“ลิงลม” สัตว์กินเนื้อสุดอาภัพ ที่ถูกมนุษย์จับมาตัดเขี้ยว และขายเป็นสัตว์เลี้ยง

ลิงลม (Slow lorises) โดยคำว่า “Loris” นั้นเป็นภาษาดัตช์ที่หมายความว่าถึง “ตัวตลกในละครสัตว์” เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ Lorisidae อันดับไพรเมต (Primates) เป็นสัตว์ที่มักเคลื่อนไหวเชื่องช้ามากในเวลากลางวัน แต่จะว่องไวในเวลากลางคืน เมื่อหาอาหาร และเวลาที่โดนลมพัด อันเป็นที่มาของชื่อ เมื่อตกใจจะเอาแขนซุกใบหน้าไว้ อันเป็นที่มาของชื่อสามัญในภาษาไทยว่า “นางอาย”

ลิงลมมีรูปร่างโดยรวม คือ มีขนนุ่มสั้นเหมือนกำมะหยี่ ลำตัวป้อมกลมอ้วน รูปร่างหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตา มีตากลมโต มีสีขนมีความหลากหลายแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่ที่อยู่อาศัยและแต่ละชนิด บางชนิดจะมีรอยขีดคาดตามใบหน้า, ส่วนหัว, ดวงตา และเส้นกลางหลัง อันเป็นลักษณะสำคัญในการแบ่งแยกชนิด มีส่วนหางที่สั้นมากจนดูเหมือนไม่มีหาง น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 1 กิโลกรัม

นอกจากนี้แล้ว ยังเป็นสัตว์ที่มีลิ้น 2 ลิ้น คือ ลิ้นสั้น กับ ลิ้นยาว ใช้ประโยชน์ในการกินอาหารแตกต่างกัน รวมถึงมีกระดูกสันหลังที่มีลักษณะพิเศษที่สามารถบิดตัวได้คล้ายงูอีกด้วย จึงใช้ในการปีนป่ายต้นไม้ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งสภาพของขนและสียังสามารถแฝงตัวให้กลมกลืนกับธรรมชาติได้ด้วย

ลิงลมทุกชนิดพบกระจายพันธุ์อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศอินเดีย จนถึงหมู่เกาะต่างๆ ในอินโดนีเซีย โดยปกติมักอาศัยอยู่ตามลำพังและใช้ปัสสาวะกลิ่นฉุนรุนแรงประกาศเขตแดน แต่ก็อาจมีอาณาเขตหากินที่ทับซ้อนกับลิงลมตัวอื่น ที่ส่วนมากจะจับแมลง สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก และไข่นกกินเป็นอาหารหลัก ส่วนผลไม้และน้ำหวานจากดอกไม้นั้นมักจะกินเป็นอาหารรอง อีกทั้งทั้งลิงลมยังสามารถกินสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น ค้างคาว หรือ นกที่หลับบนกิ่งไม้เป็นอาหารได้ด้วย

แม้จะรูปร่างหน้าตาไร้เดียงสา แต่ลิงลมนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงไม่กี่ชนิดที่มีพิษ ซึ่งอยู่ในสภาพคล้ายน้ำมันที่ซ่อนอยู่ในข้อศอก มีฤทธิ์ในการทำลายเนื้อเยื่อ โดยลิงลมจะใช้ผสมกับน้ำลายเมื่อกัด ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงจำพวกเดียวที่มีพิษ พิษนี้มีความร้ายแรงถึงขนาดมีมนุษย์เสียชีวิตมาแล้ว โดยในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของการมีพิษนี้ แต่พิษนี้ใช้ประโยชน์ได้ในการล่าเหยื่อ หรืออาจจะใช้ประโยชน์ในการกำจัดปรสิตตามตัว เพราะลิงลมจะไม่มีเห็บหรือหมัดตามตัวเหมือนสัตว์ในอันดับไพรเมตจำพวกอื่น

นอกจากนี้ยังเคยมีข้อสันนิษฐานว่าลิงลมอาจจะได้พิษนี้มาจากแมลงหรือแมงมีพิษจำพวกต่าง ๆ ที่กินเป็นอาหาร เช่น มด และกิ้งกือ ซึ่งเป็นอาหารโปรดของลิงลม เพราะพบพิษลักษณะเดียวกันนี้ในมดและกิ้งกือ อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้อีกว่า มีพิษไว้สำหรับสู้กับลิงลมเพศเดียวกันตัวอื่น โดยเฉพาะตัวผู้ เพื่อประกาศอาณาเขตและแย่งชิงคู่ครอง เพราะลิงลมจะต่อสู้กันเองด้วยการกัดและเหวี่ยงอย่างรุนแรง ซึ่งอาจบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นตายได้

ปัจจุบันลิงลมมีสถานะที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติ ด้วยความน่ารักจึงมักถูกจับไปเป็นสัตว์เลี้ยงบ่อยๆ โดยผู้ขายหรือผู้เลี้ยงมักจะตัดเขี้ยวหรือฟันหน้าออกทั้งซี่บนและล่าง โดยที่เหลือรากฟันอยู่ เพื่อมิให้ถูกกัด ซึ่งลิงลมอาจตายได้เพราะอาการขาดสารอาหาร เนื่องจากไม่สามารถกินอาหารตามปกติได้ และมักมีการติดเชื้อในช่องปาก

นอกจากจะเป็นสัตว์ป่าที่มีการลักลอบจบเพื่อส่งให้ธุรกิจสัตว์เลี้ยงแล้ว ลิงลมยังเป็นสัตว์ที่มีอยู่ในความเชื่อต่างๆ มากมาย ทั้งที่ว่ากันว่ากินแล้วจะเป็นยาบำรุงตามตำราของชาวจีน และมีชาวพื้นเมืองบนเกาะชวาตะวันออก มีคำสั่งสอนสืบต่อกันจากรุ่นสู่รุ่นว่า เมื่อเข้าไปในป่า จงหลีกเลี่ยงลิงลมเพราะเป็นสัตว์อันตราย เนื่องจากเป็นสัตว์ที่มีพิษร้ายและยังไม่มียาใดรักษา และการครอบครองกระดูกลิงลมจะนำมาซึ่งโชคร้าย อีกทั้งยังมีการอาบใบมีดด้วยเลือดของลิงลมก่อนจะนำไปใช้เป็นอาวุธในการสงคราม เพราะจะทำให้ศัตรูเจ็บและไม่มียารักษา และมีนิทานพื้นบ้านเล่าว่า ภรรยาสามารถควบคุมผู้เป็นสามีได้ด้วยหัวกะโหลกของลิงลมที่แช่ไว้ในเหยือกน้ำอีกด้วย

keyboard_arrow_up