“งูก้นขบ” ต้นตำนานความเชื่อเรื่อง “ปากกัดก้นต่อย” ทั้งที่เป็นแค่…งูไม่มีพิษ!!

อีกหนึ่งความเชื่อแบบไทยๆ ที่น่าจะฝังหัวใครอยู่ไม่น้อย นั่นคือเรื่องตำนานของ “งูก้นขบ” ที่สามารถทำร้ายคนได้ทั้งหัวและหาง จนทำเอาคนจำนวนมากเป็นต้องลงมือตีมันซะทุกครั้งที่พบเห็น โดยไม่ทันได้คิดว่า…เรื่องที่เล่าๆ กันมานั้นเป็นจริงหรือไม่ และความจริงแล้ว…งูที่ว่ากัดได้ทั้งหัวทั้งหางนั้นมันมีพิษจริงหรือเปล่า !?

งูก้นขบ (Red-tailed pipe snake) เป็นงูที่มีขนาดไม่เกิน 1 เมตร และสามารถพบได้ทั้งในประเทศพม่า ตอนใต้ของประเทศจีน ไปจนถึงทางใต้จากประเทศเวียดนาม, ประเทศลาว, ประเทศกัมพูชา, ประเทศไทย, คาบสมุทรมลายู และอินเดียตะวันออก ถึงประเทศอินโดนีเซีย เป็นงูที่หากินบนพื้นดิน รวมทั้งอาศัยอยู่ในโพรงในพื้นดิน ออกเป็นตัวโดยไข่จะฟักในท้องและแม่งูจะคลอดลูกอีกทีเป็นตัว คล้ายกับงูโบอาที่พบในทวิปอเมริกา จะออกลูก 8-13ตัว

ส่วนใหญ่มีลำตัวสีดำแกมม่วง มีลายสีขาวเป็นปล้องๆ ที่สำคัญคือเป็นงูที่ไม่มีพิษ แต่มักถูกเข้าใจกันว่ามีพิษ เพราะมีพฤติกรรมชอบชูและแผ่หางซึ่งปลายที่มีสีแดงส้ม เพื่อขู่ศัตรูให้เข้าใจผิด แต่เมื่อถูกคุกคามหรือจับตัว มักจะแกล้งทำเป็นตาย จึงนิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง สำหรับผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานหรือสัตว์แปลก ๆ โดยสามารถเลี้ยงได้ในตู้ปลา โดยการจัดสภาพแวดล้อมในที่เลี้ยงให้เลียนแบบธรรมชาติ

keyboard_arrow_up