เผยสภาพ “แซลมอนซ็อกอาย” ที่เปลี่ยนไปจนเหมือนปลาคนละตัว ในช่วงผสมพันธุ์

เมื่อพูดถึงปลาแซลมอน เชื่อว่าหลายคนจินตนาการไปถึงปลาเนื้อสีสมสดที่นำมาใช้ทำซูชิและซาชิมิ ที่กินกันจนกลายเป็นมื้อธรรมดาๆ ไปแล้ว โดยที่บางคนอาจจะยังไม่เคยเห็นหน้าคาดตาของปลาที่ถูกกินเลยแม้แต่ครั้งเดียว หรืออาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปลาชนิดนี้มีวงจรชีวิตเป็นเหมือนนักเดินทาง ที่เกิดในแหล่งน้ำจืด และกลับไปโตในทะเล ก่อนจะย้อนกลับขึ้นมาวางไข่อีกครั้งในแหล่งน้ำจืด แถมในระหว่างนั้น นอกจากปลาตัวเดิมที่มีขนาดใหญ่โตขึ้นแล้ว รูปร่างหน้าของมันยังเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

แซลมอนซ็อกอายที่กำลังจับคู่

แม้จะฟังดูแปลกๆ แต่เรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นกับปลาแซลมอนแทบทุกสายพันธุ์ และที่เด่นชัดที่สุดคงต้องยกให้เจ้าแซลมอนซ็อกอาย (Sockeye salmon) หรือ แซลมอนแดง ที่พบในตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกและแม่น้ำที่ไหลสู่บริเวณดังกล่าว โดยปลาในแซลมอนที่โตในทะเลหรือบางแหล่งน้ำบนแผ่นดินนั้นจะเรียกว่า kokanee หรือ ปลาเทราต์สีเงิน แต่เหมือนเข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์ ปลาแซลมอนเหล่านี้จะเดินทางกลับเข้าสู่แหล่งน้ำที่มันได้ถือกำเนิด และค่อยเปลี่ยนสภาพร่างกายไปจนคล้ายเป็นปลาคนละตัว โดยปลาทั้งตัวผู้และตัวเมียจะเปลี่ยนสีลำตัวเป็นสีแดงเข้ม และในปลาตัวผู้จะมีส่วนสันโหนกเด่นชัดขึ้นมาด้วย

ปลาแซลมอนซ็อกอายตัวผู้ซึ่งโตเต็มที่แล้วและอยู่ในทะเล
ปลาแซลมอนซ็อกอายตัวผู้ในช่วงวางไข่-สืบพันธุ์

จากข้อมูลพบว่า ยิ่งปลาแซลมอนอยู่ในน้ำจืดนานเท่าไร สภาพของปลาก็มักจะแย่ลงมากเท่านั้น และจะแย่ลงไปอีกหลังจากวางไข่ ซึ่งปลาแซลมอนแปซิฟิกทุกชนิดจะตายภายในไม่กี่วันหลังวางไข่ และเป็นการสืบพันธุ์ครั้งเดียวในชีวิต (semelparity) ส่วน kelt ของปลาแซลมอนแอตแลนติกประมาณ 2-4% จะรอดชีวิตไปวางไข่อีกโดยทั้งหมดเป็นตัวเมีย ถึงกระนั้น แม้ในสปีชีส์ที่รอดชีวิตไปวางไข่เกินกว่าครั้ง โดยเป็นวิธีการสืบพันธุ์ที่เรียกว่า iteroparity อัตราการตายหลังวางไข่ก็สูงมากโดยอาจถึง 40-50%

keyboard_arrow_up