สุดกลั้นน้ำตา! ‘ใหม่ สุคนธวา’ เผยปาฏิหาริย์จากบรมครูนาฏศิลป์

รายการ เปิดกรุลี้ลับ ดำเนินรายการโดย มารุต ชื่นชมบูรณ์ สัปดาห์นี้ พาไปบุกบ้านเปิดกรุของสะสมเครื่องรางของขลังบ้าน “ใหม่ สุคนธวา เกิดนิมิตร” จากพลังศรัทธา ทำเอาเธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ขณะที่เผยเรื่องราวสุดปาฏิหาริย์จากบรมครูนาฏศิลป์

“ตอนนั้นที่รำฉุยฉายเพื่อไปประกอบละครจำท่าก็ไม่ได้ เนื้อเพลงก็จำไม่ได้ ทำไมยากจัง จำอะไรไม่ได้จนปวดหัว บอกครูว่าขอพัก เพราะปวดหัวจนจะอ้วก แต่ก็ฮึดสู้อีกรอบ แต่ก็ทำไม่ได้อีก ครูตวงฤดี ครูที่สอนรำก็เลยบอกว่า ขอไหว้ครูดูสิ ไหว้พ่อแก่ ไหว้พระพิฆเนศ ว่าขอรำเพลงฉุยฉายเบญกาย คือ ต้องบอกก่อนว่า การรำฉุยฉายเบญกาย ไม่ใช่ใครจู่ๆ จะรำก็รำได้ เพราะถือว่าเป็นชั้นบรมครู ตอนนั้นก็เลยยกมือขึ้นไหว้บอกว่าขออนุญาตรำ จากนั้น ก็ลุกขึ้นรำ จากนั้นก็เหมือนเริ่มมีสติ สมาธิมากขึ้น พอรำได้ แต่ก็ปวดหัวจนขอนั่งพัก แล้วก็เหมือนจะทำไม่ได้อีกแล้ว ครูก็เลยเอาสร้อยที่ใส่อยู่ ซึ่งเป็นพ่อแก่ ที่คนเรียนนาฏศิลป์ทุกคนนับถือ ซึ่งท่านเป็นเทพ ให้ความสำเร็จแก่คนที่จะเรียนนาฏศิลป์ และพระพิฆเนศ เทพแห่งความสำเร็จ ดังนั้นครูก็เลยให้สร้อยพ่อแก่และสร้อยพระพิฆเนศ ทั้ง 2 เส้นให้ใหม่มาใส่แล้วไหว้บูชาครู ใหม่ก็กราบไหว้และท่องคาถาตามครู ความรู้สึกที่ตามมาหลังจากนั้นคือ ความโล่งใจ เย็นสบาย แล้วจากนั้นอยู่ดีๆ ใหม่ก็ร้องไห้ขึ้นมา น้ำตาไหล ทั้งที่หลับตา แล้วจู่ๆ ใหม่ก็พูดขึ้นมาว่า “เราคิดถึง” จะพูดแบบนี้อยู่ตลอดเวลา ไม่รู้เป็นอะไร แต่ก็พูดและรู้ตัว”

“พอก่อนเข้าฉากที่จะเอาจริง ใส่ชุดเรียบร้อย แล้วตอนที่ครูจะใส่ชฎาให้เรา เหมือนเราจะขนลุก เหมือนเรารู้สึกไม่ใช่เรา รู้สึกเหมือนบรมครูจริงๆ มาใส่ให้เรา แล้วเราก็จะน้ำตาไหลทุกครั้ง แล้วครูก็จะบอกว่าเนี้ย พ่อแก่และพระพิฆเนศมาอวยพรให้ใหม่แล้วนะ มาเปิดทางให้ใหม่แล้ว ใหม่จึงปิติแบบนี้ เวลารำใหม่จะขอพรว่า “ขอให้ใหม่เป็นท่าน ขอให้ท่านเป็นใหม่ ของให้เราเป็นคนๆ เดียวกันตอนรำ” ทุกครั้งที่ใหม่รำ คนจะบอกว่า เราไม่ได้รำสวยเหมือนนางเอกละครรำ แต่เรารำแล้วดูขลัง ดูมีอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งพอตอนเช้าใหม่ก็จะทำบุญให้แม่เบญกาย แล้วบอกท่านว่า เราทำบุญให้ท่านแล้วนะเพราะเรามาขอให้ท่านเป็นเราตอนรำ”

“หนังอีกเรื่อง เราเล่นเป็นคนเล่นของ ในฉากที่เรากำลังเล่นของและต้องการแก้แค้น เป็นฉากที่ใหม่ต้องทำบรมพิธี ปรากฏว่า บนหิ้งมีเศียรพ่อแก่ ซึ่งเราก็ไม่สบายใจแล้ว เพราะฉากนี้เป็นฉาก ร่อนหงษ์มังกรรำ ซึ่งท่วงท่ามันก็จะลบหลู่อยู่แล้ว ท่ายั่วๆ ท่าไม่ดี ใหม่ก็ถามทีมงานว่า นี่เป็นเศียรจริงหรือเศียรปลอม ถ้าเศียรจริงใหม่ไม่ถ่าย ทีมงานบอกเศียรปลอม ไม่มีการทำพิธีอะไรทั้งนั้น เราก็เลยถ่ายทำท่าหงษ์ร่อนอะไรไป แต่ตาเราดันไปโฟกัสพ่อแก่ที่อยู่ตรงหน้าหน้าแล้วเหมือนจ้องอยู่ ใหม่ก็ถ่ายเสร็จ กลับมารู้สึกปวดขา ปวดหลัง ปวดเอว ปวดหัว ปวดทั้งตัว ปวดมากจนไปหาหมอ แต่ก็ไม่ได้เป็นโรคอะไร พอนอนแล้วเราก็ฝันถึงพ่อแก่องค์นั้น แต่ท่านก็ไม่ได้บอกอะไร เวลาผ่านไป 2 เดือน เวลาเราเปิดทีวีอะไรไปก็ดันเจออะไรที่เกี่ยวกับพ่อแก่ตลอด เราก็โทรไปหาทีมงาน เพราะแม้จะบอกเป็นของปลอม แต่ปลอมยังไงก็เป็นเศียรพ่อแก่ ยังไงก็คือของจริงอยู่ดีแค่ไม่ได้เบิกเนตรเท่านั้นเอง เราก็ให้ทีมงานเอาเศียรมาเพื่อขอขมา เพราะเราไม่ไหวแล้ว ชีวิตเรามันแย่มาก แต่พอถึงวันนัดทีมงานไม่ได้เอามาบอกขอให้เราไปเอาเอง เราก็คิดว่ามันคือบททดสอบ พ่อแก่อาจจะมาพิสูจน์ใจเราว่าเรา มีความตั้งใจที่จะขอขมาพ่อแก่จริงหรือไม่ หลังจากขอขมาเราก็สบายใจขึ้น สักพักก็รู้สึกโล่งๆ ขึ้น ดีกว่าไม่ทำ”

“พอใส่ชุดธรรมดาก็ปกติ แต่พอมาใส่ชุด (นิ่ง….แล้วร้องไห้) เหมือนไม่ใช่เรา เหมือนจะขนลุกตลอดเวลา ยิ่งตอนอยู่กับครู ครูสวมชฎาให้ มันไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ ใหม่กับครูสามารถสัมผัสได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ”

 

 

 

keyboard_arrow_up