เกลือนั้นดีและมีประโยชน์ แต่อย่ารับประทานเกินวันละ 5 กรัม

เกลือนั้นเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่บนโลก และความเค็มเองก็เป็นรสชาติพื้นฐานของมนุษย์ และยังเป็นหนึ่งในเครื่องปรุงรสที่เก่าแก่ที่สุดและหาได้ง่ายที่สุดของมนุษย์ด้วย จึงไม่แปลกที่ในหลายๆ วัฒนธรรมจะมีการนำเกลือมาใช้ในการถนอมอาหารให้สามารถเก็บได้นานขึ้น อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบมากเกินไป อาจทำให้เสี่ยงต่อโรคต่อๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง และเพิ่มความเสี่ยงของกล้ามเนื้อหัวใจตายเหตุขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้นองค์การอนามัยโลกจึงแนะนำว่าผู้ใหญ่ควรบริโภคเกลือไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน เพื่อสุขภาพที่ดี และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ

อย่างแจ่ม! ‘นันยาง’ รองเท้าแตะช้างดาว 1 คู่มาจากขยะทะเล 5 กิโล

“นันยาง” รองเท้าแตะคู่บ้านคู่เมืองของไทยที่อยู่มายาวนาน เปิดตัว รองเท้าแตะช้างดาว รุ่น KHYA (ขยะ) ที่ทำมาจากขยะในทะเล โปรเจกต์รักษ์โลกที่ใช้ขยะ 5 กิโลกรัมต่อรองเท้า 1 คู่ เพียง 200 คู่ ก็เท่ากับการเก็บขยะ 1 ตันแล้ว!! งานนี้ตั้งเป้าผลิต 2,000 คู่เลยทีเดียว โดยโปรเจกต์นี้มีชื่อว่า “รองเท้า KHAYA (ขยะ)” ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง “รองเท้าแตะช้างดาว” จากนันยาง และ “ทะเลจร” แบรนด์ Upcycling วัสดุจากทะเลซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร เพื่อปลุกจิตสำนึกให้คนไทยในการทิ้งขยะ และตระหนักถึงปัญหาขยะทะเล จนได้มาเป็นแรงบันดาลใจในการมองเห็นคุณค่าของขยะ การนำขยะมาเพิ่มมูลค่า รองเท้า KHYA (ขยะ) ราคา 399 บาท ต้องสั่งจองล่วงหน้าเท่านั้นจึงทำการผลิต ตั้งแต่วันที่ถึงวันที่ 23 ส.ค. ผ่านช่องทาง www.KHYA.net รวมถึงลาซาด้า ช้อปปี้ Post Mart (ส่งทั่วโลก) […]

“ชิมแปนซี” ลิงไร้หางที่มีความใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด

ชิมแปนซี (Chimpanzee) เป็นลิงไร้หางที่กระจายพันธุ์อยู่ในทวีปแอฟริกา อาศัยอยู่รวมกันเป็นครอบครัวที่มีความสัมพันธ์กันแบบเครือญาติ โดยมีจ่าฝูงเพศผู้เพียงตัวเดียว กับสมาชิกเพศผู้และเมียในช่วงวัยต่างๆ โดยมากมักจะออกหากินบนพื้นดินมากกว่าต้นไม้ โดยหากินในเวลากลางวัน ซึ่งอาหารได้แก่ ผลไม้และใบไม้ต่าง ๆ รวมถึงสัตว์ขนาดเล็กต่าง ๆ เช่น แมลง เป็นต้น ลิงชิมแปนซีมีพฤติกรรมที่จะประดิษฐ์เครื่องมือต่างๆ ในการหาอาหารเช่นเดียวกับมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ และมีเสียงร้องหลากหลายถึง 32 แบบ โดยถือเป็นภาษาสำหรับการสื่อสารระหว่างกัน นอกจากนี้ ชิมแปนซียังมีความจำดีมาก ทั้งยังมีอารมณ์ความรู้สึกเช่นเดียวกับมนุษย์ มีความฉลาดสูงกว่าอุรังอุตังและกอริลล่า ซึ่งเป็นลิงไม่มีหางเช่นเดียวกัน โดยสถาบันวิจัยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มหาวิทยาลัยเกียวโตของญี่ปุ่นระบุว่า ลูกชิมแปนซีมีความจำดีกว่ามนุษย์ที่เป็นผู้ใหญ่เสียอีก แต่ถึงอย่างนั้น ลิงชิมแปนซียังถูกขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณของสัตว์มากกว่าสติปัญญา จึงทำให้พวกมันมีพฤติกรรมก้าวร้าว โดยเฉพาะในกลุ่มตัวผู้ที่บางครั้งจะยกพวกเข้าตีกันจนถึงขั้นฆ่ากันตายได้ รวมถึงมีการรวมตัวกันเพื่อล่าลิงโลกเก่าบางชนิด เช่น ลิงโคโลบัส กินเป็นอาหาร โดยจะแจกจ่ายให้ชิมแปนซีตัวผู้ได้กินก่อน ขณะที่ตัวเมียก็จะได้รับส่วนแบ่งที่เหลือจากการล่าด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าในฝูงลิงชิมแปนซี ยังมีการละเว้นโทษให้กับลูกลิงที่อยู่ในช่วง 3 ขวบปีแรก ซึ่งมีกระจุกขนสีขาวบริเวณก้นเป็นเครื่องหมายบอกถึงวุฒิภาวะที่ยังไม่สมบูรณ์ จนกระทั่งพวกมันอายุเลย 3 ขวบ ลูกลิงจะเริ่มเข้าสู่กฏเกณฑ์ภายในฝูง เช่นเดียวกับมนุษย์ ที่มีกฎหมายยกเว้นโทษบางข้อให้กับเด็กด้วย

