ทำความรู้จัก “ป่าพรุ” หลังเกิดไฟป่าในนครศรีธรรมราช จนลามถึงบ้านเรือนผู้คน

จากกรณีเหตุไฟป่าในพื้นที่ ป่าพรุควนเคร็ง แหล่งป่าพรุสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช และของภาคใต้ โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้กินพื้นที่หลายตำบล อาทิ ต.เคร็ง อ.ชะอวด, ต.การะเกด ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ และ ต.สวนหลวง อ.เฉลิมพระเกียรติ ทั้งยังไม่สามารถควบคุมได้ และมีรายงานว่าพบชาวบ้านถูกไฟป่าเผาไหม้บ้านเรือนวอดทั้งหลัง บางรายเหลือทรัพย์สินติดตัวออกมาเพียงไม่กี่บาท ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาความล่าช้า เพราะไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่แนวไฟได้

สำหรับ ป่าพรุ (Swamp forest) นับเป็นป่าดิบชื้นประเภทหนึ่ง ที่อยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม เกิดจากแอ่งน้ำจืดเกิดขังตัวติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน มีการสะสมของชั้นดินอินทรีย์วัตถุ เช่น ซากพืช, ซากสัตว์, เศษซากของต้นไม้ ใบไม้ ต่าง ๆ จนย่อยสลายช้า ๆ กลายเป็นดินพีตหรือดินอินทรีย์ที่มีลักษณะหยุ่นยวบเหมือนฟองน้ำที่มีความหนาแน่นน้อยอุ้มน้ำได้มาก และพบว่ามีการสะสมระหว่างดินพีตกับดินตะกอนทะเลสลับกันชั้นกัน 2-3 ชั้น เนื่องจากน้ำทะเลเคยมีระดับสูงขึ้นจนท่วมป่าพรุ เกิดการสะสมของตะกอนน้ำทะเลถูกขังอยู่ด้านใน พันธุ์ไม้ในป่าพรุตายลงไป และเกิดเป็นป่าชายเลนขึ้นมาแทนที่ เมื่อระดับน้ำทะเลลดลง และมีฝนตกลงมาสะสมน้ำที่ขังอยู่จึงจืดจางลง และเกิดป่าพรุขึ้นมาอีกครั้ง ดินพรุชั้นล่างมีอายุถึง 6,000-7,000 ปี ส่วนดินพรุชั้นบนอยู่ระหว่าง 700-1,000 ปี

สภาพโดยทั่วไปของป่าพรุ นั้น คือ พื้นด้านล่างจะเป็นพรุมีน้ำขังตลอดทั้งปี น้ำจะมีสีเขียวหรือน้ำตาลเข้ม อันเกิดจากการหมักหมมตัวมาอย่างยาวนานของซากพืช ซากสัตว์ น้ำจะมีสภาพเป็นกรดมากกว่าค่าของน้ำปกติ (pH ต่ำกว่า 7) แต่ก็มีความหลากหลายทางระบบนิเวศสูงมาก และไม้ยืนต้นในป่าประเภทดังกล่าวมีระบบรากแขนงแข็งแรงแผ่ออกไปเกาะเกี่ยวกัน ซึ่งช่วยให้ต้นไม้สามารถพยุงลำต้นของกันและกันได้ แต่ขณะเดียวกันหากมีต้นใดล้ม ต้นอื่นจะล้มตามไปด้วย

ป่าพรุ นั้นถือเป็นแหล่งรวบรวมความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะเป็นแหล่งพันธุกรรมของพรรณไม้ป่าที่มีศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจ และพรรณไม้ที่หายากอีกหลายชนิดในประเทศไทย นอกจากพรรณไม้เศรษฐกิจใช้ใน การก่อสร้างดังกล่าวแล้ว ยังมีพรรณไม้ป่าพรุอีกหลายชนิดที่สามารถนำมาปลูกเป็นไม้ประดับได้ และมีหลายชนิดเป็นอาหารของสัตว์ป่านานาชนิดที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังที่กล่าว และยังมีปลาบางชนิดที่พบเฉพาะในป่าพรุเท่านั้น

สำหรับในประเทศไทย พื้นที่ที่มีป่าพรุเกิดขึ้นในบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป และพบในบางส่วนบ้างของภาคกลาง ซึ่งในปัจจุบัน พื้นที่ป่าพรุที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือ ป่าพรุสิรินธร หรือป่าพรุโต๊ะแดง ในจังหวัดนราธิวาส มีเนื้อที่กว่า 125,625 ไร่ หรือ 201 ตารางกิโลเมตร แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าในอดีตที่ประเทศไทยเคยมีป่าพรุมากถึงกว่า 400,000 ไร่ กินเนื้อที่กว่า 50 ล้านไร่ แต่ได้ค่อยๆ ลดปริมาณลงจากการถูกบุกรุกแผ้วถางทำการเกษตร

keyboard_arrow_up