“คางคกต้นอ้อย” สายพันธุ์ต่างถิ่นพิษร้าย เอเลี่ยนผู้พิชิตออสเตรเลีย!!

เช่นเดียวกับการเกิดสายพันธุ์รุกรานในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก นั่นคือความเข้าใจผิดๆ ของมนุษย์ ที่คาดหวังว่าสัตว์ต่างถิ่นบางชนิดจะสามารถนำมาใช้งานในฐานะผู้ช่วยได้ และมักต่อลงเอยด้วยอาการน้ำตาตกใน เพราะสัตวืที่คาดหวังว่าจะช่วยเหลือเราได้ กลายเป็นตัวปัญหาสุดร้ายกาจที่ยากเกินควบคุม อย่างเช่นกรณีของ คางคกต้นอ้อย (Cane toad) ที่ทำให้ออสเตรเลียต้องตกที่นั่งลำบาก

เดิมที คางคกต้นอ้อยมีถิ่นกำเนิดอยู่อเมริกากลางและอเมริกาใต้ แต่ถูกนำมาในประเทศออสเตรเลียเมื่อปี ค.ศ. 1935 จำนวน 102 ตัวเพื่อใช้ในการควบคุมแมลงศัตรูพืชในพื้นที่การเกษตรของรัฐควีนส์แลนด์ แต่ดูเหมือนผลลัพธ์จะไม่เป็นอย่างที่คิดกันสักเท่าไหร่ เพราะคางคกพวกนี้มักหลบซ่อนตัวเพื่อพักเอาแรงในตอนกลางวัน ซึ่งเป็นช่วงที่แมลงส่วนใหญ่กำลังกัดกินผลผลิตของชาวใน และดันออกมาหากินในตอนกลางคืนซะอย่างงั้น จึงทำให้มันไม่เจอกับเหยื่อที่มนุษย์ต้องการให้มันจัดการเลย

คางคกต้นอ้อยเพศผู้

อาจฟังดูไม่ใช่ปัญหาใหญ่ และนักวิทยาศาสตร์ในตอนนั้นก็ไม่คิดว่าจะต้องกำจัดพวกมันอย่างเป็นรูปธรรม เพราะคิดว่าคางคกพวกนี้ไม่มีทางรอดในดินแดนอันดิบเถื่อนของออสเตรเลียได้ แต่กลายเป็นว่าพวกมันไม่เพียงเล่นงานกบสายพันธุ์ท้องถิ่นที่ตัวเล็กกว่า และแมลงบางสายพันธุ์ที่สำคัญต่อระบบนิเวศไปเป็นจำนวนมาก แต่สารพิษ Bufotoxin ที่ขับออกมาจากต่อมที่อยู่ด้านหลังของหัวของมันนั้นยังรุนแรงพอจะฆ่าสัตว์ที่คิดจะโจมตีมันอีกด้วย ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้มีสัตว์เลี้ยงของมนุาย์จำนวนมากต้องเข้ารับการถ่ายท้อง เพียงเพราะเผลอไปงับเจ้าคกคางตัวนี้เข้า

นอกจากสัตว์เดือดร้อนแล้ว คางคกชนิดนี้ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้สัตว์นักล่าพันธุ์พื้นเมืองหลายชนิดต้องลดจำนวนลงอย่างมาก และกรณีที่เห็นได้ชัดที่สุดคือสัตว์กินเนื้อที่เรียกว่า ควอลล์ (Quoll) ซึ่งเคยพบได้ทั่วไปในออสเตรเลีย ต้องกลายเป็นสัตว์ที่พบได้เพียงบางส่วนของประเทศ เพราะดันไปจับคางคกมีพิษกินเป็นอาหาร

แม้จะมีความพยายามจัดการกับพวกมันไปหมดไปจากระบบนิเวศของออสเตรเลีย เช่นการติดกับดัก ใช้สารเคมี แต่ดูเหมือนวิธีทั้งหลายที่คิดขึ้นมานั้นกลับสร้างผลกระทบต่อสัตว์อื่นซะมากกว่า จึงมีทางเดียวที่จะป้องกันไม่ให้ความเสียหายต่างๆ บานปลายไปมากกว่า นั่นคือควบคุมให้มันอยู่ในพื้นที่บางส่วนของประเทศเท่านั้น

คางคกต้นอ้อยเพศเมีย
keyboard_arrow_up