“Annabelle” จากตุ๊กตาผ้าสู่หนังสยองขวัญ ที่มีคนวูบดับปริศนากลางโรง

แอนนาเบลล์ (Annabelle) เป็นตุ๊กตาผ้ารูปเรกกาดี แอนน์ ที่เล่าลือกันว่าเป็นตุ๊กตาผีสิง เช่นเดียวกับตุ๊กตาโรเบิร์ต มีการนำเรื่องราวของแอนนาเบลล์ไปสร้างเป็นภาพยนตร์หลายเรื่อง ทั้ง The Conjuring ในปี ค.ศ. 2013, Annabelle ในปี ค.ศ. 2014 และภาคต่อที่เป็นเนื้อเรื่องก่อนหน้า คือ Annabelle: Creation ในปี ค.ศ. 2017 รวมถึงมีการแต่งเป็นหนังสือ ในปี ค.ศ. 2002

เรื่องราวของแอนนาเบล์เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1970 เมื่อผู้หญิงรายหนึ่งซื้อมาจากร้านขายของเก่าเพื่อเป็นของขวัญวันครบรอบวันเกิดปีที่ 28 ให้แก่ลูกสาวตัวเองชื่อ ดอนนา ซึ่งเป็นนักศึกษาพยาบาล ดอนนาพักอยู่ในหอพักกับเพื่อนร่วมห้องชื่อ แองจี้ หลังจากนั้นไม่นาน ดอนนาสังเกตเห็นความผิดปกติของแอนนาเบลล์ว่าเมื่อเธอกลับมาที่ห้อง บ่อยครั้งที่พบว่าแขนขาของแอนนาเบลล์ขยับเองได้ หรือเปลี่ยนลักษณะท่าทาง หรือแม้แต่เปลี่ยนที่ตั้งเองโดยไม่มีใครไปจับหรือขยับตัว ต่อมาทั้งดอนนาและเรกจีก็พบเศษกระดาษที่เขียนข้อความแปลก ๆ ด้วยดินสอเป็นลายมือที่คล้ายกับลายมือเด็ก ตกอยู่ที่พื้นห้อง โดยมีข้อความว่า “ช่วยเราด้วย” กับ “ช่วยลูด้วย”

จนกระทั่งวันหนึ่ง ดอนนากลับมาและได้พบว่าแอนนาเบลล์อยู่บนเตียงนอนของเธอ เธอจึงสำรวจตัวของแอนนาเบลล์แล้วพบรอยคล้ายกับรอยเลือดติดที่มือและหน้าอก เธอจึงติดต่อร่างทรงให้ช่วยเหลือ ร่างทรงเมื่อได้ทำพิธีแล้วบอกว่า แอนนาเบลล์เป็นตุ๊กตาที่มีวิญญาณของเด็กผู้หญิงวัย 7 ขวบ ที่ชื่อ แอนนาเบลล์ ฮิกกินส์ สิงสถิตอยู่ โดยเธอเสียชีวิตในสวนซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของหอพักของทั้งคู่ และแอนนาเบลล์ชื่นชอบทั้งดอนนาและเรกจี จึงอยากจะขอมาอยู่ด้วย สิ่งที่ได้ฟังจากร่างทรงทำให้ดอนนาและเรกจีรู้สึกสงสาร จึงให้แอนนาเบลล์มาอยู่ด้วยด้วยความเต็มใจ แต่สำหรับลู ซึ่งเป็นเพื่อนชายของทั้งคู่ซึ่งพักอยู่ในหอเดียวกันแต่คนละห้องกลับไม่เชื่อเช่นนั้น ซึ่งลูเคยบอกกับดอนนาก่อนหน้านี้แล้วถึงความผิดปกติของแอนนาเบลล์ และบอกให้เธอทิ้งมันไปเสีย แต่ดอนนาไม่เชื่อ

