“ควายบ้าน” เพื่อนยามยากของชาวนา ที่ค่อยๆ หมดความสำคัญลงตามยุคสมัย

ควายบ้าน หรือภาษาทางการว่า กระบือ เป็นสัตว์เลี้ยงที่ใกล้ชิดกับงานเกษตรกรรมของประเทศแถบเอเชียมากที่สุดชนิดหนึ่ง เนื่องจากในอดีตชาวนานิยมเลี้ยงควายเป็นแรงงานเพื่อไว้ไถนา บ้างก็ใช้ควายเป็นพาหนะเข้าไปทำไร่ทำนา ทั้งยังมีการฆ่าเพื่อนำเนื้อเป็นอาหารได้ เพราะมีน้ำหนักเมื่อโตเต็มวัยโดยเฉลี่ยมากถึง 520-560 กิโลกรัมในควายตัวผู้ และตัวเมียเฉลี่ยประมาณ 360-440 กิโลกรัม ทั้งยังมีเขาเป็นลักษณะเด่นเฉพาะตัว ปลายเขาโค้งเป็นวงคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ซึ่งนิยมนำมาประดับบ้านเรือน จึงเรียกได้ว่าควายนั้นสามารถประโยชน์ได้ทั้งตัวจริงๆ

ควายบ้านนั้นแบ่งได้ 2 ชนิดคือ ควายปลัก (Swamp buffalo) และ ควายแม่น้ำ (River buffalo) โดยทั้งสองชนิดจัดอยู่ในวงศ์ สกุล และชนิดเดียวกันคือ Bubalus bubalis แต่ก็มีความแตกต่างกันทางสรีระวิทยา รูปร่าง อย่างเห็นได้ชัดเจน จากการศึกษาทางด้านชีวภาพโมเลกุลพบว่า ควายปลักมีจำนวนโครโมโซม 24 คู่ ส่วนควายแม่น้ำจะจำนวนโครโมโซม 25 คู่ และสามารถผสมข้ามพันธุ์ระหว่างทั้งสองชนิดนี้ได้

สำหรับ ควายปลัก นั้นนิยมเลี้ยงกันในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม พม่า กัมพูชา และลาว เลี้ยงเพื่อใช้แรงงานในไร่นา เพื่อปลูกข้าวและทำไร่ มีพฤติกรรมชอบนอนแช่ปลัก มีรูปร่างล่ำสัน ผิวหนังมีสีเทาเข้มเกือบดำอาจมีสีขาวเผือก มีขนเล็กน้อย ลำตัวหนาลึก ท้องใหญ่ หัวยาวแคบ เขามีลักษณะแบบโค้งไปข้างหลัง หน้าสั้น หน้าผากแบบราบ ตานูนเด่นชัด ช่วงระหว่างรูจมูกทั้งสองข้างกว้าง ขาทั้ง 4 สีขาวแก่หรือสีเทาคล้ายใส่ถุงเท้าสีขาว คอยาวและบริเวณใต้คอจะมีขนขาวเป็นรูปตัววี (chevlon) หัวไหล่และอกนูนเห็นชัดเจน

ส่วน ควายแม่น้ำ สามารถพบในประเทศอินเดีย ปากีสถาน อียิปต์ ประเทศในยุโรปตอนใต้และยุโรปตะวันออก ให้นมมากและเลี้ยงไว้เพื่อรีดนม ไม่ชอบลงแช่โคลน แต่จะชอบน้ำสะอาด มีหลายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์มูร่าห์ นิลิ ราวี เมซานี เซอติ และเมดิเตอร์เรเนียน เป็นต้น กระบือประเภทนี้จะมีขนาดใหญ่ รูปร่างแข็งแรง ลักษณะทั่วไปจะมีผิวหนังสีดำ หัวสั้น หน้าผากนูน เขาสั้น และบิดม้วนงอ ส่วนลำตัวจะลึกมาก มีขนาดเต้านมใหญ่ และนิยมนำน้ำนมมาให้แปรรูปเป็นอาหาร

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันควายบ้านนั้นค่อยๆ ถูกลดบทบาทลงตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และมีการหันมาให้เทคโนโลยีด้านการเกษตรมากขึ้น อีกทั้งราคาของควายที่ลดลงเรื่อยๆ จึงทำให้แรงจูงใจที่จะเลี้ยงควายของชาวบ้านมีน้อยลง ครั้นเมื่อราคาหน้าโรงเชือดสูงขึ้น ก็มักขายควายให้กับโรงฆ่าสัตว์ โดยไม่คำนึงว่าไม่จำเป็นต้องใช้ควายต่อหรือไม่ อีกทั้งการมาของรถไถมาใช้เตรียมดินเพาะปลูกแทน ทำให้มีชาวนาจำนวนไม่น้อยที่เลิกใช้งานควายไป นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบจากสภาพสังคมที่ผู้คนในวัยทำงานย้ายเข้ามาทำงานในเมืองมากขึ้น ทำให้เหลือแต่แรงงานสูงอายุที่มีเวลาทำงานอีกไม่มาก ทำให้ความจำเป็นในการใช้ควายลดน้อยลงไป

แม้จะมีความจำเป็นในบทบาทเดิมลดลง แต่ก็มีหลายหน่วยงานที่พยายามฟื้นฟูสายพันธุ์ควายไทยให้คงอยู่ต่อไป เพียงแต่เปลี่ยนหน้าที่จากสัตว์ที่ถูกใช้แรงงาน ให้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว และเป็นการสอนให้ผู้คนยุคใหม่ได้รู้จักกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทยในอดีตอีกด้วย

keyboard_arrow_up