“แมลงสามง่าม” ตัวแทะกระดาษและเสื้อผ้า ที่ซ่อนอยู่ในบ้านของคุณ

แมลงสามง่าม (Silverfish) มีเป็นแมลงที่มีขนาดเล็ก ไม่มีปีก แต่มีหนวด ลำตัวสีเงินหรือสีเทา ส่วนหัวกว้างกว่าส่วนปลายและมีแพนหาง 3 เส้น ขา 3 คู่ และหลายบ้านก็มีพวกมันอาศัยอยู่ เพียงแต่ไม่ค่อยเป็นที่สังเกตนัก จนกระทั่งมีคนไปรื้อชั้นหนังสือเก่าๆ หรือตู้เสื้อผ้าที่ไม่ค่อยมีใครไปเปิด เพราะสิ่งเหล่านั้นคือแหล่งอาหารและที่ซ่อนตัวของพวกมัน แม้จะไม่มีพิษภัย หรือเป็นพาหนะนำโรคในๆ สู่มนุษย์ แต่เพราะคราบเหลืองและรูที่ทิ้งไว้จากการกัดแทะ ก็อาจสร้างความรำคาญให้ใครหลายๆ คนได้ ซึ่งเราก็สามารถจัดการกับพวกมันได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้สารเคมีใดๆ เพียงแค่หมั่นทำความสะอาดชั้นหนังสือ ตู้เสื้อผ้า รวมถึงพยายามหยิบจับหนังสือและเสื้อเหล่านั้นมาใช้บ้าง เพื่อไม่ให้บริเวณเหล่านั้นปลอดภัยเกินไปจนกลายเป็นที่ซ่อนตัวสำหรับพวกมัน หรือหากไม่มีเวลาทำความสะอาดจริงๆ การนำลูกเหม็น และน้ำมันหอมระเหยกลิ่นต่างๆ ไปตั้งไว้ตามจุดที่คิดว่าจะมีพวกมันอยู่ รวมถึงการทำห้องให้มีแสงสว่างไว้ ก็เพียงพอจะช่วยไล่แมลงรบกวนชนิดนี้ออกไปจากบ้านของคุณได้เหมือนกัน

“ไข่ดาวน้ำ” เมนูคลีนๆ ง่ายๆ สำหรับคนที่อยากเลี่ยงอาหารมีน้ำมัน

ไข่ดาวน้ำ (Poached egg) คือไข่ที่ต้มในน้ำที่ทำให้เดือด เป็นอีกหนึ่งเมนูไข่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากได้ไข่ที่สุกพอดี โดยที่ไข่แดงยังมีความข้นเยิ้ม และไข่ขาวสุกทั้งหมดไม่มีส่วนดิบเหลืออยู่เลย ดังนั้นจึงนิยมใช้ไข่ที่พึ่งออกมาใหม่ๆ ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะไข่ขาวจะเกาะกับไข่แดงดีกว่าไข่ที่เก็บเอาไว้นานแล้ว นอกจากนี้ยังมีเทคนิคเพื่อป้องกันการแตกตัวของไข่ขาวแตกตัวเมื่อใส่ลงในน้ำร้อน เช่นการคนน้ำให้เป็นน้ำวนเพื่อลดการแตกตัวของไข่ หรือการเติมน้ำส้มสายชูลงไปเพื่อให้ไข่ขาวรัดตัว แต่ก็ควรระวังการใส่มากเกินไป เพราะจะทำให้ไข่ขาวกระด้างและมีรสเปรี้ยว ไข่ดาวน้ำมักจะถูกนำมาใส่ในเมนูอาหารเช้า หรือของว่างก่อนเที่ยงอย่าง Eggs Benedict และ Eggs Florentine ทั้งยังมีอาหารบางประเภทก็มีส่วนผสมของไข่ดาวน้ำ ในซุปหรือใส่ในน้ำแกงและเสิร์ฟพร้อมกับซุปในบางพื้นที่ตอนกลางของโคลัมเบีย ส่วนในอาหารของชาวลิเบียจะนำมาทำเป็นอาหารชื่อ Shakshouka ซึ่งประกอบด้วยไข่ดาวน้ำในซอสมะเขือเทศรสเผ็ด ในอินเดีย ไข่ทอด มักเรียกว่า”ต้ม” แต่บ้างก็เรียกว่าการทอด ซึ่งหมายถึงการคงรูปไข่แดงให้เหมือน “จุดกลางเป้า” เอาไว้ หรือ “ต้มสุกเพียงครึ่ง” ในทางใต้ของอินเดีย ซึ่งหมายถึงการทำให้สุกเพียงบางส่วน และมักจะเสิร์ฟเดี่ยวๆ หรือเสิร์ฟเป็นจานเสริมกับแป้งโรตี แผ่นขนมเบื้องหรือแป้งพาราตะ (แป้งมะตะบะ) การทำจุดกลางเป้ามักจะปรุงในกระทะที่ละเลงด้วยน้ำมัน เช่น น้ำมันมัสตาร์ดหรือน้ำมันพืช ระหว่างหรือทอดบนเตาก็มักจะโรยด้วยเครื่องปรุง เช่น พริกไทยดำ ผงพริกป่น พริกเขียวและเกลือเล็กน้อย ยังเป็นอาหารที่ขายโดยทั่วไปตามริมทางในอินเดียใต้อีกด้วย

