ถ้าไม่นับกระต่ายที่สวนจตุจักร นี่คือ “กระต่ายป่า” เพียงชนิดเดียวที่พบได้ในประเทศไทย

กระต่ายอาจจะไม่ใช่สัตว์เลี้ยงเลี้ยงที่แปลกตา หรือหายากอะไรสำหรับคนไทย เพราะมันทั้งหาซื้อได้ไม่ยาก และมีราคาหลากหลายระดับ ตั้งแต่ตัวละไม่กี่ร้อย ไปจนถึงหลายหมื่นบาท แต่หากพูดถึงกระต่ายไทยแท้ๆ แล้วล่ะก็…ในประเทศไทยนั้นมีกระต่ายที่อยู่ในธรรมชาติเพียงชนิดเดียวเท่านั้น นั่นคือ กระต่ายป่า ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lepus peguensis

แม้จะมีรูปร่างไม่ต่างจากกระต่ายทั่วไปนัก แต่กระต่ายป่าที่พบในไทย (Burmese hare, Siamese hare) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ Leporidae ชนิดหนึ่ง มีลักษณะเด่นคือ มีหูยาว สามารถมองเห็นได้แต่ไกล มีขนขึ้นบริเวณกระพุ้งแก้มและมีฟันหน้าของขากรรไกรบน 4 ซี่ เรียงซ้อนกัน 2 คู่ ฟันคู่หลังเล็กกว่าคู่หน้า ขาคู่หลังยาวกว่าขาคู่หน้า เท้าหน้ามี 5 นิ้ว เท้าหลังมี 4 นิ้ว ใต้ผ่าเท้ามีขนปกคลุมหนาแน่นช่วยให้เคลื่อนไหวได้โดยไม่มีเสียง หางสั้นเป็นกระจุก ขนบริเวณหลังเป็นสีน้ำตาลปนเทา ปลายขนมีสีน้ำตาลเข้ม มีความยาวลำตัวและหัว 44-50 เซนติเมตร ความยาวหาง 6.5-8.5 เซนติเมตร น้ำหนัก 1.35-7 กิโลกรัม

ลูกกระต่ายป่าจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

มีการกระจายพันธุ์ในพม่า, ไทย, เวียดนาม, ลาว, กัมพูชา ชอบอาศัยในป่าโปร่ง, ป่าเต็งรัง, ป่าเบญจพรรณ ออกหากินในเวลากลางคืนตามพงหญ้าที่รกชัฏ ออกหากินตามลำพังในอาณาบริเวณของตัวเอง มี หญ้า เป็นอาหารหลัก ยอดไม้ หรือผลไม้ที่ร่วงจากต้นเป็นอาหารเสริม ในบางครั้งอาจแทะเขากวางที่ผลัดทิ้งเพื่อเพิ่มแคลเซียมด้วย กระต่ายป่าตัวผู้มักต่อสู้เพื่อแย่งชิงตัวเมียในฤดูผสมพันธุ์ด้วยการกระโดดถีบหรือกัดด้วยความรุนแรง

กระต่ายป่าตัวเมียใช้เวลาตั้งท้อง 35-40 วัน ออกลูกครั้งละ 1-7 ตัว โดยการขุดโพรงใต้ดินอยู่ ลูกกระต่ายป่าที่เกิดใหม่จะขนปกคลุมตัว และลืมตาได้เลย

พื้นที่กระจายตัวของกระต่ายป่า Lepus peguensis
keyboard_arrow_up