดโดยใช้หลักการฟังทุกถ้อยคำและฟังอย่างลึกซึ้ง เป็นการฟังโดยไม่ตัดสินถูกผิดด้วยความเห็นของตัวเอง จะช่วยเปิดโอกาสให้ลูกได้พูดในสิ่งที่ตัวเองคิดจริงๆ เมื่อเราไม่ตัดสินการกระทำของลูกว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกหรือผิด พวกเขาจะรู้สึกไว้วางใจและคิดว่าพ่อแม่เปรียบเสมือนเพื่อนคนหนึ่งของเขา ไม่ว่าจะเจอปัญหาร้ายแรงแค่ไหน พวกเขาก็จะกล้าเปิดใจเล่าให้พ่อแม่ฟังเพราะไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตำหนิ และเมื่อพ่อแม่สามารถเป็นที่ปรึกษาในเรื่องต่างๆ ให้กับลูกได้แล้วจะทำให้สามารถชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม ทำให้พวกเขาเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพและเป็นอนาคตที่ดีของชาติ

4. คำพูดสร้างสรรค์เสริมสัมพันธ์ในครอบครัว
การพูดกับลูกที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นนั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีการสื่อสารอย่างเหมาะสม คำพูดที่ไม่ควรใช้กับลูกคือ คือ คำว่า “ห้าม” และคำว่า “ไม่” เนื่องจากวัยรุ่นเป็นวัยที่ชอบความท้าทาย ไม่ชอบการสั่ง แต่พวกเขาจะทำตามในสิ่งที่พวกเขาต้องการทำเพื่อเป็นการแสดงความเป็นตัวเอง โดยควรเปลี่ยนมาเป็นการให้คำแนะนำ แทนการสั่งห้ามไม่ให้ทำ อาจใช้การยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของตัวเองที่เคยผ่านมาก่อนเพื่อให้ลูกเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ในการสั่งสอนหรือพูดคุยกับลูก ควรใช้การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ หลีกเลี่ยงถ้อยคำหยาบคายหรือการใช้อารมณ์ เพราะจะทำให้ลูกไม่รับฟังและพวกเขาอาจจะไม่กล้ามาเล่าปัญหาของตนให้คุณฟังอีก

5. ใช้จินตนาการเราอยากเป็นพ่อแม่แบบไหนในสายตาลูก
คุณพ่อคุณแม่เคยตั้งคำถามกับตัวเองหรือไม่ว่าตัวเองอยากเป็นพ่อแม่แบบไหนในสายตาลูก หากมีคำตอบในใจแล้วว่าตนเองตั้งใจจะเป็นพ่อแม่แบบไหน คำตอบนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านสามารถแสดงออกต่อลูกได้อย่างเหมาะสม เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนอยากเป็นพ่อแม่ที่ดีในสายตาของลูก อยากให้ลูกรู้สึกถึงความรัก ความหวังดีที่เรามอบให้ ฉะนั้น หากตั้งใจจะเป็นพ่อแม่แบบนี้แล้ว สิ่งที่ต้องทำคือ ทำตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก รับฟัง ให้คำปรึกษาที่ดีแทนการดุด่าว่ากล่าว ใช้เหตุผลในการพูดคุยเป็นหลักเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องต่างๆ ให้กับลูก และทำให้ลูกเกิดการยอมรับแล้วนำไปสู่การปฏิบัติตามในที่สุด.

keyboard_arrow_up