“คอนกรีตเปลือย” เมื่องานแบบหยาบๆ กลายเป็นศิลปะทางสถาปัตยกรรม

คอนกรีตเปลือย (Béton Brut หรือ Raw Concrete) ในทางสถาปัตยกรรมนั้นหมายถึง คอนกรีตที่ไม่ได้รับการฉาบหรือฉาบอย่างหยาบๆ หลังจากเท ที่เมื่อแห้งยังคงทิ้งให้เห็นรอยไม้ที่ใช้ทำพิมพ์เมื่อเทคอนกรีตให้เห็นบนผิว โดยเริ่มมีขึ้นเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 และเป็นเทคนิคที่เป็นส่วนหนึ่งของ สถาปัตยกรรมบรูทัลลิสต์ (Brutalist Architecture) ของคริสต์ทศวรรษ 1960 จนถึง คริสต์ทศวรรษ 1970 ที่ตามมาด้วย สถาปัตยกรรมการแสดงออกทางโครงสร้าง (structural expressionism) เมื่อโครงสร้างด้วยเหล็กหล่อมีความก้าวหน้าขึ้นและใช้ได้ง่ายขึ้น การใช้ลวดลายไม้บนคอนกรีตยังคงเป็นที่นิยมกันในการทำสวนภูมิทัศน์

สำหรับสถาปัตยกรรมบรูทัลลิสต์ นั้นมีช่วงรุ่งเรืองระหว่างปี ค.ศ. 1951 ถึง 1975 เป็นสถาปัตยกรรมที่สืบเนื่องจากการเคลื่อนไหวสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยคำว่า Nybrutalism (New Brutalism) เดิมมีต้นกำเนิดจากสถาปนิกชาวสวีเดน ฮันส์ แอสพลันด์ (Hans Asplund) ในปี 1950 เพื่ออธิบายถึงอาคารวิลลาเกิท (Villa Göth) ในอุปซอลา

จนกระทั่งสถาปนิก อลิสันและปีเตอร์ สมิทสัน เป็นผู้แนะนำคำว่า “Brutalism” ให้กับหมู่ผู้พูดภาษาอังกฤษในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1950 จนมีการใช้อย่างกว้างขวางหลังนักวิจารณ์สถาปัตยกรรมชาวอังกฤษ เรย์เนอร์ แบนัม (Reynor Banham) ในบทความปี 1955 ที่ชื่อบทความ The New Brutalism โดยใช้คำว่า “Brutalism” เพื่ออธิบายจรรยา (ethic) และรูปแบบความงาม (aesthetic style) ในบทความเดียวกัน เขายังใช้คำนี้กับ ศิลปะดิบ (Art Brut) และงาน béton brut (คอนกรีตเปลือย) ของเลอกอร์บูซีเยในฝรั่งเศส โดยถือเป็นการใช้คำนี้เป็นครั้งแรก ปัจจุบันคอนกรีตถือเป็นวัสดุที่ใช้การทั่วไปของสถาปัตยกรรมบรูทัลลิสต์ แต่ก็อาจมีการใช้วัสดุอื่นเช่น อิฐ กระจก เหล็ก หินตัดหยาบๆ เข้ามาร่วมด้วย

นอกจากนี้ คอนกรีตเปลือยยังนิยมนำมาใช้ในการตกแต่งภายในอีกด้วย ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น ผนังปูนเปลือย ซึ่งเป็นการหล่อปูนที่หน้างานด้วยอุปกรณ์ที่ดี หรือหล่อปูนใส่แบบไม้หรือแบบเหล็กที่ทำขึ้นมา รอปูนเซ็ทตัวก็ถอดแบบออก ซึ่งอาจจะทิ้งร่องรอยของแบบบ้าง รอยน็อต แต่ก็โชว์ความดิบซึ่งหลายคนชื่นชอบ วิธีนี้มีการทำงานแบบเป็นขั้นตอนและมีค่าใช้จ่ายสูงทีเดียว

ส่วนอีกแบบคือ ผนังปูนขัดมัน ซึ่งเป็นการฉาบปูนชั้นบนในช่วงที่ปูนชั้นล่างหมาดๆ แล้วใช้เกรียงฉาบและขัดจนเรียบเนียน ซึ่งจะมีการฉาบสองชั้น โดยโรยผงปูนซีเมนต์บนผนังในขั้นตอนสุดท้ายของการฉาบ หลังจากนั้นก็พรมน้ำแล้วใช้เกรียงเหล็กขัดวนจนเกิดความมัน แต่ต้องอาศัยช่างที่ค่อนข้างชำนาญและมีฝีมือ มิฉะนั้นอาจได้ผนังที่เป็นรอยด่างๆ ไม่สม่ำเสมอ

keyboard_arrow_up