ไม่สนกระแสต้าน!! ญี่ปุ่นหวน “ล่าวาฬ” เชิงพาณิชย์ครั้งใหม่ ตามรอยวัฒนธรรมการกินของบรรพบุรุษ

หลังจากเว้นว่างไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 ล่าสุดกองเรือประมงญี่ปุ่นจำนวน 5 ลำ แล่นออกจากท่าเรือคุชิโร และหนึ่งในนั้นได้กลับมาพร้อมกับวาฬมิงค์ตัวใหญ่ 1 ตัว ซึ่งเป็นวาฬตัวแรกในรอบ 31 ปีที่ถูกล่าในเชิงพาณิชย์ของประเทศญี่ปุ่น ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากทั่วโลก ที่เรียกร้องให้หยุดการล่าวาฬ

บรรจุแม่วาฬและลูกขึ้นเรือนิชชิงมะรุ (Nisshin Maru) ออสเตรเลียเผยแพร่ภาพนี้เพื่อคัดค้านการล่าวาฬของประเทศญี่ปุ่น

การหวนกลับมาล่าวาฬเชิงพาณิชย์ครั้งนี้ เกิดขึ้นแทบจะในทันทีที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกคณะกรรมการล่าวาฬระหว่างประเทศ (IWC) ซึ่งมีผลบังคับไปเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2562 โดยทางการและประชาชนชาวญี่ปุ่นได้แสดงความเห็นต่อการกินเนื้อวาฬที่ทั่วโลกคัดค้านนี้ว่า เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมด้านการกินอาหารของญี่ปุ่นตั้งแต่บรรพบุรุษ และการคัดค้านการล่าวาฬนั้น เป็นเหตุผลของความแตกต่างทางวัฒนธรรมและความรู้สึกนึกคิดเท่านั้น ซึ่งไม่มีผลต่อการตัดสินใจกินเนื้อวาฬของพวกเขา

หนึ่งในภาพที่ออสเตรเลียปล่อยออกมาในปี 2008 เมื่อเรือล่าวาฬ Yūshin Maru ได้ยิงปลาวาฬมิงค์ด้วยฉมวก

การล่าวาฬในญี่ปุ่น (whaling in Japan) หมายถึงกรณีที่ไม่ได้เป็นไปเพื่ออุตสาหกรรม มีขึ้นในศตวรรษที่ 12 ส่วนการล่าวาฬญี่ปุ่น (Japanese whaling) หมายถึงกรณีที่เป็นไปเพื่ออุตสาหกรรม มีขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 1890 ในสมัยนั้นมีหลายชาติเข้าร่วม และปัจจุบันเกิดขึ้นแม้กระทั่งนอกเหนือน่านน้ำญี่ปุ่น จนกระทั่งในศตวรรษที่ 20 ญี่ปุ่นได้มีการล่าวาฬเพื่อการค้าอย่างกว้างขวาง จนคณะกรรมการการล่าวาฬระหว่างประเทศ (International Whaling Commission) ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามอนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อควบคุมการล่าวาฬ (International Convention for the Regulation of Whaling ) ต้องออกคำสั่งสั่งระงับตั้งแต่ปี 1986

อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นยังคงล่าวาฬต่อไป โดยอาศัยข้อบทแห่งความตกลงระหว่างประเทศที่เปิดให้กระทำได้เพื่อการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ และได้จัดตั้งสถาบันวิจัยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล (Institute of Cetacean Research) ขึ้นเพื่อรับผิดชอบการล่าวาฬ แต่เนื้อของวาฬที่ล่ามาเพื่อวิทยาศาสตร์นั้นกลับนำออกขายตามภัตตาคารร้านรวงทั่วไป แม้การกระทำดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎเกณฑ์ของคณะกรรมการการล่าวาฬระหว่างประเทศ แต่กรรมการส่วนใหญ่คัดค้าน การล่าวาฬนี้ยังก่อให้เกิดความบาดหมางระหว่างประเทศและองค์การที่สนับสนุนและต่อต้านการล่าวาฬ บรรดาประเทศ องค์การ และนักวิทยาศาสตร์ที่คัดค้านการล่าวาฬมองว่า โครงการวิจัยของญี่ปุ่นนั้นไม่จำเป็นแม้แต่น้อย ทั้งปฏิบัติการล่าวาฬของญี่ปุ่นที่แฝงความมุ่งหมายทางการค้าเอาไว้นั้นยังเลวร้ายอย่างถึงที่สุด

เนื้อวาฬที่วางขายในตลาดปลาซึกิจิ

แม้จะมีกระแสต้านอย่างต่อเนื่องทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ แต่การล่าวาฬวาฬเพื่อนำเนื้อ, หนัง, บาลีน, ฟัน, กระดูก รวมทั้งน้ำมันและไขมันในชั้นผิวหนังในการอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะในญี่ปุ่นหรือพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก และเนื้อวาฬชนิดต่างๆ ก็ยังคงมีวางจำหน่ายและหาซื้อได้ทั่วไปในแดนซามูไร

หนังและเนื้อติดมันวาฬที่แล่ขาย
ซาซิมิจากเนื้อวาฬ
keyboard_arrow_up