ตำนานช่างแต่งหน้าฝีแปรงจัดมือหนึ่งของเมืองไทย ‘เป็ด อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์’

ตำนานของเราในวันนี้ มาพร้อมกับความละเมียดละไม และการสร้างสรรค์ที่ลงตัว เพื่อสร้างความงดงามบนใบหน้า ตำนานที่เต็มไปด้วยการแต่งแต้มสีสันไม่เหมือนใคร “เป็ด อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์”

หนึ่งในช่างแต่งหน้าระดับครู พี่เป็ด อภิชาติ เป็นที่ยอมรับในแวดวง ซึ่งสาวๆ มักจะเห็นได้จากผลงานมากมาย และหนึ่งในการการันตีคาวมเป็นมืออาชีพของเขา คือการได้ถวายงานให้กับ “พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์” อยู่เสมอ

เหตุผลที่ เป็ด อภิชาติ อยู่ในวงการแฟชั่นและช่างแต่งหน้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ตกกระแส เป็นเพราะการเป็นคนร่วมสมัย  หรือแม้แต่การหันกลับไปมองเด็ก เห็นความสำคัญและความสามารถของเด็ก หรือแม้แต่การเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ และไม่ว่าเทคโนโลยีใดๆ ก็ตาม ที่พึ่งจะถูกเริ่มใช้ในต่างประเทศ เป็ด อภิชาติ ก็ใช้แล้วเช่นกัน

การตั้งเป้าหมาย และความทันสมัยอบู่เสมอ ทำให้ เป็ด อภิชาติ ไม่เคยห่างหายจากวงการ แต่ถ้าพูดถึงฝีมือและฝีแปรงแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้ก็คือ ฝีปากของ เป็ด อภิชาติ การพูดตรงอย่างคมกริบ ตรงประเด็น ฉะฉาน และจริงใจ เป็นสไตล์การพูดของเมคอัพมืองหนึ่งของประเทศไทยคนนี้ ซึ่งเฉียบคมพอๆ กับฝีแปรงเลยทีเดียว เกร็ดอีกเรื่องหนึ่งของตำนานคนนี้ นอกจากจะเป็นคนพูดตรงแล้ว ยังเป็นคนที่พูดชัดถ้อยชัดคำอีกด้วย

และยังมีมุมน่ารักออกมาให้ได้เห็นอยู่บ่อยๆ ในทุกครั้งที่สะบัดแปรง เป็ด อภิชาติ ก็จะฮัมเพลงของสุนทราภรณ์ สร้างความสุนทรีย์ให้กับผู้ที่ได้ร่วมงานกับเขาอีกด้วย

ด้วยความเป็นตัวของตัวเองของ เป็ด ทำให้เขาเป็นที่รักและจดจำของทุกคนที่ได้รู้จัก นอกจากนั้นเขายังมีคำแนะนำ ให้กับคนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจมากทีเดียว นั่นคือ “ความคิดประหลาดๆ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย ต้องลองทำดุ บางทีผลการตอบรับจะสอนเราเองว่าควรปรับปรุงอย่างไร หรือถ้ามันออกมาดีก็จะเป็นประโยชน์กับเรา และสิ่งสำคัญคือการวางตัว และรู้จักกาละเทศะ”

ประวัติชีวิตที่มาที่ไปของ เป็ด อภิชาติ แตกต่างจากครอบครัวของเขาเป็นอย่างมาก เป็ด เกิดมาใสครอบครัวที่มีพี่น้อง 12 คน เป็ด เป็นคนที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากพี่น้องคนอื่นๆ เขาเข้ากับพี่น้องคนไหนก็ไม่ได้ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ให้เข้าใจง่ายขึ้นมาหน่อยก็คือ เป็นกระเทยเพียงคนเดียวในบ้าน

เป็ดเป็นที่รักการอ่าน ตอนเด็กๆ จะอ่านทุกอย่าง พอเริ่มโตขึ้นก็เริ่มโฟกัสมากขึ้น เริ่มอ่านแฟชั่น อ่านท่องเที่ยว แต่ที่สนใจเป็นพิเศษคือหนังสือแฟชั่น เมื่อเปิดอ่านปุ๊ปก็จะสะดุดกับหน้านางแบบ และเกิดความสงสัยในเรื่องเทคนิคการแต่งหน้า จึงจับรสนิยมตัวเองได้ว่า เป็นคนชอบการแต่งหน้า ในขณะที่ เป็ด กำลังจะเริ่มต้นสู่วงการช่างแต่งหน้า คำว่า เมคอัพ อาร์ทติส ก็เริ่มมีอิทธิพลกับวงการแฟชั่นเมืองไทย

