อย่าให้ ‘เพศ’ เป็นกำแพงต่ออาชีพที่ใช่ เปิดใจ ‘โอปอล ภูรี’ สาวหล่อ ในบทบาทแอร์โฮสเตส

อาชีพ แอร์โฮสเตส หรือลูกเรือสายการบิน คงเป็นอาชีพในฝันของสาวๆ หลายๆ คน ด้วยภาพจำของ ‘นางฟ้า’ ผู้หญิงสาวสวย บุคลิกดี เดินเฉิดฉายอยู่บนเครื่องบิน ซึ่งภาพจำนี้คงแตกต่างกับ โอปอล์ ภูรี เตชะวณิช แอร์โฮสเตส สาววัย 25 ปี อย่างสิ้นเชิง ถ้าบอกใครต่อใครว่าเธอนั้นเป็น ‘สาวหล่อ’

โอปอล์ จบการศึกษาจากคณะมนุษย์ศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ โทธุรกิจการบิน มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ กล่าวคือเธอเองมีความสนใจในอาชีพธุรกิจการบินอยู่แล้ว แต่ด้วยความเป็นสาวหล่อ ไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้ต้องใส่กระโปรงหรือส้นสูงถ้าไม่จำเป็น อาชีพแอร์โฮสเตสจึงไม่อยู่ในตัวเลือกอาชีพของเธอเลย แต่การมาเป็นแอร์โฮสเตสจะเรียกว่าเป็นการจับพลัดจับผลูก็เป็นได้ เมื่อทุกอย่างจุดเริ่มต้นจากการที่เพื่อนของเธอชักชวนให้ไปสมัครรายการ “The Angel นางฟ้าติดปีก” รายการที่เฟ้นหาสาวๆ เพื่อไปเป็นนางฟ้าบนเครื่องบิน เมื่อการสมัครเข้าร่วมรายการอย่างงงๆ กลับกลายเป็นว่า โอปอล์ผ่านเข้ารอบและได้เป็นแอร์โฮสเตสในที่สุด ซึ่งหลังจากที่ได้มาทำอาชีพด้วยตนเอง แอร์โฮสเตส ก็ได้เปลี่ยนความคิดของเธอไปโดยสิ้นเชิง และกลายเป็นอาชีพที่เธอรักในทุกวันนี้

ที่มาที่ไปของการที่ ‘สาวหล่อ’ อย่างเรา มาเป็นแอร์โฮสเตสหรือลูกเรือสายการบิน เป็นอย่างไรบ้าง?

ทุกอย่างเริ่มจากที่เพื่อนของปอลชวนมาสมัครรายาร “The Angel นางฟ้าติดปีก” เราก็เรียนจบเอกภาษาอังกฤษโทธุรกิจการบิน ซึ่งก็สนใจในเรื่องธุรกิจการบินอยู่เป็นทุนเดิมแล้ว ก็เลยมาสมัครเป็นเพื่อน แต่ก็ไม่คิดว่าเราผ่านและได้มาเป็นลูกเรือจริงๆ ซึ่งพอได้มาลองทำด้วยตัวเองก็เข้าใจว่าทำไม อาชีพแอร์โฮสเตส ถึงเป็นอาชีพในฝันของสาวๆ หลายๆ แล้วก็เปลี่ยนมุมมองของตัวเองต่ออาชีพนี้ไปเลยเหมือนกัน เพราะแอร์โฮสเตสทำอะไรได้เยอะกว่าที่เราคิดไว้มาก

ig: opor_bt

ความคิดของโอปอลต่ออาชีพแอร์โฮสเตสเปลี่ยนไปยังไงบ้าง?

ตอนแรกเราก็มองเหมือนคนทั่วๆ ไป ว่าจะต้องเป็นผู้หญิงสวยๆ เสิร์ฟน้ำบนเครื่อง แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่เลย กว่าจะมาทำอาชีพนี้ได้ต้องมีการรับสมัครผ่านการคัดเลือกจากผู้หญิงนับพัน ซึ่งเมื่อผ่านแล้วก็ใช่ว่าจะเป็นลูกเรือได้เลย ต้องมีการฝึกฝนซึ่งถ้าไม่ผ่านก็ไม่ได้เป็นได้อีก ไม่ใช่แค่ว่าต้องมีบุคลิกที่ดีเท่านั้น แต่จะต้องมีไหวพริบ สติปัญญา การปรับตัวที่ดี มีความคิดแง่บวกและความอดทนสูง เพราะต้องเจอกับผู้โดยสารไม่ซ้ำหน้าวันละหลายร้อยคน สมมติว่าอยู่ดีๆ เราโดนผู้โดยสารเหวี่ยง ก็ต้องมาดูว่าจะรับมือกับปัญหานี้ได้ยังไง ต้องใช้ไหวพริบในการเลือกคำตอบที่ดูสุภาพที่สุด แต่ชัดเจนและสื่อสารให้ผู้โดยสารเข้าใจเรา

นอกจากนี้ก็ได้ฝึกทักษะหลายๆ ด้านที่จำเป็นต้องใช้ ทั้งการดับเพลิง การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ถ้าผู้โดยสารป่วยขึ้นมา หรือเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งหลังจากได้มาลองทำอาชีพนี้ เราได้เรียนรู้ทักษะและการได้ใช้ไหวพริบพวกนี้ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้นในหลายๆ ด้าน เราตรงต่อเวลามากขึ้น มีความรับผิดชอบและความอดทนมากขึ้น มีทักษะและความรู้ที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งประสบการณ์บางอย่างก็หาไม่ได้ในอาชีพอื่น

กว่าจะเป็นแอร์โฮสเตสได้อย่างทุกวันนี้ต้องมีการปรับตัวอย่างไรบ้าง?

