“ช่อนทะเล” ปลาทะเลรสชาติอร่อย ที่ถูก “ดีเจภูมิ” ลักลอบตกในเขตอุทยานแห่งชาติ

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบข้อมูลตามที่ได้รับการร้องเรียน ว่ามีการโพสต์คลิปวิดีโอการตกปลาใกล้เกาะภายในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ลงบนสื่อออนไลน์ (YouTube) โดยมีนายภูมิใจ ตั้งสง่า หรือดีเจภูมิ เป็นผู้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวลงสื่อออนไลน์ช่องทาง DJPOOM CHANNEL (อ่านเพิ่มเติม : ชุดพญาเสือ แจ้งความ “ดีเจภูมิ” กับพวก 6 คน ลักลอบตกปลาหมู่เกาะชุมพร) ซึ่งภายในคลิปดังกล่าวได้เผยให้เห็นปลาของปลาขนาดใหญ่ตัวหนึ่งนั่นคือ ปลาช่อนทะเล

ปลาช่อนทะเล (Cobia) เป็นปลาทะเลขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งที่อยู่ในวงศ์ Rachycentridae และเป็นปลาเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในวงศ์นี้ มีความยาวได้เต็มที่ถึง 2 เมตร มีน้ำหนักได้ถึง 68 กิโลกรัม มีลักษณะคล้ายปลาเหาฉลาม (Echeneidae) แต่ไม่มีแผ่นเกาะด้านหลัง มีลำตัวที่แข็งแรง และมีส่วนหางที่พัฒนาดีกว่า โดยส่วนหางพัฒนาจากกลมมนเป็นเว้าลึกในตัวเต็มวัย ในปลาช่วงวัยรุ่นมีแถบสีขาวและดำชัดเจน เป็นมีพฤติกรรมชอบอาศัยอยู่บริเวณผิวน้ำ ชอบอยู่เดี่ยวๆ ยกเว้นในช่วงผสมพันธุ์จะมารวมกันตามแนวหิน ซากปรักหักพัง ท่าเรือ แนวก่อสร้าง บางครั้งยังอพยพไปปากแม่น้ำและป่าชายเลนเพื่อหาสัตว์น้ำขนาดเล็กต่างๆ กินเป็นอาหาร

การวางไข่ของปลาช่อนทะเลมักเกิดขึ้นในบริเวณผิวน้ำของเขตอบอุ่นและเขตร้อนทั่วโลก โดยจะปล่อยไข่ลอยขนาดเล็ก 0.12 มิลลิเมตร ล่องลอยเป็นอิสระตามกระแสน้ำจนกว่าจะฟักเป็นตัว ลูกปลาวัยอ่อนมีสภาพเหมือนแพลงก์ตอน ซึ่งในช่วงสัปดาห์แรกจะยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องรอจนกว่าตาและปากได้พัฒนาให้สมบูรณ์ขึ้น ในตัวผู้จะสมบูรณ์เพศเมื่ออายุ 2 ปี ส่วนในตัวเมียจะสมบูรณ์เพศเมื่ออายุ 3 ปี มีอายุขัยประมาณ 15 ปี หรือมากกว่านั้น การผสมพันธุ์วางไข่จะรวมกลุ่มบริเวณชายฝั่ง ในช่วงเดือนเมษายน-กันยายน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์

ปัจจุบัน ปลาช่อนทะเลเป็นปลาที่ได้รับความนิยมในกีฬาตกปลาอย่างมาก เพราะมีขนาดใหญ่ สู้เบ็ดรุนแรง และออกแอคชั่นกับคันเบ็ดได้สนุก ทั้งยังเป็นปลาเศรษฐกิจที่นิยมบริโภคกันอย่างมาก เนื่องจากเนื้อมีรสชาติอร่อย สามารถนำมารับประทานได้ทั้งแบบปลาสด และแปรรูปเป็นปลาแห้ง โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นที่ชื่อชอบปลาชนิดนี้อย่างมาก ทำให้มีเลี้ยงปลาชนิดนี้ในเชิงเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งในประเทศไทยเองกรมประมงก็มีสนับสนุนให้ชาวประมงเลี้ยงกันในเชิงพาณิชย์ ซึ่งในต่างประเทศทำกันมาอย่างยาวนานแล้ว

keyboard_arrow_up