“รัศมีแข” ควงแฟนหนุ่ม “โจนาส” แต่งงานในบรรยากาศริมทะเลสาบ (คลิป)

หลังจากก๊วนเพื่อนเดินทางไปร่วมงานแต่งของ บอย พิษณุ เป็นที่เรียบร้อย ก็ถึงเวลาอย่างเจ้าสาวแสนสวย รัศมีแข ที่มีกำหนดการแต่งงานที่ เมือง VAXHOLM ประเทศสวีเดน ในวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา ท่ามกลางแขกที่อบอุ่น คนในครอบครัว และพ้องเพื่อน และยังได้เพื่อนสนิทอย่าง ดีเจต้นหอม เป็นคนเลือกวันและสถานที่แต่งงานอีกด้วย และทางเราก็ขอต่อสายตรงไปหาเจ้าสาวหมาด ๆ ถามความรู้สึกว่าจะตื่นเต้น และให้เล่าถึงบรรยากาศกันหน่อยค่ะ

ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยเกียวกับเรื่องการจดทะเบียนสมรสว่า เอ๊ะ จะใช้นามสกุลใคร ตกลงกันได้หรือยัง เรื่องการจะนำเงินงานแต่งงานไปทำบุญในประเทศสวีเดนอีกด้วย และสุดท้าย เรื่องการรับงานในประเทศยังจะรับอยู่ไหม พร้อมทั้งฝากขอบคุณถึงคนที่มาแสดงความยินดี และเห็นต่างในเรื่องการแต่งงานครั้งนี้ด้วย จะเป็นอย่างไร ไปฟังรัศมีแขกันเลยค่ะ

รัศมีแข ได้เล่าว่า บรรยากาศภายในงาน ก็จะเพื่อนมาร่วมงาน ร้านอาหารริมทะเลสาบ มีเรือคูลใหญ่ ๆ ขับผ่านก็จะทำให้บรรยากาศสวยขึ้น หลังจากนั้น พอเพื่อน ๆ รวมตัวกันเสร็จแล้ว แขกับโจนาสก็เดินมาเข้าพิธี คนร่วมงานก็เป็นคนที่เรารัก ก็มีความสุขมาก ตื่นเต้นก็ตื่นเต้น แต่ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น ได้มีการจดทะเบียนสมรส ได้มีการหยิบมาแล้ว แต่อยู่บนรถ แต่ว่าเราไม่ได้เซ็นในงาน รู้สึกว่าเราต้องเซ็นจดแล้วส่งไปอีกที เหมือนที่ว่าการอำเภอ ส่วนเรื่องนามสกุลตอนนี้กำลังคุยกันอยู่ มันจะมีอยู่ 2 แบบ ถ้าใช้นามสกุลแฟนก็จะใช้นามสกุลแขเป็นนามสกุลกลาง แต่เดี๋ยวขอดูก่อน เพราะว่าถ้าทำแล้ว ไปเมืองไทยต้องไปทำเอกสารเยอะ แขก็อาจจะต้องรออีกแปบหนึ่ง มันต้องเปลี่ยนขอพาสสปอร์ตไทยด้วย เพราะแขถือ 2 สัญชาติ อภิสิทธิ์ของการจดทะเบียน จะเหมือนกันของคู่แต่งงาน ถ้าวันหนึ่งเกิดอะไรขึ้นกับแฟนแข ก็สามารถเป็นคนตัดสินใจ ก็รู้แล้วว่าทะเบียนสมรสมันเป็นเหมือนของเรา เอาคน ๆ หนึ่ง เปิดให้อีกคน ๆ หนึ่งมาใช้อภิสิทธิ์ นอกจากแทนที่พ่อแม่เราไม่อยู่ หรือว่าไม่มีใครตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องชีวิตเรา จะมีคน ๆ เนี้ย ที่เราคอยการตัดสินใจให้เรา สมมุติว่าเราป่วย เราต้องปิดเครื่องช่วยหายใจ และพ่อแม่ไม่อยู่อย่างนี้ ก็คือนอกจากพี่น้องที่ไม่สามารถตัดสินใจได้แล้ว มันเป็นเหมือนกับการรับคนนอก คน ๆ หนึ่ง คนนอกเข้ามา เป็นหนึ่งในครอบครัวของเรา และสามารถมีสิทธิ์ในการตัดสินใจ พอ ๆ กับพ่อแม่พี่น้องเรา ทำให้ตัดสินใจแต่งงาน

