เปิดความเชื่อด้านคุณไสย เมื่อซาก “วาฬหัวทุย” ที่เกาะลันตา ถูกเลาะเขี้ยวไปจากปาก

จากกรณีที่มีการพบซากวาฬลอยตายกลางทะเลเกาะลันตา และเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดกระบี่นำเรือลากขึ้นมาชายฝั่ง เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ทำให้วาฬตัวนี้ตายลง แต่กลับพบว่าได้มีการการตัดเขี้ยวของวาฬนี้ออกไปกว่า 45 ซี่ทั้งด้านบนและด้านล่าง ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าคนที่ตัดฟันออกไปนั้น จะนำไปทำคุณไสย หรือทำเป็นเครื่องประดับ

จากข้อมูลพบว่า มนุษย์ได้มีการนำเขี้ยวของวาฬมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่โบราณ และถือว่าฟันของวาฬนั้นเป็นของหายาก ล้ำค่า และเชื่อว่ามีคุณสมบัติช่วยคุ้มครองนักเดินเรือให้ปลอดภัยแคล้วคลาด และในอดีตยังมีความเชื่อว่าเขี้ยวของวาฬที่นำมาแกะสลักนั้นเป็นเขาของยูนิคอร์น ซึ่งถือเป็นของล้ำค่าและเป็นเครื่องประดับที่มีราคาสูงมาก จึงทำให้เกิดการออกล่าวาฬที่ไม่เพียงเพื่อเอาเนื้อและไขมัน แต่ยังเพื่อนำเขี้ยวและกระดูกของวาฬว่าใช้ประโยชน์ในด้านคุณไสยอีกด้วย

ทั้งนี้ วาฬหัวทุย หรือ วาฬสเปิร์ม (Sperm whale) นั้นจัดเป็นวาฬมีฟัน (Odontoceti) ชนิดที่ใหญ่ที่สุด และมีส่วนหัวใหญ่และยาวมากเกือบร้อยละ 40 ของลำตัว โดยวาฬสเปิร์มตัวผู้มีขนาดโตเต็มวัยยาวประมาณ 15 เมตรถึง 18 เมตร ในขณะที่วาฬสเปิร์มตัวเมียจะยาวประมาณ 12 เมตรถึง 1 4เมตร ส่วนลูกแรกเกิดยาว 3.5-4.5 เมตร แม่วาฬใช้เวลาตั้งท้องนาน 16-17 เดือน ลูกจะอาศัยอยู่กับแม่เป็นเวลาประมาณ 13 เดือนเศษๆจึงแยกออกหากินอิสระ

ปัจจุบันมีรายงานการพบ วาฬหัวทุยในน่านน้ำไทยเพียง 3 จังหวัด คือ พังงา, ภูเก็ต และสตูล และถูกจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายของไทย ทั้งยังมีข้อมุลทางวิทยาศาสตร์ที่บ่งชี้ว่า วาฬสเปิร์มรวมถึงวาฬชนิดอื่นๆ มีขนาดลำตัวที่เล็กลงจากอดีต โดยขนาดของวาฬสเปิร์มที่วัดได้ในปี ค.ศ. 1985 นั้นมีขนาดเล็กกว่าเดิมที่เคยวัดไว้เมื่อปี ค.ศ. 1905 ประมาณ 4 เมตร ซึ่งบ่งบอกถึงปัญหาการขาดแคลนอาหาร ที่สะท้อนถึงแนวโน้มการสูญพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลชนิดนี้

keyboard_arrow_up