รู้หรือไม่…แถบสีขาวดำบนตัว “ม้าลาย” ก็คล้ายๆ กับลายนิ้วมือของมนุษย์

ไม่เพียงจะใช้เพื่อจำแนกชนิดของม้าลายสายพันธุ์ต่างๆ แล้ว ลายแถบสีขาวดำบนตัวม้าลายนั้น ยังเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของม้าลายแต่ละตัวอีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าม้าลายในฝูงนั้นจะมีมากสักแค่นั้น พวกมันก็จะมีลวดลายที่ไม่เหมือนกันเลยแม้แต่ตัวเดียว ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดในการที่ม้าลายมีลายแถบสีขาวเหล่านี้ไว้เพื่ออะไรกันแน่ แต่ก็มีหลายทฤษฎีที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่นใช้ในการพรางตัวจากศัตรู ทำให้นักล่าตาลายเมื่อพบเจอม้าลายที่อยู่รวมกันเป็นฝูง และจับระยะทางที่จะโจมตีผิดพลาดไป นอกจากนี้ ชาร์ลส์ ดาร์วิน ยังเคยตั้งข้อสังเกตว่า ม้าลายมีลายเพื่อจดจำกันได้ และตัวผู้ใช้เกี้ยวพาตัวเมีย รวมทั้งเชื่อว่ามีไว้ป้องกันแมลง โดยเฉพาะแมลงวัน มีหลักฐานว่าม้าลายดึงดูดแมลงน้อยกว่าสัตว์กินพืชชนิดอื่นๆ ในแอฟริกา โดยปกติแล้ว ม้าลายจะไม่ใช้เป็นม้าใช้งานเหมือนกับม้าหรือลาชนิดอื่น ๆ เนื่องจากเป็นสัตว์ป่าที่ฝึกให้เชื่องได้ยาก ม้าลายมีอารมณ์ฉุนเฉียวไม่แน่ไม่นอน อีกทั้งมีขนาดเล็ก จึงไม่เหมาะแก่การใช้งาน แต่ทว่าก็มีผู้ที่สามารถฝึกม้าลายได้บ้าง เช่น ฝึกให้เป็นม้าลากรถในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นต้น ส่วนมากม้าลายจะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงแสดงกันตามสวนสัตว์ ม้าลายในธรรมชาติจะถูกล่าเพื่อเอาเนื้อบริโภคเป็นอาหารและหนังเพื่อทำเป็นเครื่องประดับ และเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งทำให้ม้าลายบางชนิดสูญพันธุ์ไปแล้ว อีกทั้งลวดลายอันโดดเด่นของม้าลาย จึงทำให้ลายของม้าใช้เป็นสัญลักษณ์หรือตราสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น ทางม้าลาย บนพื้นถนนสำหรับการข้ามถนนของผู้คนที่เดินสัญจรปกติ และเป็นสัญลักษณ์หรือฉายาขององค์กรหรือสโมสรต่าง ๆ เช่น สโมสรฟุตบอลยูเวนตุส ในกัลโช่เซเรียอา ของอิตาลี ก็มีฉายาว่า “ม้าลาย” ตามสีของชุดแข่งขันและสัญลักษณ์ประจำสโมสร เป็นต้น

“กวางชะมด” สัตว์กินพืชที่มีเขี้ยวเหมือนแวมไพร์ และถูกมนุษย์ใช้เป็นเครื่องหอม

กวางชะมด (Musk deer) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกสัตว์เคี้ยวเอื้อง มีขนหยาบและมีสีสันที่หลากหลาย มีความยาวประมาณ 1 เมตร มีความสูงถึงหัวไหล่ประมาณ 50-60 เซนติเมตร แต่บริเวณสะโพกจะสูงกว่าหัวไหล่อีกประมาณ 5 เซนติเมตร น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 9-11 กิโลกรัม มีจุดเด่นคือ มีเขี้ยวออกมาจากริมฝีปากประมาณ 7.5 เซนติเมตร ซึ่งตัวเมียจะมีขนาดสั้นกว่า ตัวผู้มีต่อมผลิตสารคล้ายขี้ผึ้งที่มีกลิ่นคล้ายกับกลิ่นของชะมด (Viverridae) ซึ่งมีไว้เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารกับตัวเมียและประกาศอาณาเขต โดยมาก กวางชะมดมักอาศัยอยู่ลำพังตัวเดียวในป่าที่ราบสูงในระดับ 2,600-3,600 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในทวีปเอเชียตอนกลางและเอเชียตะวันออก ออกหากินในเวลาเช้าและเย็น นอนหลับพักผ่อนในเวลากลางวัน ตกลูกครั้งละ 1 ตัว เมื่อสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 1 ปี ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กวางชะมดถูกใช้เป็นเครื่องสำหรับผลิตเครื่องหอมมาแต่โบราณ โดยมีสูตรว่า ให้ทุบกวางชะมดตัวผู้ให้ตาย โดยอย่าให้เลือดออก แล้วเลาะกระดูกออก และนำเนื้อไปตากแดดให้แห้งแล้วป่นทำเป็นผงหอม หรือให้ผ่าท้องตัวผู้แล้วนำไข่ดันออกมาป่นให้เป็นผงแล้วนำใส่ถุง จะเป็นเครื่องหอมที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ยังมีกลิ่นธรรมชาติที่ผลิตจากการป้ายกลิ่นของกวางตัวผู้ที่เรียกว่า “ชะมดเชียง” ในเชิงสมุนไพรและผลิตเครื่องหอม บางชนิดมีการเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ซึ่งตัวผู้จะผลิตสารนี้ได้ตัวประมาณ 28 […]

เตือนภัย! ‘ดูซีรีส์มาราธอน’ เสี่ยงป่วยทางสมอง-จิต แนะ 5 วิธีจัดระเบียบให้สุขภาพดี

