“ฝ้าย สุภาพร – ณวัฒน์” ชี้แจงคดีเบี้ยวเงิน 2 ล้าน คดีพลิก ยันยังไม่แพ้คดี สู้กันใหม่ 22 เมษายน (คลิป)

จากกรณี เต๋า ทีวีพลู ออกมาแฉนางงามรายหนึ่งว่าติดหนี้ตนที่เป็นพี่เลี้ยงนางงามเกือบ 2 ล้านบาท เป็นเงินตามสัญญาที่ตกลงแบ่งกัน 50:50 เมื่อนางงามชนะกาารประกวด ของรางวัลจากการประกวดต้องขายทั้งหมด แล้วนำเงินมาแบ่งครึ่ง

โดย เต๋า ทีวีพลู ยังบอกอีกว่า นางงามรายนี้ได้แพ้คดีเมื่อสิ้นปี 61 ที่ผ่านมา เงินจำนวน 2 ล้านบาทนี้ เป็นเงินที่ต้องแบ่งกันบวกกับดอกเบี้ย

ซึ่งในขณะนี้ทุกคนได้รับทราบแล้วว่า นางงามรายนี้คือ “ฝ้าย สุภาพร มะลิซ้อน” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ ปี 2016

 

และในวันนี้ 28 ม.ค. ในงานแถลงข่าวการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ ปี 2019 ดูเหมือนว่าคดีทั้งหมดจะพลิก เมื่อ “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ผู้อำนวยการกองประกวดและผู้ก่อตั้งเวทีการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ พร้อมด้วย “ฝ้าย สุภาพร มะลิซ้อน” ได้ชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดต่อสื่อมวลชน

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล กล่าวว่า ขณะนี้ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย สำหรับการที่คู่กรณีโพสต์ว่า “ฝ้าย” แพ้คดีนั้นไม่จริง เนื่องจากคดียังไม่ตัดสิน ศาลได้พิจารณาความใหม่ทั้งหมด แล้วจะทำการสืบหลักฐานและพยานใหม่ในวันที่ 22 เมษายน

โดยสาเหตุมาจาก การที่ ฝ้าย ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ ฝ้ายและกองประกวดไม่เคยทราบว่าโดนฟ้อง ต้องทำความเข้าใจว่า “ฝ้าย” เป็นบุคคลสาธารณะ สามารถหาที่อยู่และสามารถติดต่อต้นสังกัดได้ การที่คู่กรณีบอกว่า “ฝ้าย” ไม่ได้รับหมายศาลที่ส่งไปนั้นไม่มีน้ำหนัก เหมือนถูกกีดกันเข้าสู่กระบวนการ เพราะคู่กรณีสามารถส่งหมายไปยังสถานที่อื่นได้

การที่คู่กรณีเลือกที่จะเงียบ รอให้เวลาผ่านไปถึงมาโพสต์แฉ เป็นการเงียบอย่างผิดปกติ ขณะนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วเมื่อวันที่ 25 มกราคม “ฝ้าย” ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากศาลและผู้พิพากษาในการเริ่มต้นคดีใหม่ ยืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม เป็นต้นมา คำพิพากษาเดิมนั้นใช้ไม่ได้

ด้าน ฝ้าย สุภาพร มะลิซ้อน กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องทั้งหมดอยู่ในกระบวนการยุติธรรม สำหรับการส่งหมายศาลไปยังทะเบียนบ้านที่จังกวัดลพบุรี เป็นเรื่องที่ทำได้ แต่บ้านหลังนั้นเก่าที่พังทรุดโทรม จึงไม่มีคนอยู่ โดย “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” เสริมว่า หมายศาลสามารถส่งไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่ทำงาน ให้กับตัว หรือที่ใดก็ตามที่สามารถติดต่อได้ หรือจะประกาศผ่านสื่อก็สามารถทำได้ ไม่ทราบว่าคู่กรณีมีเจตนาแอบแฝงหรือไม่ แต่ “ฝ้าย” เข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรม

ส่วนเรื่องส่วนแบ่งในสัญญา 50:50 นั้น ฝ้าย สุภาพร ยอมรับว่า มีการเซ็นสัญญากันจริง ตนอยากจะพูดชี้แจง แต่ในขณะนี้เรื่องนีได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว หากพูดจะไม่เป็นผลดีต่อรูปคดี บอกได้ว่าในสัญญาไม่ได้มีเพียงเงื่อนไขเดียว โดย ณวัฒน์ อิสรไกรศีล เสริมว่า สัญญาฉบับนี้ ไม่มีแสตมป์อากร ตนไม่แน่ใจว่าจะสามารถใช้ทางกฎหมายหรือไม่ ส่วนการฟ้องร้องพร้อมกับคิดดอกเบี้ยนั้น ตนอยากจะร้องเรียนเพิ่มเติม เนื่องจากการที่คู่กรณีบอกว่าตัวเองกู้เงินมาฟ้องศาลและต้องจ่ายดอกเบี้ย20%นั้น เป็นเรื่องผิดกฎหมาย

ฝ้าย สุภาพร ยังกล่าวอีกว่า ตนมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง เพราะตนไม่เคยโกงใคร ส่วนที่ตนพูดในวันนี้ ตนมีหลักฐานและเมื่อเรื่องราวเข้าสู่กระบวนการศาล ตนยังมีพยานบุคคลอีกด้วย ขอบคุณกระบวนการยุติธรรมในการสู้คดี การได้รู้จักใครสักคนเป็นเรื่องที่ดี เหรียญทีสองด้านเสมอ ตนไม่รู้สึกเสียใจที่เคยรู้จักคู่กรณี

โดย ณวัฒน์ อิสรไกรศีล กล่าวว่า งานของ ฝ้าย สุภาพร ยังไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากคดีนี้ งานกลับยิ่งเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ทั้งนี้ ตนไม่มีการฟ้องกลับ แต่จะสู้คดีแพ่งกันต่อไป ตนและนางงามรู้ตัวว่ากำลังทำอะไร พวกเรายืนหยัดบนความจริง ต้องรอตัดสินใจกันก่อนว่าตะทำอย่างไรต่อไป เพื่อเป็นกรณีศึกษา และสำหรับผู้ที่จะเข้าประกวดนางงาม ตนอยากบอกว่าสามารถมีพี่เลี้ยงนางงามได้ แต่ต้องพิจารณาสัญญาให้ดี อย่าเซ็นสัญญาที่มีเงื่อนไขแปลก ๆ และหากใครแอบอ้างว่ารู้จักตน ต้องจ่ายเงิน ต้องเซ็นสัญญาแล้วจะชนะ อย่าหลงเชื่อ

keyboard_arrow_up