เพราะฉะนั้น ก็คิดเยอะเหมือนกัน จดแล้วได้อะไร ตอนนี้เข้าใจแล้ว เรื่องการทำงานก็ยังทำงานในไทยก่อน แล้วก็วางแผนไว้รอปกป้อง 18-19-20 จบมัธยมแล้ว แขก็คงบอกพี่หอมไว้ แขก็อยากให้ปกป้องมาเรียนที่นี่ ตอนนั้นแขงานในวงการบันเทิงก็คงเบาลง ก็อาจจะกลับมาช่วงที่ปกป้องเข้ามหาวิทยาลัย ที่แพลนไว้ อยากให้ปกป้องมาเรียนที่นี่ แต่ก็ต้องขอพี่หอมก่อน ต้องปรึกษาอีกที ไม่คิดรับใครเป็นลูก เพราะหลานเยอะมาก ถ้าไปดูในรูป และปกป้องนี่เป็นหลานคนล่าสุด ก็เลี้ยงหลาน ก็โอเค แฮปปี้กับหลาน

คำอวยพรของพ่อแม่ ทุกคนก็อวยพรเรา ต้อนรับเราสู่แฟมิลี่ แฟมิลี่เราก็ต้อนรับเขา แต่สิ่งที่มีความสุขมาก คือเราบอกทุกคนว่าเราไม่เอาของขวัญ ไม่เอาซองแต่งงาน เราขอเอาเงินตรงนั้นไปบริจาค ให้มูลนิธิดาวน์ซินโดรม มะเร็ง และก็มูลนิธิโรคหัวใจในประเทศสวีเดน ก็มีเพื่อนที่เมืองไทยเขียนมาว่าอยากใส่ซอง แต่แขบอกแล้วว่าเดี๋ยวเรานัดกัน ร่วมทำบุญกัน เอาเงินไปทำบุญ กำหนดการกลับประเทศไทย ก็จะกลับวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายนนี้ ก็อีกไม่กี่วัน กลับมาทำงาน

อยากฝากถึงคนที่อวยพร ก็ต้องขอบคุณมาก ๆ ก็ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ แต่สำหรับคนที่มองเป็นเรื่องต่าง อาจจะต้องใช้เวลาสำหรับพวกเขานิดหนึ่ง เราก็บอกได้แค่ว่า เราไม่รู้ว่าเราเกิดมาเป็นแบบนี้ได้อย่างไร ทางวิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ไม่ได้ มันเป็นสิ่งที่เราไม่รู้ แต่มันมีสิ่งหนึ่งที่เราพิสูจน์ได้ก็คือ เราเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เรามีความรักได้ ถึงแม้ความรักเรามันจะหลากหลาย หรือว่ามันแปลก แต่สุดท้าย มันก็คือความรัก เราสามารถบอกตัวเองว่า เป็นคนดีในสังคมได้ เราไม่ทำความเดือดร้อนได้ เพราะถ้าหากมาวัดด้วยการกระทำ เราสามารถดูได้ว่า เพศที่ 3 หรือว่าชายหญิง ใครฆ่ากัน หรือขมขื่นทุกอย่าง ว่าเพศที่ 3 แทบจะไม่มีข่าวเรื่องพวกนี้ และถ้าหากจะวัดกันแค่นี้และสรุป มันก็ไม่ใช่ คือถ้าจะวัดกันแค่นี้จริง ๆ พวกเธอเป็นคนดีหรือไม่ดี เพศนี้ดีไม่ดี วัดกันแค่นี้ ก็รู้แล้ว เราสามารถพูดได้ว่า ผู้ชายทั่วไปไม่ดู แต่พวกเราไม่ได้คิดแบบนั้น พวกเราแค่อยากพูดว่า เราก็เป็นคนดี มันก็แค่นั้นเอง เราไม่ได้วัดกันที่เพศ เราทำอะไรให้คนรอบข้างเราทำอะไรไห้คนมากกว่า ทำอย่างไรต่อสังคม

keyboard_arrow_up