จากผ้าไทยผืนงาม สู่กระเป๋าหนังดีไซน์ทันสมัย ‘พญา’ (PHYA) คอลเลกชั่นล่าสุด

แบรนด์ ‘พญา’ (PHYA) ปลุกกระแสการใช้ผ้าไทยให้กลับมาเป็นที่นิยมด้วยการถ่ายทอดไอเดียสดใหม่ผ่านกระเป๋าหนังดีไซน์ทันสมัยได้อย่างลงตัว ในคอลเลกชั่น The Kankoon Collection

จิรยง อนุมานราชธน ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์แบรนด์ ‘พญา’ เลือกใช้ผ้าไหมสามตะกอจากจังหวัดขอนแก่น ดินแดนที่ขึ้นชื่อด้านการทอผ้าไหมมัดหมี่ผืนงาม ด้วยเทคนิคและลวดลายอันวิจิตรบรรจง ถ่ายทอดลงบนกระเป๋าหนังดีไซน์โก้หรูที่ชื่อว่า The Kankoon Collection โดยแนวคิดหลักในการออกแบบครั้งนี้คือ การนำเสนอสิ่งใหม่ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของงานศิลป์ไทย แต่สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์มากขึ้น สามารถสร้างความแปลกใหม่ที่มีความร่วมสมัยได้เป็นอย่างดี สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

สำหรับ ‘เดอะ แคนคูน คอลเลกชั่น’ (The Kankoon Collection) ทีมดีไซน์ของ ‘พญา’ ได้ใช้เทคนิคการตัดเย็บขั้นสูง และประณีตในทุกขั้นตอน เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างผ้าไหมมัดหมี่ที่นำมาตัดเย็บเข้ากับโครงของกระเป๋าที่ทำจากหนัง ดังนั้น การวางลวดลายและแพทเทิร์นของผ้าจึงต้องใช้ทักษะความเชี่ยวชาญของทีมช่างฝีมือเป็นอย่างมาก เพื่อไม่ให้ผ้าตึงหรือหย่อนจนเกินไป

ซึ่งสำหรับรูปทรงของกระเป๋าในคอลเลกชั่นนี้ ‘พญา’ ได้ออกแบบมาเป็น 2 ดีไซน์ด้วยกัน ได้แก่ กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สามารถใช้ถือเป็นคลัทช์ได้ พร้อมประดับด้วย สายสะพายโซ่โลหะจากอิตาลี สำหรับหญิงสาวที่ต้องการความทะมัดทะแมงด้วยการสะพายข้างหรือสะพายแล่ง ซึ่งออกแบบมาให้มีทั้งขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีพื้นที่จุของได้อย่างครบครัน

และอีกหนึ่งรูปทรงนั้นมาในดีไซน์เล็กกะทัดรัดกับ กระเป๋าทรงบ็อกซี่ อันสง่างามราวกับผลงานสถาปัตยกรรมชั้นสูง ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการเย็บประกบหนังสองชิ้นเข้าด้วยกัน เมื่อผสานเข้ากับลวดลายอันวิจิตรของผ้าไทยยิ่งสามารถสะท้อนถึงดีไซน์หรูหราสง่างามได้เป็นอย่างดี ที่นอกจากใช้ถือแล้วทางแบรนด์ยังเพิ่มฟังก์ชั่นประดับสายโซ่สำหรับใช้สะพายได้เช่นกัน

อีกหนึ่งจุดเด่นของผ้าไหมมัดหมี่สามตะกอ ที่นอกจากความหนาของผ้าแล้ว ยังมีเทคนิคพิเศษในการทอด้วย โดยเมื่อทำการทอหรือขึ้นกี่แต่ละครั้งก็จะได้ลวดลาย และสีของผ้าแต่ละผืนแตกต่างกันออกไป ซึ่งถึงแม้จะแกะลาย ทำการย้อมสี หรือกระตุกกี่เหมือนเดิม แต่ลวดลายก็จะออกมาไม่เหมือนเดิม ถือเป็นความพิเศษและลักษณะเฉพาะตัวของผ้าชนิดนี้ ดังนั้นสำหรับคอลเลกชั่นนี้จึงเลือกสรรลายผ้าที่มีความงดงามตามเอกลักษณ์ไทย และยังคงความทันสมัยสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์กับทุกลุคได้อย่างน่าสนใจ

ซึ่งประกอบไปด้วย 7 ลายด้วยกัน ได้แก่ เขียวพฤกษา (Emerald), ทองตาล (Amber), ปีกแมงทับ (Sapphire) รวมถึงลายประยุกต์ต่างๆ ได้แก่ กลีบบัว (Lilac), เทาทองแดง (Auburn), แดงหมอก (Tulip) และลายซิกเนเจอร์ประจำคอลเลกชั่น แคนแก่นคูน (KanKaenKoon) ที่ต้องใช้เทคนิคการทอชั้นสูง เพราะเป็นลายที่จะต้องมีองค์ประกอบของลายอื่นๆ รวมอยู่ 7 ลายด้วยกัน ได้แก่ ลายแคน, ดอกคูน, พานบายศรี, ลายขอ, ลายโคม, ลายกง และลายหมากจับ ซึ่งผ้าไหมแคนแก่นคูนยังเป็นผ้าไหมประจำจังหวัดของขอนแก่นอีกด้วย

keyboard_arrow_up