ต้องปรับตัวเยอะมาก เรียกได้ว่าเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ ก่อนอื่นเลยคือเราไม่เคยทำอะไรที่มันผู้หญิงจ๋ามากๆ มาก่อน ไม่ใส่กระโปรง ไม่ใส่ส้นสูง ไม่แต่งหน้า แต่พอมาเป็นแอร์เราต้องทำสิ่งเหล่านี้ทุกอย่าง ต้องมีการเรียนแต่งหน้าจากสายการบิน ต้องมาหัดกรีดอายไลเนอร์วันละหลายๆ รอบ จากคนที่ไม่เคยใส่ส้นสูงเลยนอกจากตอนประกวด The Angel กับสมัยเด็กๆ ที่แม่จับใส่ ต้องมาใส่ส้นสูงทุกวันๆ เรื่องกระโปรงก็ด้วย ขนาดเรียนมหาลัยเรายังใส่กางเกงเรียนเลย (หัวเราะ)

ตอนแรกก็รู้สึกฝืนใจนิดหน่อย จนถึงจุดหนึ่งที่ทำบ่อยๆ และเรามองว่ามันเป็นหน้าที่ก็จะรู้สึกชินและยอมรับไปเอง ยอมรับว่าตอนทำงานเราต้องสวมบทบาทนี้ แต่พอเลิกงานเราก็แปลงร่างกลับมาเป็นตัวเองคุ้นแคย อย่างเรื่องทรงผมถือเป็นความโชคดีมากที่สายการบินค่อนข้างเปิดกว้าง ไม่ได้เข้มงวดมากนัก (ปกติแล้วลูกเรือไว้ผมสั้นได้ไหม?) สายการบินส่วนมากอนุญาติให้ลูกเรือไว้ผมสั้นได้ แต่สั้นได้เท่าไหนขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบินค่ะ (เคยโดนผู้โดยสารทักไหม ในเรื่องที่เราเป็นสาวหล่อ?) เคยนะคะ แต่ไม่ใช่แง่ลบ อย่างเรื่องผมสั้น ผู้โดยสารจะทักประมาณว่า ผมเท่ดีนะ ตอนแรกก็กังวลว่าจะถูกมองแปลกๆ หรือพูดจาไม่ดีใส่ไหม แต่สุดท้ายก็ไม่เคยเจอเลย

ig: opor_bt

แสดงว่าเพศก็ไม่ได้เป็นข้อจำกัดถูกไหม ตอนนี้หลายคนมีอาชีพในฝัน แต่อาจไม่กล้าทำเพราะกังวล หรือติดกำแพงเรื่องเพศอยู่ อยากฝากอะไรถึงพวกเขาบ้าง?

ปอลอยากให้คิดว่าอาชีพทุกอาชีพจำเป็นต้องมีคนที่หลากหลาย ไม่อยากให้เอาเพศมาจำกัดแต่อยากให้เอาความสามารถมาจำกัดมากกว่า ถ้าคิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติทำอาชีพนี้ได้และอยากทำให้ลองสมัคร ให้เลือกในสิ่งที่อยากทำก่อน เพราะบางอาชีพก็ไม่ได้รอเราตลอด ถ้าไม่ลองตั้งแต่ตอนนี้ก็อาจสายเกินไปแล้ว ถ้าลองสมัครลองทำแล้วแล้วยังไม่ได้ก็ให้ลองใหม่ ลองเรื่อยๆ ถ้าเรามีความพยายามและมุ่งมั่นต่ออาชีพนั้นจริงๆ ต้องมีสักครั้งที่ความพยายามประสบความสำเร็จ

ซึ่งถ้าก้าวเข้ามาในอาชีพที่ตัวเองชอบแล้ว ก็ต้องบอกตัวเองว่าอย่ากลัวสายตาคนรอบข้าง แน่นอนว่าเราดูแตกต่างกว่าคนอื่น แต่ไม่ว่าคุณจะเจอคำพูดหรือสถานการณ์ใดๆ ขอให้ยอมรับและคิดว่ามันเป็นอาชีพ เป็นหน้าที่ เราไม่ได้ทำอะไรผิด เราไม่ผิดที่เกิดมาเป็นเพศที่ไม่ตรงกับร่างกายเรา เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่าเอาเพศมาสร้างขีดจำกัดและอย่าคิดว่าสิ่งที่ตัวเองเป็นนั้นมันผิด และอย่าเอาความคิดขอคนไม่กี่คนมาจำกัดโอกาสของตัวเองค่ะ

l6ท้ายนี้โอปอลบอกกับเราว่า ในอนาคตมีความสนใจในอาชีพ นักบิน ซึ่งก็คงเป็นอีกโจทย์ที่ท้าทายกับอาชีพที่ก็มีภาพจำส่วนมากเช่นกันว่า กัปตันสายการบิน ต้องเป็นผู้ชาย แต่ตอนนี้ที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ ทั้งต่างชาติและในในไทยมีจำนวนนักบินหญิงอยู่ไม่น้อยและนับวันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีความสามารถเป็นที่ยอมรับไม่แพ้กันเลย อย่างในสายการบินที่โอปอลทำงานอยู่ขณะนี้ก็มีนักบินหญิงเกือบ 10 คน ตำแหน่งที่โอปอลเองก็จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในอนาคตเช่นกัน

จากความเปลี่ยนแปลงทีละน้อยนี้ เหมือนเป็นความหวังว่าในอนาคตอีกไม่ไกล เราคงได้อยู่ในสังคมที่เปิดกว้าง ที่ เพศ จะไม่สามารถเป็นขีดจำกัดอาชีพ และความชอบของคนได้อีกต่อไป

ig: opor_bt
keyboard_arrow_up