รอดตายมาได้กว่าสิบล้านปี แต่ทุกวันนี้กลับเหลือ “แพนด้าแดง” ในป่าไม่ถึง 10,000 ตัว

ถึงจะถูกเรียกว่าแพนด้า แต่ แพนด้าแดง (Red Panda) นั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับหนีแพนด้าเลยแม้แต่น้อย และไม่ได้สัตว์ประเภทเดียวกับตัวแรคคูนอีกด้วย แต่พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ Ailuridae ซึ่งจัดเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่เหลืออยู่ในวงศ์นี้ ที่ยังสืบทอดสายพันธุ์มาตั้งแต่ยุคพาลีโอจีน หรือเมื่อกว่า 42 ล้านปีที่แล้ว จึงทำให้มันถูกจัดเป็นซากฟอสซิลที่มีชีวิตชนิดหนึ่ง แต่ขณะเดียวกัน…พวกมันก็เข้าข่ายสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์อีกด้วย

ด้วยความน่ารัก และสีขนโทนแดงส้มอันสะดุดตา ทำให้แพนด้าแดงถูกลักลอบซื้อขายเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ ทั้งในเรื่องของสัตว์เลี้ยง และเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งไทยเองก็เป็นอีกประเทศที่เป็นจุดหมายของกลุ่มลักลอบแพนด้าแดงจากธรรมชาติ ที่ถูกจับมาจากแถบเทือกเขาหิมาลัย ตั้งแต่ภาคเหนือของประเทศอินเดีย, ทิเบต, เนปาล, ภูฏาน, จีน, ภาคเหนือของพม่า และภาคเหนือของประเทศลาวบริเวณที่ติดกับจีน ซึ่งโดยมากเป็นที่มีระดับความสูงตั้งแต่ 1,500-4,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล

นอกจากการถูกลักลอบจับสู่ตลาดมืดแล้ว พฤติกรรมตามธรรมชาติของแพนด้าแดงยังส่งผลให้การผลิตประชากรของมันช้ามาก เพราะแพนด้าแดงตัวผู้มีนิสัยหวงแหนอาณาเขตมาก และมักเคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆ ในขณะที่แพนด้าแดงตัวเมียจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ครอบครองของตัวเอง บางครั้งตัวผู้อาจเข้ามาหากินภายในอาณาเขตของตัวเมียด้วย โดยทั่วไปอาณาเขตของแพนด้าแดงตัวผู้จะกว้างประมาณ 1.1-9.6 ตารางกิโลเมตร ส่วนอาณาเขตของตัวเมียจะกว้างประมาณ 1.0-1.5 ตารางกิโลเมตร

การผสมพันธุ์เกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ ในช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ โดยตัวเมียจะยอมให้ตัวผู้ผสมพันธุ์อยู่เพียง 1-3 วันเท่านั้น แม่แพนด้าแดงใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 90-145 วัน และจะออกลูกในโพรงไม้หรือถ้ำเล็ก ๆ ออกลูกครั้งละ 4 ตัว ลูกที่เกิดใหม่จะยังมองไม่เห็น มีสีขนตามลำตัวออกสีเหลืองอ่อน และจะกินนมแม่อยู่นาน 5 เดือน หลังจากนั้นจึงหย่านมและเปลี่ยนมากินใบไผ่แทน เมื่ออายุได้ 2 ปี ก็จะแยกออกไปหากินตามลำพัง มีข้อสังเกตว่า แพนด้าแดงที่อยู่บริเวณภาคเหนือของอินเดียจะมีขนาดเล็กกว่าตัวที่อยู่ค่อนมาทางเอเชียตะวันออก และมีสีที่ใบหน้าซีดจางกว่า ซึ่งเป็นชนิดย่อยที่แยกออกไป

ปัจจุบัน องค์กร IUCN ได้จัดแพนด้าแดงอยู่ในบัญชีรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ และมีจำนวนประชากรหลงเหลือในป่าไม่ถึง 10,000 ตัวในธรรมชาติ โดยในประเทศไทย มีสวนสัตว์พาต้าเคยนำเข้ามาเลี้ยงในสวนสัตว์ครั้งหนึ่ง โดยให้อยู่ในห้องปรับอากาศ ปัจจุบันมีแสดงที่สวนสัตว์ดุสิต และสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเท่านั้น

keyboard_arrow_up