ย้อนทฤษฎีอุกบาตชนโลก ที่เชื่อมโยงกับการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ในยุคครีเทเชียส–พาลีโอจีน

จากกรณีที่สำนักงานบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซ่า) ได้กล่าวถึง ดาวเคราะห์น้อย 2006 QQ23 ที่จะเคลื่อนตัวเข้าใกล้โลกมากที่สุดในวันเสาร์นี้ (10 ส.ค.) เวลา 14.30 น. โดยประมาณ (ตามเวลาประเทศไทย) โดยมีระยะห่างจากโลกประมาณ 7.4 ล้านกิโลเมตร และกำลังเคลื่อนตัวเข้าหาโลกด้วยความเร็วประมาณ 16,740 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทางนาซ่าได้จัดให้การเคลื่อนตัวของดาวเคราะห์น้อยนี้ อยู่ในระดับที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อโลกได้ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ – นาซ่าเตือนอย่าประมาท ดาวเคราะห์พุ่งเฉียดโลกบ่ายเสาร์นี้ แค่สะเก็ดร่วงทำเมืองพินาศ (คลิป))

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่มีอุกบาต หรือดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลกนั้น ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงยุคสมัยของมนุษยเราเท่านั้น แต่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อหลายล้านปีก่อน และเป็นสาเหตุให้เกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่บนโลกมาแล้ว อย่างเช่นเหตุการณ์การสูญพันธุ์ยุคครีเทเชียส-พาลิโอจีน เกิดขึ้นเมื่อราว 66 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์โลก การสูญพันธุ์ครั้งนี้เกิดหลังเหตุการณ์การสูญพันธุ์ยุคไทรแอสสิก-จูแรสสิก ในช่วงปลายยุคครีเทเชียส ซึ่งกวาดล้างสิ่งมีชีวิตไปกว่า 70% หรือประมาณ 3 ใน 4 ของสายพันธุ์ทั้งหมดบนโลก รวมถึงพวกไดโนเสาร์ เทอโรซอร์ และสัตว์เลื้อยคลานใต้ทะเล (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ – ทำความรู้จักกับ “การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ 5 ครั้ง” ที่ผ่านมา หลังจากมันเริ่มครั้งที่ 6 ไปแล้ว)

สำหรับสาเหตุการสูญพันธุ์ในครั้งนี้ได้มีการแบ่งออกเป็นหลายข้อสันนิษฐาน แต่ทฤษฎีที่น่าเชื่อถือที่สุด นั่นคือเหตุการณ์อุกบาตพุ่งชนโลก เพราะว่ามีการค้นพบหลุมอุกบาต ขนาด 10.กม ในบริเวณแหลมยูกาตัน ประเทศเม็กซิโก และนอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุอิริเดียม ที่พบมากในอุกกาบาต ในบริเวณแหลมยูกาตันด้วย ซึ่งแร่ธาตุอิริเดียม พวกนี้อาจมาจากอุกบาตที่พุ่งชนโลก ในบริเวณนั้นน่าจะมาจากอุกกาบาตที่พุ่งชนโลกบริเวณคาบสมุทรยูคาทาน ประเทศเม็กซิโก

นอกจากนี้ ยังมีทฤษฎีอื่นๆ เช่น การระเบิดของภูเขาไฟที่ได้รับความสนใจเช่นเดียวกับการพุ่งชนของอุกบาต ซึ่งภูเขาไฟทั่วโลกอาจระเบิดพร้อมกัน ทำให้พืชที่ไดโนเสาร์กินพืชกินนั้นเป็นพิษเมื่อมันกินเข้าไป ทำให้พวกไดโนเสาร์กินพืชต่างล้มตาย และเมื่อพวกกินเนื้อไม่มีอาหารคือพวกกินพืช พวกมันก็ล่ากันเอง จนสูญพันธุ์ในที่สุด รวมทั้งทฤษฎีอากาศหนาวเย็นขึ้นอย่างรวดเร็วจนเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง ทำให้พวกสัตว์อาจปรับตัวไม่ทันและสูญพันธุ์ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ด้านนายวรวิทย์ ตันวุฒิบัณฑิต ที่ปรึกษาหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา ได้เปิดเผยว่า โอกาสที่ชิ้นส่วนสะเก็ดดาวเคราะห์น้อย 2006 QQ 23 แตกออก ดูจากทิศทางและวงโคจรคงจะไม่แตก และร่วงมาชั้นบรรยากาศของโลกอย่างแน่นอน จึงไม่เป็นอันตรายเพราะอยู่ห่างจากโลกมาก แต่ถ้าหากสะเก็ดหินจากดาวเคราะห์น้อยที่แตกออก และตกสู่พื้นโลกมีขนาดใหญ่เกินกว่า 25 เมตร และเล็กกว่า 1 กิโลเมตร กรณีนี้ หากสะเก็ดหลุดเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกก็จะโดนเผาไหม้จนเหลือก้อนเล็กลงไปมาก หากความเร็วไม่พอก็อาจจะระเบิดไปก่อน คิดว่าไม่ได้ส่งผลอะไรกับโลก เราอาจจะเห็นลูกไฟที่สวยงามบนท้องฟ้า แต่ดูแล้วสะเก็ดดาวเคราะห์น้อย 2006 QQ 23 มีความเร็วไม่มากนัก ช้ากว่าฝนดาวตกทั่ว ๆ ไป บางดวงด้วยซ้ำ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ – นาซ่าเตือนอย่าประมาท ดาวเคราะห์พุ่งเฉียดโลกบ่ายเสาร์นี้ แค่สะเก็ดร่วงทำเมืองพินาศ (คลิป))

keyboard_arrow_up