ที่รายการปากลำโพง ออกมาเผยข้อมูลว่า ทางการแพทย์ออกมาเตือนประชาชนที่ติดการดูซีรีส์ ดูชนิดที่ไม่หลับไม่นอน ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างมาก ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต ซึ่งพฤติกรรมการดูซีรีส์แบบต่อเนื่อง หรือเรียกว่า Binge Watching คือการดูซีรีส์เรื่องเดียว ดูจนจบ ดูแบบข้ามวันข้ามคืน ส่งผลกระทบต่อร่างกาย คือ อ้วน เพราะการดูต่อเนื่องจะทำให้เรารับประทานไม่หยุด และการทำงานทางสมอง เช่น ความจำ การตัดสินใจช้าลง อารมณ์หงุดหงิด และหากอดนอนต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ จะทำให้เสี่ยงป่วยทางจิต เช่น หูแว่ว และประสาทหลอน ทั้งนี้ ทางการแพทย์ ระบุว่า กลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ ผู้ป่วยซึมเศร้า เพราะการดูซีรีส์เป็นการเพิ่มเวลาให้อยู่คนเดียวมากขึ้น โอกาสที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นก็จะลดลง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการรักษาเลย และอาจทำให้อาการแย่ลง วิธีการป้องกัน 5 ข้อ ดังนี้ 1. กำหนดเวลาการดูให้ชัดเจน ไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายพักผ่อนอย่างเต็มที่ 2. ไม่ดูซีรีส์ในห้องนอน 3. ควรหยุดเมื่อจบตอน หรือ หยุดดูช่วงกลางตอน เนื่องจากช่วงท้ายตอนมักจะทิ้งปมให้อยากชมต่อ […]

ไม่โดดเดี่ยวแล้ว! ส่องบริการ ‘เช่าเพื่อนคลายเหงา’

ที่รายการปากลำโพง ได้เผยข้อมูลว่า ตั้งแต่ปี 2017 พบว่า อัตราความเหงาของประชากรชาวอเมริกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นวิกฤติด้านสุขภาพจิตของประชาชน ทำให้ปัจจุบันมีชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียว และละทิ้งชีวิตคู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้สัดส่วนของผู้สูงอายุในอเมริกัน เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จาก 20% เป็น 40% จากปัญหาดังกล่าว ทำให้นายสก๊อต โรเซนบอม ได้ผุดไอเดียที่จะช่วยให้ผู้คนพ้นจากความโดดเดี่ยว อ้างว้าง ด้วยการเปิดเว็บไซต์ https://rentafriend.com ในปี 2019 ซึ่งให้บริการรับจ้างเช่าเพื่อนคลายเหงาชั่วคราว โดยผู้ใช้บริการ จะต้องเสียค่าบริการเดือนละ 24.95 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 769 บาท อย่างไรก็ดี มีคอมเม้นท์จากผู้เคยใช้บริการ ออกมาบอกว่า “การเช่าเพื่อนเที่ยวทำให้รู้สึกแย่กว่ามิตรภาพทั่วไปแบบคนปกติ เพราะความสะดวก สบาย การเคารพซึ่งกัน และการปลอบใจ และมิตรภาพจะหายไปเมื่อหมดเวลาจ้างงาน เพื่อนที่ต้องเสียเงินจ้างมันเรียกว่าเพื่อนได้จริงๆ หรอ”.

Jaspal X Orla Kiely ป๊อปอัพคาเฟ่ สุดชิค! ที่สร้างจากแรงบันดาลใจแห่งแฟชั่นลายปริ้นท์

คาเฟ่ฮอปเปอร์ และเหล่าฮิปเตอร์ ที่กำลังหาคาเฟ่สวย ๆ บรรยากาศดี ๆ ต้องห้ามพลาด Jaspal Pop Up Cafe ป๊อปอัพคาเฟ่สุดชิค ตกแต่งบรรยากาศสไตล์อังกฤษ และแรงบันดาลใจแห่งแฟชั่นลายปริ้นท์ จากคอลเลกชั่นสุดพิเศษแห่งปี “Jaspal X Orla Kiely” ที่แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทย “ยัสปาล” (Jaspal) ร่วมคอลลาบอเรชั่นกับ “Orla Kiely” (ออร์ล่า คีร์ลี่ย์) ดีไซเนอร์หญิงชื่อดังจากประเทศอังกฤษ หนึ่งในดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลกที่โดดเด่นในการออกแบบ “ลายปริ้นท์” อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เอาเป็นว่าเมื่อแฟชั่นมาบรรจบกับคาเฟ่ จะโดดเด่นขนาดไหน ไปชมกันเลย!! แค่เดินเข้ามาก็ฟินแล้ว Jaspal Pop Up Cafe ตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านยัสปาล ชั้น 1 แฟชั่นฮอลล์ สาขาศูนย์การค้าสยามพารากอน มีมุมชิคๆ เก๋ๆ ให้มาถ่ายรูปเล่นเพียบ อีกหนึ่งความปัง ที่ห้ามพลาด!! นั่นก็คือ เค้ามี วิช่วลรูม ให้เข้าไปถ่ายรูปเก๋ๆ พร้อมกับหมอนอิง และบีนแบ๊ค […]