คืนหนึ่งขณะที่นอนหลับ ลูฝันไปว่าเห็นแอนนาเบลล์ปีนขึ้นมาบนตัวเขาและใช้มือบีบคอเขา ลูสะดุ้งตื่นขึ้นมา เขาเชื่อว่านี่ไม่ใช่เป็นเพียงความฝันแน่ ๆ จึงตั้งใจจะไม่เอายุ่งเกี่ยวใด ๆ กับเรื่องนี้อีก ต่อมาขณะที่ทั้งลูและแองจี้กำลังวางแผนจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ ในห้องของดอนนาและแองจี้ ทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงดังมาจากห้องนอนของดอนนา ทั้งที่ไม่มีใครหรืออะไรอยู่ในขณะนั้น ลูได้เดินเข้าไปดูและเห็นแอนนาเบลล์ตกอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง ทันใดนั้นลูก็รู้สึกว่ามีใครบางคนจ้องมองเขาอยู่จากด้านหลัง เมื่อลูหันกลับไปก็ไม่เห็นอะไร แต่แล้วจู่ ๆ ตัวเขาเองถูกอะไรบางอย่างทำร้าย เขาทรุดลงคุกเข่ากับพื้น ยกมือจับหน้าอกตัวเองแน่น พบว่าเสื้อตัวเองเป็นรอยฉีกเล็กๆ 7 รอย เป็นรอยทางขวาง 4 รอย และรอยตามยาวอีก 3 รอย ทุกรอยมีลักษณะเหมือนกับโดนเล็บเล็ก ๆ ข่วน มีเลือดไหลออกมาซิบ ๆ แต่อย่างไรก็ดีบาดแผลนี้ค่อย ๆ จางและหายไปหมดภายในเวลา 2 วัน

ถึงตอนนี้ดอนนาเชื่อแล้วว่า สิ่งที่อยู่ในตุ๊กตาแอนนาเบลล์ไม่น่าจะใช่แค่วิญญาณเด็กผู้หญิง เธอจึงติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังบาทหลวงเฮแกน ซึ่งบาทหลวงเฮแกนก็ได้ติดต่อต่อไปยังบาทหลวงคุก ซึ่งมีอำนาจเหนือกว่า บาทหลวงคุกได้ติดต่อไปยังเอ็ด และลอร์เรน วอร์เรน คู่สามีภรรยาซึ่งเป็นนักปิศาจวิทยาและนักสืบสวนสอบสวนเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติที่มีชื่อเสียง ทั้งคู่เมื่อได้เดินทางมายังหอพักและสัมภาษณ์พูดคุยกับบุคคลทั้ง 3 จึงมั่นใจว่าสิ่งที่อยู่ในแอนนาเบลล์ไม่ใช่แค่วิญญาณเด็กผู้หญิง หากแต่เป็นปิศาจร้ายในระดับเดียวกับซาตาน ซึ่งมันได้หลอกร่างทรงว่าเป็นเพียงวิญญาณเด็กผู้หญิงที่น่าสงสาร เพื่อที่จะมาอาศัยอยู่ในหอพักต่อได้ และพร้อมจะทำเรื่องร้ายแรงต่อไปถึงขนาดฆ่ามนุษย์ได้ โดยการครอบงำทางจิตใจเหยื่อผู้ที่มีสภาพจิตใจอ่อนแอกว่า โดยน่าจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ หากมันไม่ได้ทำร้ายหรือฆ่าใครคนใดคนหนึ่งหรือฆ่าทั้งหมดเสียก่อน ที่สุดแล้วคู่สามีภรรยาวอร์เรนได้นำเอาแอนนาเบลล์กลับไป ลอร์เรนเล่าว่าขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินทางกลับ โดยเอ็ดเป็นผู้ขับรถยนต์ยังไม่ทันจะถึงบ้าน รถก็อยู่ในสภาพที่เริ่มควบคุมไม่ได้ เอ็ดต้องจอดรถและพรมน้ำมนต์ใส่แอนนาเบลล์ที่วางไว้ที่เบาะหลัง พร้อมทั้งทำสัญลักษณ์รูปกางเขนเพื่อทำการสะกด

ปัจจุบัน ตุ๊กตาแอนนาเบลล์ถูกเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ของเอ็ด และลอร์เรน ที่ชื่อ พิพิธภัณฑ์วอร์เรน’สออกคัลท์ ที่เมืองมอนโร รัฐคอนเนตทิคัต ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมของแปลก ๆ จากทั่วโลกที่ทั้งคู่เชื่อว่ามีอาถรรพ์ แอนนาเบลล์ถูกเก็บไว้ในตู้กระจกเป็นอย่างดี โดยมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษเขียนกำกับว่า “เตือนด้วยความหวังดี ห้ามเปิดโดยเด็ดขาด” ติดอยู่ ซึ่งลอร์เรนบอกว่าเธอไม่สามารถที่จะจ้องมองแอนนาเบลล์โดยตรงได้เลย มีเรื่องเล่ากันว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งได้ลองดีไปแคะกระจกตู้เก็บแอนนาเบลล์ ซึ่งถือว่าเป็นการรบกวน ปรากฏว่าหลังจากเขากลับออกไปเพียง 3 ชั่วโมง ก็ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ที่เจ้าตัวเป็นผู้ขับชนกับต้นไม้ เสียชีวิตทันที

keyboard_arrow_up