เป็ด มีความสนใจทางด้านศิลปะ และมีความคิดสร้างสรรค์อยู่ในตัว ซึ่งมาจากทั้งพรสวรรค์และการรักที่จะเรียนรู้ของเขา

แม้ เป็ด อภิชาติ จะช่ำชองในการใช้ฝีแปรงบนใบหน้า แต่เชื่อมั้ยว่า เขาเคยศึกษาในคณะเศรษฐศาสตร์ สาขาการเงิน การธนาคาร มาก่อน ซึ่งนั่นทำให้ เป็ด มีความคิดอย่างเป็นระบบ และทำให้เป็นคนรู้จักวางแผน

จากเด็กที่เรียนมาทางด้านเศรษฐศาสตร์ แต่แล้วเป็ดก็พบความสนใจที่หลบซ่อนในตัวเขา และเส้นทางการเข้าสู่วงการแฟชั่น ก็เหมือนวงจรของช่างแต่งหน้า ที่เด็กจะเข้าไปฝากเนื้อฝากตัวกับผู้ใหญ่ เมื่อผู้ใหญ่มีงานเยอะ เป็ดก็จะได้เฝ้างานแทน และเมื่อทำต่อๆ ไป ก็เริ่มมีคอนเนคชั่น และมีงานเข้ามา

เป็ด อภิชาติ เข้าวงการตอนอายุยี่สิบกว่าปี และตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี เขาก็ได้ก้าวสู่แถวหน้าของวงการ เห็นได้จากการถูกวางตัว ให้ไปดีไซน์การแต่งหน้า การได้รับการยอมรับจากคนในทุกแวดวง รวมถึงการก้าวไปสู่ระดับอินเตอร์
และแล้วในช่วงจุดสูงสุดของชีวิต เป็ด อภิชาติ ก็ต้องพบกับวิกฤติ

ด้วยความเป็นมืออาชีพ และการทำงานอย่างเต็มที่ เพราฉะนั้นถ้าพูดถึงคำว่าโปรเฟชชั่นนิสต์ เป็ด อภิชาติ คือเมคอัพอาร์ตทิสแบบนั้นเลย อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เป็ดรักและมีความมุ่งมั่น เขาจึงทำงานของเขาอย่างไม่เคยเหน็ดเหนื่อย แต่แล้วก็เกิดข่าวร้ายขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่องานที่เขารัก

เดือน กรกฎาคม ปีพ.ศ. 2553 คุณหมอได้แจ้งข่าวที่ไม่ค่อยสู่ดีของเป็ดว่า เขากำลังเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ แม้จะช็อคในวินาทีแรก แต่เขาก็ไม่ได้กลัวกับโรคร้ายนี้ และคิดที่จะรักษาตัวให้หายจนได้

เป็ดฮึดสู้กับโรคมะเร็งร้าย และสามารถเอาชนะมันได้ ในขณะนั้นเขาก็ได้มีโอกาสเจอกับท่านว.วชิระเมธี เป็ดจึงได้เรียนรู้มากขึ้น และตัดสินใจรับใช้พระพุทธศาสนา รวมถึงทดแทนบุญคุณแผ่นดินในรูปแบบของเขา เมื่อได้รู้จักกับธรรมมะ ปมปัญหาชีวิตของเป็ดก็ได้คลี่คลาย เขาใช้ชีวิตอย่างเข้าใจมากขึ้น และมีความสุขมากขึ้นอีกด้วย

แต่หลังจากที่เป็ดหายจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และกลับมาทำงานได้ปกติ เขาก็กลับมาป่วยอีกครั้งในอีก 2 ปีถัดมา ด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

และแล้ว เป็ด อภิชาติ ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับมะเร็ง และจากไปอย่างสงบด้วยความอาลัยของคนใกล้ชิด และผู้คนในวงการ

keyboard_arrow_up