อะไรคือ “บุหรี่ไฟฟ้า” ผลิตภัณฑ์ยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ถูก “อนุทิน” สั่งห้ามนำเข้า 100%

จากกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า บุหรี่ไฟฟ้า ยังเป็นสินค้าผิดกฎหมายและไม่คิดยกเลิกแบน เพราะบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เกิดการเสพติดและมีพิษภัย และทางเพจเฟซบุ๊ก กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค ยังได้โพสต์ข้อความขานรับนโยบายดังกล่าว โดยระบุว่า…ห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า 100% เพื่อปกป้องเยาวชน ตามนโยบายท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ขานรับนโยบาย ห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า 100% เพื่อปกป้องเยาวชน ตามนโยบายท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

โพสต์โดย กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค เมื่อ วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2019

ทั้งนี้ ยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ บุหรี่ไฟฟ้า (electronic cigarette) หรือ บุหรี่ไอน้ำ (vapor cigarette) คือผลิตภัณฑ์ยาสูบจำพวกบุหรี่ บุหรี่ซิการ์ และบุหรี่แบบกล้องสูบ ซึ่งทำขึ้นจากอุปกรณ์ประจุแบตเตอรีที่จะส่งผ่านนิโคตินไปยังผู้สูบ โดยมีลักษณะคล้ายคลึงกับยาสูบจริง โดยทั่วไปจะมีอยู่ 2 แบบคือ แบบที่คล้ายกับบุหรี่จริง กับแบบที่เรียกว่าแบบปากกา (Pen style) มีลักษณะเหมือนบุหรี่ที่มีปลายด้านก้นกรองเสียบอยู่กับตัวต่อก้นกรองอีกชั้นหนึ่ง แต่ในปัจจุบันเริ่มมีลักษณะที่ถูกผลิตให้ไม่มีลักษณะคล้ายบุหรี่ แต่มีลักษณะคล้ายรีโมตรถยนต์ และยังมีรูปแบบที่ผู้ใช้ปรับปรุง (modify) เองด้วย ยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ถูกคิดค้นขึ้นในประเทศจีน

นอกจากส่วนประกอบในตัวเครื่องแล้ว ส่วนประกอบสำคัญของยาสูบอิเล็กทรอนิกส์คือน้ำยา (e-liquid) ซึ่งผลิตจากสารโพรพลีลีนกลีเซอรอล (Propylene Glycerol) หรือสารโพรพลีลีน กลีคอล (Propylene Glycol) หรือเรียกสั้น ๆ ว่าสารพีจี (PG) ซึ่งเป็นตัวทำละลายระดับที่บริโภคได้ (Food-Grade) สารพีจีอยู่ในเครื่องสำอางแทบทุกชนิด รวมทั้งแชมพู สบู่ โฟมล้างหน้า หรือแม้กระทั่งลูกอม สารพีจีนี้อาจมีการสะสมหรือระคายเคืองหากได้รับเป็นเวลานาน สารพีจีจะใช้เป็นตัวละลายกลิ่นหรือรสชาติกับนิโคติน โดยทั่วไปจะกำหนดระดับของสารนิโคตินในน้ำยาไว้ดังนี้

1. ระดับสูงมาก (Extra High) มีระดับนิโคติน 20-24 มิลลิกรัม
2. ระดับสูง (High) มีระดับนิโคติน 16-18 มิลลิกรัม
3. ระดับปานกลาง (Medium) มีระดับนิโคติน 11-14 มิลลิกรัม
4. ระดับต่ำ (Low) มีระดับนิโคติน 4-8 มิลลิกรัม
5. ไม่มีนิโคติน (Non) มีระดับนิโคติน 0-2 มิลลิกรัม

นอกจากนี้ปัจจุบันมีบางบริษัทผลิตระดับนิโคตินสูงสุด (Super High) คือ 34 มิลลิกรัมซึ่งอาจเกิดอันตรายหากรับในปริมาณมาก