“วัดร่องขุ่น ไลท์ เฟส ตอน ปฐมบท” สุดยอดโชว์มัลติมีเดียระดับโลก สูงเท่าตึก 4 ชั้น

ในปลายปี 2562 นี้ ประเทศไทยจะได้โชว์ความยิ่งใหญ่งดงามตระการตา ผ่านผลงานศิลปะของชาติที่เกิดจากความร่วมมือของ 2 ครีเอเตอร์คนสำคัญแห่งวงการอย่าง “อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” ศิลปินแห่งชาติผู้สร้าง “วัดร่องขุ่น” 1 ใน 10 “วัดที่สวยที่สุดในโลก” และ “คุณเกรียงไกร กาญจนะโภคิน” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) กับโปรเจกต์ยักษ์แห่งปี “วัดร่องขุ่น ไลท์ เฟส ตอน ปฐมบท” (Wat Rong Khun Light Fest, Episode: Begins) นับเป็นครั้งแรกที่ สถาปัตยกรรมพุทธศิลป์ ที่มีอัตลักษณ์และคุณค่า ได้ถูกนำมาผสมผสานกับเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโลก เนรมิตรสุดยอดโชว์มัลติมีเดียที่มีความสูงเท่าตึก 4 ชั้น สร้างปรากฏการณ์เปิดมิติใหม่แห่งความมหัศจรรย์ที่ทั่วโลกรู้จักในชื่อของ “วัดขาว” กำลังจะถูกเปลี่ยนสี เปล่งแสงในยามค่ำคืน ร่วมตื่นตาตื่นใจไปกับอรรถรสการแสดง ผสมผสานเทคนิค 3D Mapping, เลเซอร์โชว์ และปรากฏการณ์ Immersive Experience […]

หากสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกมีจริง มันอาจเหมือนกับสิ่งที่ติดมาในอุกกาบาตชิ้นนี้

อีกหนึ่งความฝันของนักดาราศาสตร์และคนธรรมดาอีกหลายท่าน คงจะหนีไม่พ้นการค้นพบสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกสักครั้งในชีวิต แต่ถ้าการหาเศษกรวดสวยๆ สักอัน ท่ามกลางเม็ดทรายในกำมือนั้นเป็นเรื่องยาก การค้นหาคำตอบในคำถามนี้ก็เป็นเรื่องยากยิ่งกว่าหลายเท่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีหลักฐานที่ ดูเหมือนจะมีความน่าเชื่อถือมากที่สุดชิ้นหนึ่งปรากฎอยู่ และสร้างความตื่นเต้นให้กับนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามค้นหาสัญญาณของชีวิต (biosignatures) ภายในระบบสุริยะ ซึ่งติดมากับอุกกาบาตจากดาวอังคาร เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1984 โดยคุณ Roberta Score นักวิจัยในโครงการแอนตาร์กติกา ที่ได้นำก้อนหินหนัก 2 กิโลกรัมที่เธอเจอบนพื้นน้ำแข็งกลับมายังศูนย์วิจัย โดยไม่รู้มาก่อนเลยว่าหินที่เธอหยิบมานั้นมาเคยเป็นส่วนหนึ่งของจากดาวอังคาร และได้ตั้งชื่อให้มันว่า ALH84001 หลังจากที่ได้ทำการตรวจสอบพบว่า หินของมันไม่ตรงกับหินชนิดใดบนโลกค่อนข้างเป็นที่ชัดเจนว่ามันไม่ได้มาจากโลกนี้แน่นอน สุดท้ายแล้วในปี ค.ศ. 1996 องค์การนาซ่าได้ออกมาประกาศว่าหินก้อนนี้มาจากดาวอังคาร และอาจเดินทางมายังโลกจากการที่ดาวอังคารถูกชนด้วยดาวเคราะห์น้อยเมื่อหนึ่ง 16 ล้านปีที่แล้ว และจากการวัดอายุคาร์บอนพบว่าตกมาบนโลกเมื่อเวลาประมาณหนึงหมื่นปีก่อนคริสตกาล ความประหลาดใจไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เพราะหลังจากที่พวกเขาได้ทำการส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ก็ได้พบกับสิ่งที่เหมือนจะเป็นฟอสซิลของแบคทีเรีย หรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมากๆ ไม่ว่าสิ่งนี้จะเกิดจากการปนเปื้อนบนโลก หรือมาจากดาวอังคารจริงๆ แต่การค้นพบนี้ก็ได้เปลี่ยนการศึกษาระหว่างดาวไปตลอดกาล และทำให้เกิดศาสตร์ที่ถูกเรียกว่า Astrobiology หรือ ดาราศาสตร์ชีววิทยา ขึ้นบนโลก เพราะค้นหาสิ่งมีชีวิตรูปแบบต่างๆ ที่อาศัยนอกดวงดาวของเรา

เปิดข้อเท็จจริงของ Starchild skull หัวกะโหลกเด็กที่เชื่อว่าเป็นลูกผสม “มนุษย์ – เอเลี่ยน”

