ตำนาน: ท่านพุทธทาส อินทปัญโญ ทาสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแท้จริง

หลายต่อหลายครั้งที่เราตั้งคำถามเกี่ยวกับการมีชีวิต ทั้งการมีอยู่ การตาย ความสุข หรือความทุกข์ แต่แล้วเราก็ได้พบว่า ความจริงแล้วคำตอบเหล่านั้นไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย แต่ทำไมถึงยากเข้าใจเสียเหลือเกิน ตำนานจึงขอนำทุกท่านย้อนคิดและปล่อยวางชีวิตลงด้วยตำนาน ท่านพุทธทาส อินทปัญโญ พระอริยสงฆ์ผู้ชี้นำให้เราทั้งหลายเดินทางกลับไปสู่ความธรรมดาของชีวิต และกลับไปสู่ความเป็นจริงของธรรมชาติ

อัจฉริยภาพของท่านท่านพุทธทาสที่สำคัญที่สุด ก็คือความสามารถในการตีความพระธรรมของพระพุทธองค์ เพื่อนำมาแก้ปัญหาของชาวโลก

ธรรมมะทั้งหมด เป็นธรรมะของพระพุทธเจ้า ซึ่งท่านพุทธทาส ได้สามารถนำความหมายอันแท้จริงนั้น ออกมาให้เราได้รับรู้ได้อย่างชัดเจนที่สุด

ในบรรดาพระสงฆ์ผู้เป็นที่ยอมรับและศรัทธาอย่างกว้างขวางในสังคม ทั้งในการมีวัดปฏบัติที่น่าเลื่อมใส และคำสอนที่ชี้นำให้สังคมกลับสู่แก่นแท้ของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง เชื่อเหลือเกินว่า ชื่อของท่านพุทธทาส จะถูกนึกถึงเป็นชื่อแรกๆ อย่างแน่นอน เพราะด้วยคำสอนที่เข้าถึงจิตใจของผู้คนทุกระดับชั้น สามารถอธิบายคำสอนของพระพุทธองค์ให้เป็นในเชิงปรัชญา เป็นสากลและไม่จำกัดความเข้าใจให้เฉพาะคนที่นับถือศาสนาพุทธเท่านั้น

ศูนย์ปฏิบัติธรรมของท่านพุทธทาส เป็นหนึ่งจุดศูนย์รวมที่มีชาวต่างชาติมารวมตัวกันเยอะมาก ถือเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติ ไม่มีกำแพงกั้นทางวัฒนธรรม

ตลอด 87 ปีของชีวิตท่านพุทธทาส และเกือบ 70 พรรษาแห่งชีวิต ที่อุทิศให้พระพุทธศาสนาในฐานะของพระสงฆ์ ท่านพุทธทาสได้สร้างสิ่งต่างๆ ให้กับสังคมมากมาย ทั้งการสร้างสวนโมกขพลาราม ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งผลงานการประพันธ์หนังสือมากมาย อีกทั้งข้อเขียนและการบรรยายธรรมที่ได้รับการยอมรับจากวงการศึกษาธรรมมะของโลก จนอาจกล่าวได้ว่าท่านเป็น “เสนาบดีแห่งกองทัพธรรมในยุคหลังกึ่งพุทธกาล” เยี่ยงพระมหากัสปะ ในครั้งพุทธกาลเลยก็ว่าได้

ท่านใช้นามท่านว่า พุทธทาส ก็คือทาสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านก็ทำได้อย่างนั้นจริงๆ ท่านทำทุกอย่างเพื่อให้พระธรรม คำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้าถูกต้อง สมบูรณ์ ให้เหมือนครั้งพุทธกาล

การที่มนุษย์คนนึงมีความคิดที่จะหันหลังให้กับวิถีทางโลก และเดินหน้าเข้าสู่การแสวงหาความหมายที่แท้จริงของชีวิตนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2449 เด็กชายเงื้อม พานิชย์ ได้ถือกำเนิดขึ้นในสกุลของพ่อค้าที่ตลาดพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีบิดาเชื้อสายจีนชื่อ นายเซี้ยง และมารดาคนไทยชื่อ นางเคลื่อน

เด็กชายเงื้อมมีพี่น้องร่วมบิดา-มารดา 2 คน ชื่อ นายยี่เก้ย ผู้ซึ่งต่อมามีบทบาทและเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนการเผยแพร่ธรรมของพระพุทธทาส ในนาม ธรรมทาส และน้องสาวชื่อ กิมช้อย

