7 วิธีเตรียมตัวให้ฟิต! ก่อนไป FITT WALK มันส์ เดิน เบิร์น สนุก!

พร้อมหรือยัง? กับกิจกรรม “WATSONS FITT WALK ปีที่ 2 มันส์ เดิน เบิร์น สนุก” เทรนด์ใหม่ของการเดินออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ช้าสลับเร็ว เพื่อเผาผลาญแคลอรี่ เบิร์นไขมันกันเก๋ๆ คลายความเครียดพร้อมปลดปล่อยความรู้สึกไปตามเพลง ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 3 มีนาคม 2561 เวลา 17.00 – 19.30 น. ณ สนามศุภชลาศัย

ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้สุขภาพดีๆ กลับไปเท่านั้นแต่ยังได้บุญอีกด้วย! เพราะว่ารายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายบัตรโดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะร่วมสมทบทุนมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ แต่งานนี้ใจพร้อมอย่างเดียวไม่พอ กายก็ต้องพร้อมด้วย เพราะหากเตรียมตัวได้อย่างถูกวิธี นอกจากจะได้ประโยชน์เต็มๆ 100% ยังช่วยป้องการอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัวอีกได้อีกด้วย มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง?

1. สำรวจร่างกายกันสักนิด

เช็คดูว่าสภาพร่างกายของตัวเองนั้นเป็นอย่างไร มีปัญหาที่ส่วนไหนบ้างหรือเปล่า เช่น แขน ขา ข้อ หรือเข่า ให้แน่ใจว่าไม่ว่าจะไปร่วม FITT WALK หรือเล่นกีฬาไหนๆ ก็จะไม่ส่งผลให้อาการบาดเจ็บเกิดความรุ่นแรงขึ้น

7 วิธีเตรียมตัวให้ฟิต! ก่อนไป FITT WALK มันส์ เดิน เบิร์น สนุก!

2. ยืดเส้นยืดสายป้องกันอาการบาดเจ็บ

การยืดหยุ่นกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกาย เป็นเรื่องที่ควรต้องทำก่อนออกกำลังทุกครั้ง ควรใช้เวลาในการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อประมาณ 15 – 30 นาที และเมื่อจบการออกกำลังกายแล้วอย่าหยุดทันที เพราะหัวใจจะทำงานหนักเกินไป ให้ค่อยๆ หยุด ด้วยการทำท่ากายบริหารแบบช้าๆ ไปเรื่อยๆ สำหรับกิจกรรม FITT WALK ก็ไม่ต้องถึงกับยืดมาจากบ้าน เพราะ โค้ชทิม จิรวัฒน์ ตระกูลมา เทรนเนอร์หนุ่มสุดฮอต อดีตนักกีฬาเพาะกายและฟิตเนสทีมชาติไทย จะมานำยืดเส้นยืดสายให้คุณเอง!

3. ทานอาหารก่อนออกกำลังกาย

มักจะมีความเชื่อว่าออกกำลังกายในขณะท้องว่าง จะทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่าช่วงเวลาอื่น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อท้องว่างร่างกายก็จะดึงเอาคาร์โบไฮเดรตและไขมันออกมาเผาผลาญมากขึ้นก็จริง แต่เมื่อเลิกแล้วก็มักจะเกิดปัญหาที่ร่างกายอยากอาหารที่มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อเข้าไปทดแทนสารต่างๆ ที่ร่างกายถูกเผาผลาญออกไป การออกกำลังกายในยามท้องว่างยังเป็นการทำร้ายหัวใจอย่างรุนแรงอีกด้วย อาหารที่ควรเลือกทาน จะต้องเพิ่มพลังงานได้อย่างรวดเร็ว ลดความโหย ที่สำคัญต้องไม่ทำให้อ้วน เช่น กล้วย แอปเปิ้ลเปล่าๆ หรือ จับคู่กับเนยถั่ว ดาร์กช็อคโกแลต อะโวคาโดจับคู่กับไข่ต้ม เป็นต้น

4. อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ

เพราะร่างกายมีน้ำเป็นส่วนประกอบเกินกว่า 75% การดื่มน้ำจะช่วยรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกายให้เป็นปกติ หรือจะเลือกดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด สำคัญที่สุดคือต้องดื่มให้พอดี อย่าดื่มมากจนเกินไป นอกจากนี้การดื่มน้ำจะช่วยรักษาระดับสารอิเลกโตรไลค์ในร่างกาย ช่วยลดอาการเป็นตะคริวได้อีกด้วย

5. พักผ่อนให้เพียงพอ

ปกติถ้าอดนอน หรือพักผ่อนไม่เต็มที่ ก็ไม่ควรจะออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาใดๆ ทั้งสิ้นเพราะจะทำให้ร่างกายทนไม่ไหว อาจทำให้หน้ามืดได้ ควรออกกำลังกายโดยไม่ฝืนสภาพร่างกายของตัวเองจะดีที่สุด

6. เลือกชุดกับรองเท้าให้เหมาะสม

ควรเลือกเสื้อผ้าที่เบาสบาย เคลื่อนไหวได้คล่องตัว ควรมีความสามารถในการรีดเหงื่อ เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี จะช่วยระบายความร้อนได้เร็วขึ้น เสื้อผ้าที่ไม่อมน้ำจะช่วยให้คล่องตัวมากขึ้น เพราะไม่เป็นถ่วงน้ำหนัก ส่วนรองเท้าสำหรับ FITT WALK ก็ควรเลือกให้กระชับ แต่มีพื้นที่ยืดหยุ่น เนื่องจากการเดินจะมีการงอฝ่าเท้าค่อนข้างมาก

7. ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างการออกกำลังกาย

เป็นข้อดีของเทคโนโลยี ที่ทุกวันนี้เรามีอุปกรณ์สวมใส่ในขณะที่กำลังออกกำลังกาย เพื่อให้เกิดการเตือนเมื่อถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่ควรระมัดระวัง โดยใช้วิธีการคำนวณง่ายๆ คือ นำเอาอายุของคุณมาลบออกจาก 220 ได้เท่าไหร่ก็คือช่วงของอัตราการเต้นของหัวใจที่ควรต้องระมัดระวัง ตั้งนาฬิกาเอาไว้ให้เตือนในช่วงที่อัตราการเต้นของหัวใจขึ้นแตะระดับที่กำหนดเอาไว้ เมื่อถูกเตือนก็ให้ผ่อนแรงในการออกกำลังกายลง วิธีการนี้จะช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายที่เหมาะสมกับร่างกายและสุขภาพของคุณ ไม่ทำร้ายหัวใจมากจนเกินไป และสามารถเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ทั้งหมดคือ 7 ข้อน่ารู้ ที่ไม่ยากจนเกินไปสำหรับการเตรียมตัวมาสนุกไปกับ “WATSONS FITT WALK ปีที่ 2 มันส์ เดิน เบิร์น สนุก” ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 3 มีนาคม 2561 เวลา 17.00 – 19.30 น. ณ สนามศุภชลาศัย เพื่อนำรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายสมทบทุนมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ

ใครที่ยังไม่มีบัตร สามารถสมัครได้แล้ววันนี้ ถึง 23 กุมภาพันธ์ 2561 ที่เคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และอีจีวี ค่าสมัคร 500 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.watsons.co.th/fitwalk2 หรือคอลเซ็นเตอร์ 0-2017-8899

keyboard_arrow_up