ท่ามกลางหลักฐานที่มีทั้งจริงและเท็จ เกี่ยวกับการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาวในรูปแบบต่างๆ ที่มีผู้คนเคยพยายามจดบันทึกไว้ หนึ่งในหลักฐานที่ดูเหมือนจะได้รับความสนใจ และมักถูกหยิบยกมาเอ่ยถึงในเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวมากที่สุด คงจะหนีไม่พ้น The Starchild skull หรือ หัวกะโหลกของเด็กจากดวงดาว ที่นักจานบินวิทยา รวมทั้งผู้คลั่งไคล้ในเรื่องลี้ลับเชื่อว่า มันคือหลักฐานการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่าง “มนุษย์” และ “สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา” จุดเริ่มต้นทั้งหมดเกิดขึ้นที่เหมืองเก่าแห่งหนึ่งในประเทศเม็กซิโก เมื่อคนงานและทีมนักสำรวจได้พบกับกะโหลกศีรษะรูปร่างคล้ายของมนุษย์ที่รูปร่างผิดปกติ ซึ่งถูกฝังรวมกับโครงกระดูกมนุษย์ธรรมดา จนมีการตั้งชื่อเล่นให้กับชิ้นส่วนปริศนานี้ว่า The Starchild skull และมีการอ้างอิงข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์รายละเอียดต่างๆ โดยนักมานุษยวิทยาและศัลยแพทย์ ซึ่งพบว่าดีเอ็นเอที่พบบนกะโหลกดังกล่าวไม่ใช่ดีเอ็นเอของมนุษย์ทั้งหมด และมีส่วนประกอบสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่สามารถจำแนกประเภทได้ ทั้งมีรายงานบางชิ้นที่ระบุว่าเจ้าของกะโหลกศีรษะนี้อาจมีฟันถึง 3 ชุด แทนที่จะเป็นสองชุดแบบมนุษย์ทั่วไป รวมทั้งเรื่องเล่าพื้นเมืองในแถบนั้นที่อ้างถึงการลงมาเยือนจาก “คนบนฟ้า” ที่สมสู่กับหญิงสาวในหมู่บ้านหลายแห่ง และทำให้เกิดเด็กที่มีรูปร่างแบบนี้ขึ้นมา ซึ่งมีบางครั้งที่ผู้เป็นแม่มักไม่ยอมมอบลูกที่เกิดจากสายเลือดผสมนี้คืนให้กับพ่อ และทำให้ชาวบ้านต้องจำใจฝังพวกเขาทั้งเป็น เพื่อป้องกันภัยพิบัติที่จะตามมา อย่างไรก็ตาม มีรายงานอีกด้านหนึ่งที่ระบุว่าลักษณะกะโหลกดังกล่าวนั้นเป็นของชาวอเมริกันพื้นเมืองที่ป่วยเป็น โรคหัวบาตร หรือ โรคน้ำในสมอง (Hydrocephalus) ซึ่งเป็นความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดที่มีของเหลวมากเกินไปในกะโหลกศีรษะ และทำให้เจ้าของศีรษะมีกะโหลกขนาดใหญ่กว่าคนทั่วไปเท่านั้นเอง แล้วคุณล่ะ…คิดว่ากะโหลกนี้เป็นของใคร แค่เด็กที่ป่วยเป็นโรค หรือ เด็กลูกผสมจากคนที่มาจากบนฟ้า

พบกับชายชราผู้เชื่อว่าตนเคย “ถูกลักพาตัว – เสียซิง” ให้กับมนุษย์ต่างดาว

ถึงจะยังเป็นข้อถกเถียงถึงการมีตัวตนของสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกที่เราเรียกว่า มนุษย์ต่างดาว เพราะจนตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถฟันธงได้ว่าสิ่งมีชีวิตที่ว่านั้นมีตัวตนหรือไม่ แต่ก็มีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมีตัวตนอยู่จริง และบางคนเชื่อว่าพวกเขาเคยมีประสบการณ์การเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตนอกโลกนี้แบบตัวต่อตัวมาแล้ว อย่างเช่นกรณีของชายชราชาวนิวเจอร์ซีที่ชื่อว่า David Huggins อาจฟังดูเหมือนเรื่องเล่าจากทฤษฎีสมคบคิด แต่ชายผู้นี้ยืนยันว่าตัวเองเคยถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวตั้งแต่อายุ 8 ขวบ และยังคงเผชิญหน้ากับเหตุการณ์นั้นซ้ำๆ ซากๆ นั้นจนถึงทุกวันนี้ และมีครั้งหนึ่งเขาเคยถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับมนุษย์ต่างดาวที่ชื่อว่า Crescent ซึ่งนั่นนับเป็นการเสียซิงครั้งแรกของเขาด้วย และเป็นเหตุการณ์นี้สร้างความอึดอัดให้กับ David อย่างมาก จนทำให้เขาระบายมันออกมาผ่านภาพวาดต่างๆ ซึ่งเขาอ้างว่านี่คือโฉมหน้าของผู้มาเยือนจากต่างดาว แน่นอนว่าทุกคนที่ได้ยินเรื่องนี้ ล้วนรู้สึกว่าชายผู้นี้ต้องเพี้ยนสุดขีด และทั้งหมดนี้เป็นแค่เรื่องโกหกที่เขาแต่งขึ้นมาเพื่อสร้างสีสันให้กับตัวเองเท่านั้น แต่ David ยังคงยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดนี้คือความจริง และเขาเป็นแค่คนปกติคนหนึ่งเท่านั้น

5 สมมติฐาน ว่าทำไมเราถึงไม่พบ “มนุษย์ต่างดาว” สักที!?