ชีวืตวัยเด็กของท่านพุทธทาส ท่านเป็นเด็กวัด ได้เรียนหนังสือจนถึงชั้นมัธยม ก่อนที่บิดาของทานจะเสียชีวิต จึงต้องออกมาช่วยขายของที่บ้าน ซึ่งที่บ้านก็ขายหนังสือด้วย และค้นพบว่าตัวเองชอบอ่านหนังสือด้วย ท่านอ่านหนังสือเยอะ รวมถึงหนังสือนักธรรม ตรี โท เอก ด้วย

กระทั่งเมื่อท่านอายุได้ 20 ปี จึงได้อุปสมบทที่วัดโพธาราม อำเภอไชยา และได้ฉายาว่า อินทปัญโญ แปลว่าผู้มีปัญญาอันยิ่งใหญ่

ตอนที่ท่านบวช ท่านตั้งใจไว้ว่าจะบวชตามประเพณี และจะสึกออกมาเพื่อที่จะแต่งงาน แต่เมื่ออยู่ไปท่านเห็นประโยชน์ ท่านได้เรียนรู้ในสิ่งต่างๆ ตอนที่ท่านบวช ท่านจึงเปลี่ยนความคิดของท่าน

จาก 1 เป็น 2 พรรษาและตามมาด้วยพรรษาต่อๆ มา พระเงื้อม สอบได้นักธรรมโท จากนั้นท่านก็ได้ไปเรียนต่อที่กรุงเทพ ในปีเดียวกันนั้นท่านก็สอบได้นักธรรมเอก และเปรียญสามประโยค ในเวลานั้นเองท่านเกิดรู้สึกขัดแย้งกับแนวคิดและความเชื่อของพระ และพุทธศาสนิกชนที่กรุงเทพฯ และด้วยความกล้าหาญทางจริยธรรมของท่าน ท่านหันหลังให้กับกรุงเทพฯ และกลับไปรื้อฟื้นพระพุทธศาสนาที่วัดร้างตระพังจิก หรือสวนโมกข์แห่งแรกในปัจจุบัน

ท่านพระพุทธทาส ตัดสินใจบวชไม่สึก ท่านเป็นคนที่จริงจัง แน่วแน่ ตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าจะรับใช้พระพุทธเจ้า ท่านก็ทำแบบไม่ลดละ และไม่เปลี่ยนเป้าหมาย

การศึกษาของท่านมีพระไตรปิฎกเป็นแกนกลาง และเชื่อมกันระหว่างปริยัติและปฏิบัติ ให้การศึกษาและการปฏิบัติสอดคล้องกับคำสอนของพระพุทธเจ้า ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับสมัยพระพุทธกาล

ท่านสามารถรื้อฟื้นหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เช่น อิทัปปัจจยตา, ปฏิจจสมุปบาท คำสอนเหล่านี้ถูกลืมไปเยอะ ทั้งๆ ที่เป็นหัวใจหลัก แต่ท่านพุทธทาสก็รื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ ท่านสอนให้ทุกคนมีเหตุและมีผล ไม่ยึดติด วลีหนึ่งที่ติดหูบรรดาลูกศิษย์และผู้ที่นับถือท่านก็คือ “สิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี สิ่งนั้นดับไป สิ่งนั้นก็ย่อมดับไป”

เมื่อความต้องการในชีวิตของท่านชัดเจนแล้ว ว่าท่านต้องการที่จะนำพาผู้คนให้พ้นจากทุกข์ ท่านจึงตั้งปณิธานให้กับชีวิตตัวเองไว้ 3 ข้อ

  1. ให้พุทธศาสนิกชนหรือศาสนาใดก็ตาม เข้าใจศาสนาของต้นอย่างถ่องแท้ และลึกซึ้ง
  2. ทำความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนา
  3. ดึงผู้คนให้หลุดพ้นจากวัตถุนิยม

อัจฉริยภาพของท่านยังมีอีกมากมาย สิ่งที่ท่านมอบให้กับสังคมยังไม่สูญหายเลือนลานไปตามกาลเวลา สามารถติดตามเรื่องราวของท่านพุทธทาส ได้ใน ตำนาน ตอน ท่านพุทธทาส อินทปัญโญ ช่องทางยูทูป AMARIN TVHD

keyboard_arrow_up