แม้จะมีงานวิจัยว่ายาสูบอิเล็กทรอนิกส์มีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไป เหตุผลสำคัญคือยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ไม่ปล่อยควันยาสูบที่เป็นอันตราย แต่อาจมีสารตกค้าง และความเสี่ยงในการรับนิโคตินมากเกินไป ในด้านผลกระทบของการที่นิโคตินได้รับความร้อนก่อนที่จะถูกสูดเข้าไป ไม่มีผลต่อความแตกต่างของนิโคตินที่มีในบุหรี่จริง แต่ยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากบริษัทบุหรี่ อาทิ ฟิลิป มอร์ริส (Philip Morris) ที่ระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้าไม่มีความปลอดภัยในการใช้

นอกจากนี้บริษัทยาขนาดใหญ่ที่สนใจเกี่ยวกับกับยาเพื่อการเลิกสูบบุหรี่ (อาทิ แผ่นแปะนิโคติน หรือเม็ดอมนิโคติน) ได้ให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรมต่อกลุ่มสาธารณสุขเพื่อเรียกร้องให้มีการห้าม (ban) ยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากยาสูบอิเล็กทรอนิกส์มีผลต่อความอยากบุหรี่ และสามารถทำให้เลิกบุหรี่ได้ ยาสูบอิเล็กทรอนิกส์เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ และได้รับการยอมรับในหลายประเทศ แต่ก็เป็นสินค้าผิดกฎหมายในอีกหลายประเทศเช่นกัน

สำหรับในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขได้มีมาตรการห้ามนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศโดยใช้กฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่

พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 มาตรา 10 เรื่องห้ามผลิต นำเข้า เพื่อขายหรือเพื่อจ่ายแจกเป็นการทั่วไปหรือโฆษณาสินค้าอื่นใดที่มีรูปลักษณะ ที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นสิ่งเลียนแบบผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทบุหรี่ซิการ์แรต หรือบุหรี่ซิการ์ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต ขายหรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งยาแผนปัจจุบัน เว้นได้แต่ได้รับอนุญาตฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 10,000 บาท และมาตรา 72 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิตขาย หรือนำเข้าหรือสั่งนำเข้ายาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มาในราชอาณาจักร ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 20,000 บาท

พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ผู้ใดนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษีหรือของต้องจำกัดหรือของต้องห้าม หรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรสยามความผิดครั้ง หนึ่งจะมีโทษปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรขาเข้าด้วยแล้ว หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือทั้งปรับทั้งจำ

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขมีรายงานว่า พบปริมาณนิโคตินสูงกว่าบุหรี่ทั่วไปหลายเท่า และมีผลเสียต่อผู้ที่สูบ หากสูบบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ 1 มวน จะเท่ากับสูบบุหรี่ทั่วไปถึง 15 มวนหากนำไปใช้โดยปราศจากการดูแลของแพทย์จะเป็นอันตรายต่อหัวใจและหลอดเลือดได้ และยังอ้างอีกว่ายาสูบอิเล็กทรอนิกส์มีฤทธิ์เทียบเท่าเฮโรอีน ขณะเดียวกันผู้ใช้ยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ก็มีการโต้แย้งว่าบุหรี่จริง มีนิโคตินที่ได้รับจากการเผาไหม้ใบยาสูบ ซึ่งนอกจากนิโคตินแล้ว ยังมีสารก่อมะเร็งและสารพิษมากมาย และควันของบุหรี่นี้เองที่เป็นอันตราย ส่วนยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ มีนิโคตินที่ถูกผสมในสารพีจีโดย 1 มิลลิลิตรใช้เวลาสูบมากกว่า 100-150 ครั้ง ในขณะที่บุหรี่ 1 มวน ใช้เวลาสูบหมดประมาณ 10-15 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งที่สูบยาสูบอิเล็กทรอนิกส์จะได้รับนิโคตินใกล้เคียงกับบุหรี่จริง และในปริมาณที่ไม่เป็นอันตราย

ปัจจุบันในสังคมไทยยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้า และไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่ก็มีผู้ใช้หลายคนยังยืนยันจะใช้ต่อเพื่อเลิกบุหรี่เช่นกัน

keyboard_arrow_up