อีกหนึ่งคำตอบที่เชื่อว่าหลายคนคงอยากได้คำตอบเป็นอย่างมาก นั่นคือแท้จริงแล้วโลกเรานั้นอยู่อย่างโดดเดี่ยวในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้หรือไม่ เพราะถึงจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่าบนท้องฟ้าอันมืดมิดนั้น ยังมีใครบางคนจ้องมองเราอยู่ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานชัดๆ แม้แต่ชิ้นเดียวที่ยืนยันว่า มี มนุษย์ต่างดาว อยู่จริงๆ ปัญหาที่ว่านี้ แม้แต่นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ที่ครุ่นคิดและสงสัยในเรื่องนี้มานานหลายปีก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนได้ แต่ท่ามกลางความสนใจที่จะค้นหาชีวิตจากดาวดวงอื่นให้ได้ ทำให้เกิดสมมติฐานที่น่าสนใจที่พยายามให้คำตอบว่า…ทำไมเราจึงยังไม่เจอสิ่งมีชีวิตที่เราเชื่อว่ามีอยู่จริงสักที!? เอกภพนั้นกว้างใหญ่เกินไป นักวิทยาศาสตร์เคยประมาณการว่ามีดาวเคราะห์มากกว่า 100 ล้านดวงในทางช้างเผือก และทางช้างเผือกเองก็เป็นเพียงหนึ่งในแสนล้านกาแลคซีของเอกภพ ฉะนั้นมันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะสามารถสแกนดาวทุกดวงได้อย่างครบถ้วน หรือต่อให้มนุษย์สามารถสำรวจทางช้างเผือกจนทะลุปรุโปร่ง แต่ไม่พบสัญญาณของสิ่งมีชีวิต นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าในอีกแสนล้านกาแลคซีที่เหลือจะไม่มี เราไม่ได้จริงจังกับการค้นหาพวกมันมากอย่างที่ควรจะเป็น ถ้าไม่นับอุปกรณ์ของนักล่ามนุษย์ต่างดาวมือสมัครเล่นที่มีอยู่ทั่วโลก อุปกรณ์ที่ดูจะทรงประสิทธิภาพที่สุดและออกแบบมาเพื่อค้นหาชีวิตบนดาวดวงอื่นโดยเฉพาะ ก็มีแค่กล้องโทรทัศน์ของ สถาบันที่ค้นหาสิ่งมีชีวิตที่มีปัญญาความฉลาดที่อยู่นอกโลก หรือ สถาบัน SETI เท่านั้น และมันก็มีโอกาสสำเร็จน้อยมากที่จะใช้กล้องที่ว่านี้กวาดหาดาวฤกษ์กว่าล้านดวง และอีกกว่าร้อยกาแลคซีที่อยู่ใกล้เราที่สุด เพื่อหาสัญญาณการมีชีวิตจากนอกโลก เทคโนโลยีของเรามันล้าสมัยเกินกว่าจะเจอพวกเขา หากมนุษย์ต่างดาวมีตัวตนอยู่จริง และสามารถเดินทางมายังโลกของเราโดยข้ามผ่านกาแลคซีหรือดาวดวงอื่นในเวลาเพียงพริบตา อย่างที่หลายๆ คนเคยอธิบายไว้ นั่นก็แปลว่าเทคโนโลยีของพวกเขาจะต้องก้าวล้ำนำสมัยมนุษย์ไปหลายขุม และอาจรวมถึงรูปแบบการสื่อสารและการซ่อนตัวเองจากเราด้วย ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เทคโนโลยีที่ว่าก้าวหน้าที่สุดของมนุษย์ จะหาพวกนั้นไม่เจอ เราอยู่เพียงลำพังจริงๆ จากคำอธิบายในสมมติฐาน Fermi Paradox ถ้าคุณเชื่อในเรื่องของความบังเอิญ ก็จงเชื่อเถอะว่าการกำเนิดมนุษย์นั้นก็ไม่ต่างกัน เพราะจากความเปลี่ยนแปลง และการทำลายล้างในแต่ละช่วงอายุของโลกที่เพิ่งสร้างอารยธรรมมนุษย์ขึ้นมาเมื่อไม่กี่พันปีก่อน เมื่อเทียบกับอายุของเอกภพที่มีอยู่มานานกว่า 13.8 พันล้านปี เราอาจเรียกว่าเป็นผลผลิตจากความบังเอิญในห้วงอวกาศนี้ก็เป็นได้ […]

‘ลีวายส์’ ไอคอนยีนส์แฟชั่นระดับโลก พาย้อนเวลากลับไปสู่ ‘เทรนด์กางเกงเอวสูง’

‘ลีวายส์’ ไอคอนยีนส์แฟชั่นระดับโลกนำคุณย้อนเวลากลับไปสู่ ‘เทรนด์กางเกงเอวสูง’ ที่กำลังกลับมาเป็นที่นิยมในวงการแฟชั่นอีกครั้ง! โดยงานนี้มีการนำเสนอดีไซน์สร้างสรรค์ผ่านยีนส์สุดฮอตไม่ว่าจะเป็น รุ่น Mile High Super Skinny, 720 High-Rise Super Skinny, 721 High-Rise Skinny, 724 High-Rise Straight และกางเกงยีนส์สุดคลาสสิก Levi’s Ribcage ที่สุดแห่งกางเกงเอวสูงของลีวายส์ ด้วยความยาวถึง 12 นิ้ว โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากกางเกงยีนส์รุ่น 90s vintage 501 ซึ่งเคยเป็นทรงเอวสูงที่สุดของลีวายส์ ที่ถูกนำมาสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องหลังจากที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงซีซั่นที่ผ่านมา ซึ่งในซีซั่นนี้ลีวายส์ ได้ขยายไลน์เสื้อผ้าสำเร็จรูปและซิลูเอทที่มีความพอดีกับรูปร่างเพื่อเพิ่มความโดดเด่นสำหรับ ผู้สวมใส่มากยิ่งขึ้น “คุณคิดว่ากางเกงยีนส์เอวสูงจะต้องเป็นแบบไหน Levi’s Ribcage สามารถตอบโจทย์ทุกคำจำกัดความของกางเกงยีนส์เอวสูง”  Jill Guenza รองประธานกรรมการลีวายส์โกบอลวีแมนดีไซน์กล่าว นอกเหนือจากนั้นเขาได้กล่าวอีกว่า “เราได้เฝ้ามองดูผู้คนสวมใส่กางเกงยีนส์ลีวายส์ วินเทจทรงเอวสูงมาตลอดในช่วงเวลาที่ผ่านมา จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการนำกางเกงเอวสูงกลับมาสู่เทรนด์แฟชั่นอีกครั้ง” ในคอลเลกชั่นนี้ลีวายส์ ได้เติมความโดดเด่นให้ยีนส์ดูทันสมัยเหมาะกับสาว ๆ ยุคใหม่ ด้วยการสร้างสรรค์กางเกงให้ออกมาในรูปทรงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Ribcage Straight […]

“ขนมโตเกียว” ของกินเล่นแบบไทยๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากญี่ปุ่น

