“เซ็กส์ทอย” ไม่ใช่ของแปลก และอยู่คู่ประวัติศาสตร์มนุษย์มานานกว่า 30,000 ปี

อาจจะเป็นสิ่งของชื่อแสลงหูคนจำนวนไม่น้อย และหลายคนอาจรับไม่ได้ที่ต้องรับรู้ถึงการอยู่ของ “เซ็กส์ทอย” แต่ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรกับอุปกรณ์เพิ่มความสุขทางเพศชิ้นนี้ เซ็กส์ทอยก็อยู่บักทึกอยู่ในประวัติศาสตร์มนุษย์มานานกว่า 30,000 ปีแล้ว

อาจจะฟังดูเกินจริงไปสักนิด แต่ดูเหมือนความหมกมุ่นในกิจกรรมทางเพศของมนุษย์นั้นมีนานพอสมควร และเซ็กส์ทอยยุคก่อนประวัติศาสตร์นั้นเริ่มมีการพูดถึงในค.ศ. 2005 เมื่อมีการค้นพบเซ็กส์ทอยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งอายุราว 27,000 – 30,000 ปี ภายในถ้ำ Hohle Fels ประเทศเยอรมนี ซึ่งวัตถุรูปร่างคล้ายอวัยวะเพศชายขนาด 19 เซนติเมตร แกะสลักจากหินซิลเวอร์ ก่อนจะถูกนำมาจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Prehistoric Blaubeure

แม้นักโบราณคดีจะยังไม่สามารถหาคำตอบได้ชัดเจนว่า เซ็กส์ทอยชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่ออะไร จะใช้ในพิธีกรรม เป็นอาวุธ หรือเพื่อความสุขของใครบางคน แต่นอกจากวัตถุชิ้นนี้แล้ว ยังมีรายงานการพบศิวลึงค์ที่ทำจากก้อนหิน และกระดูกมากมาย เช่นเดียวกับเครื่องมือเครื่องใช้อื่นๆ เช่น หวี และเข็มเย็บผ้า รวมอยู่ด้วย

ข้ามมาที่ฝั่งเอเชีย ในประวัติศาสตร์จีนก็มีบันทึกถึง “ของเล่น” เพื่อความสุขทางเพศของผู้หญิงไว้เช่นกัน โดยมีลักษณะเป็นกิ่งไม้ที่ตัดแต่งเป็นรูปอวัยวะเพศชาย แต่ที่แปลกที่สุดเห็นจะเป็น “Ben Wa ฺBalls” ของผู้หญิงในราชวงศ์หมิง ที่ใช้ลูกบอลลูกเล็กๆ ที่ทำจากทองแดง, ทองคำ หรือดิน ใส่ลงไปในอวัยวะเพศ และออกแรงกล้ามเนื้อยึดเอาไว้ ซึ่งเชื่อกันว่าจะเป็นการช่วยเพิ่มความแข็งแรง และเพิ่มความสุขทางเพศให้มากยิ่งขึ้น

แม้จะเป็นสิ่งของอยู่คู่กับวัฒนธรรมมนุษย์มาอย่างยาวนาน แต่ก็มีหลายประเทศในโลกทุกวันนี้ (รวมถึงไทยด้วย) ที่ประกาศแบนเซ็กส์ทอยอย่างจริงจัง อาทิ มัลดีฟส์, ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เวียดนาม, อินเดีย และมาเลเซีย เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่มักให้เหตุผลเกี่ยวกับการขัดต่อศีลธรรมอันดีงามของประชาชนในประเทศ รวมถึงเหตุผลทางศาสนาด้วย

แต่ขณะเดียวกันก็มีอีกหลายประเทศ ที่สามารถใช้และพกพาเซ็กส์ทอยได้อย่างเสรี จนมีร้านค้าเซ็กส์ทอยโดยเฉพาะ ไม่ต่างจากร้านค้าทั่วไป ที่ผู้คนสามารถเข้าออกได้อย่างไม่ต้องเขินอาย และไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาวุ่นวายกับรสนิยมความชอบส่วนตัวนี้ด้วย

keyboard_arrow_up