หากใครไปญี่ปุ่น และพยายามเดินตามหา “ขนมโตเกียว” มาลองชิมล่ะก็ งานนี้คงจะต้องผิดหวังอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะขนมที่ว่านี้เป็นไอเดียไทยประดิษฐ์โดยแท้ เพียงแต่ได้แรงบันดาลใจมาจากขนมญี่ปุ่นที่หน้าตาคล้ายๆ กันอย่าง ขนมโดะระยะกิ (บ้างก็ว่าเป็นขนมยะสึฮะชิ) นั่นคือการใช้แป้งแพนเค้กบางๆ ที่ผ่านการทำให้สุกบนเตาร้อนๆ แล้วม้วนห่อไส้ซึ่งมีด้วยกันหลากหลายไส้ เช่น ไส้กรอก, ไข่นกกระทา, ไส้ครีมรสหวานต่าง ๆ รวมถึงอาจจะมีไส้พิเศษในบางร้าน เช่น ชีส, บิ๊กไบค์, ไก่ยอ หรือแม้กระทั่งเนื้อปลาแซลมอนก็มี แม้จะยังไม่ทราบที่มาแน่ชัดของขนมชนิดนี้ (แม้กระทั่งขนมที่เป็นแรงบันดาลใจก็ยังมีข้อมูลไม่ตรงกัน) แต่จากข้อมูลในนิตยสาร HEALTH & CUISINE ปีที่ 16 Vol. 188 ได้ระบุว่า ขนมโตเกียวนั้นมีการนำขายในประเทศไทยเมื่อราวๆ ปี พ.ศ. 2510 ที่ห้างสรรพสินค้าไทยไดมารู ซึ่งเป็นกิจการห้างสรรพสินค้าของญี่ปุ่นมาเปิดดำเนินกิจการครั้งแรกในประเทศไทย และได้รับความนิยมเป็นมาก เพราะเป็นสถานที่แห่งแรกในประเทศไทยที่มีบันไดเลื่อนและเครื่องปรับอากาศ เชื่อว่าจุดกำเนิดของขนมโตเกียวมาจากการที่มีผู้ขายอยู่ที่ห้างแห่งนี้ โดยดัดแปลงมาจากขนมโดะระยะกิของญี่ปุ่น แล้วตั้งชื่อขนมของตนเองที่ทำขึ้นใหม่นี้ว่า “ขนมโตเกียว” เนื่องจากไทยไดมารูนำเข้าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นรวมถึงอาหารด้วย ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นแต่อย่างใด ปัจจุบัน ขนมโตเกียวกลายเป็นของกินเล่นที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป ทั้งในแบบของร้านที่มีการตั้งขายเป็นหลักแหล่ง และในแบบในร้านรถเข็นตามชุมชน และมีการพัฒนารูปแบบการทำไปอีกหลายรูปแบบ […]

พาไปชมบรรยากาศงาน บ้านและสวนแฟร์ Midyear 2019 ในธีมงานคราฟต์และศิลปะ ใครไม่ได้ไปบอกเลยว่าพลาด!!

บ้านและสวนสัปดาห์นี้ ขอเชิญคุณผู้ชมทุกท่านมาอิ่มหนำสำราญไปกับการเดินเที่ยวงานบ้านและสวนแฟร์ Midyear 2019 การกลับมาอีกครั้งของงานที่คนรักบ้านและสวนรอคอย ช่วงกลางปีแบบนี้เราก็อยู่กันที่เดิมที่เราคุ้นเคยกันดี ณ ไบเทค บางนานี่เอง การเดินทางก็แสนสะดวกสบายรถไฟฟ้ามาถึงงานได้ไม่ยากเลย โดยงานครั้งนี้มาในธีม Hand & Heart การทำสิ่งที่รักด้วยใจ หยิบจับเอาไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้ที่มาเยี่ยมเยียนในงาน นำเสนอออกมาในรูปแบบของการลงมือทำด้วยตัวเอง เพื่อให้ท่านผู้ชมได้เก็บเป็นไอเดียนำไปประยุกต์ใช้นั่นเองครับ   บรรยากาศของงานในครั้งนี้อบอวลไปด้วยงานฝีมือ งานคราฟต์ ผสมผสานกับความเป็นอาร์ต ความเป็นศิลปะ ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ทางงานบ้านและสวนแฟร์อยากจะร่วมเป็นสื่อกลางในการกระตุ้นจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงเกิดเป็นแคมเปญดีๆ ลดการใช้ถุงพลาสติก รวมถึงสิ่งอื่นๆ ที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ด้วยการรณรงค์ให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมงานพกถุงผ้า แก้วน้ำ หรือว่ากล่องข้าวเข้ามาร่วมงาน ถือเป็นส่วนเล็กๆ ที่อาจจะกลายเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่อย่างการช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปในตัวอีกด้วย   โดยในงานบ้านและสวนแฟร์ Midyear 2019 นอกจากจะมีการนำเสนอผลงานเกี่ยวกับงานคราฟต์ งานดีไซน์ และการตกแต่งแล้ว ก็ยังมีส่วนที่นำเอาเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันมาประยุกต์ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มาเดินเที่ยวงานอีกด้วย อย่างเช่น QR Code ที่ติดไว้ตามพื้น ก็จะช่วยให้การค้นหาร้านที่ต้องการได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งก็เป็นอีกนวัตกรรมหนึ่งที่สามารถอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปได้อีกทางหนึ่ง จากการที่ลดการใช้กระดาษที่นำมาทำเป็นโบร์ชัวร์หรือใบปลิว รวมถึงเป็นการลดขยะไปในตัว ช่วยทำให้โลกนี้น่าอยู่มากยิ่งขึ้นถึงแม้เป็นเพียงมุมเล็กๆ แต่ถ้าทุกคนช่วยกันมันก็จะกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้เหมือนกัน ซึ่งนอกจากงานนำเสนอต่างๆ แล้ว ภายในงานยังมีการจัดเวิร์คช็อปกิจกรรมดีๆ อีกมากมาย […]

keyboard_arrow_up