“ไผ่ วันพอยท์” รับห่าง “ดิว” ต่างคนต่างห่างเพราะงาน คาดคนจะออกมาใช้สิทธิ์วันเลือกตั้งคึกคัก ย้ำประเทศไทยต้องเดินไปข้างหน้า (คลิป)

“ไผ่ วันพอยท์” อดีต ส.ส. จังหวัดกำแพงเพชร แต่หลายคนคงรู้จักในฐานะแฟนของดารานางร้าย “ดิว อริสรา” ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้เลิกรากันแล้ว หลังรัก ๆ เลิก ๆ กันมานานกว่า 6 ปี

วันนี้ ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้เปิดใจเรื่องราวความรักและการเมืองของ “ไผ่ วันพอยท์ หรือ ไผ่ ลิกค์” ที่กลับมายังเส้นทางสายการเมือง ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดกำแพงเพชร อีกครั้ง

ความรัก เลิกรากันครั้งล่าสุด แต่ยังคงคุยกันได้ ?
“เป็นเหมือนพี่น้อง อยู่กันมานาน ๆ มีความผูกพันธ์ เราก็หวังดีต่อกัน ตอนนี้เราไม่ค่อยมีเวลา เราลงพื้นที่ตลอด ที่กำแพงเพชร เขาก็ทำงาน ก็มีระยะห่าง ก็คุยดูแลกันไป”

เพราะการหันกลับมาการเมือง ทำให้ห่าง ?
“ผมอยู่การเมืองตลอด ไม่ได้ไปไหน แต่หลังจากมีการรัฐประหาร มีกฎหลายอย่างมี่ทำให้ลงพื้นที่ไม่ได้ ทำไม่ได้ เราฝืนไม่ได้ เลยมีเวลาว่าง แต่ตอนนี้เราต้องกลับไปทำงานของเรา”

เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้ห่างกัน ?
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ ระยะทางก็เกี่ยวข้องกับทุกอย่าง”

เสียดายความรัก 6 ปีไหม ? บางคนก็เสียดายแทน ?
“ก็ไม่เป็นไร ถ้าคนมันใช่ วันหนึ่งมันก็ใช่ กลับมาใช่อยู่ดี”

ตกลงทั้งสองฝ่าย ?
“ไม่ใช่ตกลง เขางานเยอะ ถ่ายละครทุกวัน แต่ก็ไม่ได้หายจากกันไปเลย ถ้าว่างก็คุยกัน”

ลดสถานะเป็นเพื่อนสนิทเป็นพี่น้อง ?
“ยังไม่ได้คุยถึงเรื่องนั้น ทุกวันนี้ต่างคนต่างโฟกัสเรื่องงานเป็นหลัก”

ดิวอยู่ในวงการ เจอผู้ชายเยอะ ถ้ามีคนมาจีบ ?
“เราพูดไม่ได้ เวลามีความจำเป็น วันนี้งานจำเป็นหรือเรื่องเล่นจำเป็นกว่า”

ถ้ามีคนมาจีบ โอเค ?
“ก็แล้วแต่”

พูดถึงงานการเมือง ตอนนี้กลับมาสายนี้ต่อ เป็นยังไงบ้าง ?
“จริง ๆ ก็ทำมาตลอด ก็ดี ผมเล่นการเมืองมาสิบกว่าปี พ่อเล่นการเมืองมา 40 กว่าปี เหมือนชีวิตอยู่แล้ว ไม่มีอะไรต่าง เข้าไปพบปะชาวบ้านเป็นเรื่องที่เราทำมาตลอด”

ตอนนี้พี่ไผ่ทำอะไรในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ก่อนการเลือกตั้ง ?
“ส่วนใหญ่ทำอะไร เราก็ทำปกติ แต่เราไม่มีสภา หน้าที่ ส.ส. จริง ๆ คือเอาความเดือนร้อนมาบอกสภา แต่ด้วยความใกล้ชิด เราเป็นมีพึ่งทุกอย่าง มันหลีกหนีไม่ได้ ปัญหาตอนนี้ที่เราไม่มีนักการเมืองมานาน งบประมาณไม่พอ ไม่สามารถเชื่อมโยงกับอำนาจรัฐ”

เราเห็น แต่ช่วยอะไรไม่ได้มาก ?
“ลองประสานดู ตรงไหนข่วยได้ช่วยไม่ได้ ทำตามกฎหมาย แล้วก็ต้องดูหลายอย่าง”

ธุรกิจทางบ้าน ตอนนี้ใครดูแล ?
“ผมหยุดทำธุรกิจเป็น 10 ปี เป็นนักการเมืองมานาน แต่ภาพออกมาอีกแบบ ผมเป็นนักการเมือง ธุรกิจที่บ้าน น้องชายเป็นคนทำ”

ไม่แตะธุรกิจเพื่อลุยงานการเมืองเลย ?
“ใช่”

แล้วทีมแข่งรถ ?
“ก็เป็นส่วนหนึ่ง ก็ทำเหมือนเดิม ก็ให้เด็กในทีมไปแข่ง เด็กบ้างเพื่อนบ้าง มันไม่มีเวลา”

ถือเป็นงานอดิเรก ?
“ก็ประมาณนั้น อยู่ตรงนี้แล้วมันไม่ได้ เวลามันจำเป็น”

พอลุยการเมือง ทุกอย่างไม่ได้เลย ธุรกิจไม่ได้ รถไม่ได้ ?
“อย่างที่บอก วันหนึ่งที่ทำ เขตเลือกตั้ง 15 ตำบล มีงานหนึ่งงาน ประเพณี 15 ที่ หมู่บ้านอีกเท่าไร ผมไม่เชื่อว่าทำอะไรพร้อม ๆ กันแล้วจะดี”

ใกล้เลือกตั้งแบบนี้ พี่ไผ่มองประเทศไทยว่าจะเป็นยังไง ?
“อยากให้ประเทศไทยผ่านวิกฤติปัจจุบัน คือมีความขัดแย้งสูง ทำอะไรต่าง ๆ นา ๆ ใช้ประชาชนเป็นตัวประกัน เทไปทางนู้นทีทางนี้ที เสื้อสีนู้นสีนี้อยากให้จบตรงนี้ เรามาอยู่ตรงนี้ก็อยากให้จบความขัดแย้งให้ประเทศสงบ”

เชื่อว่าการเลือกตั้งจะยุติความขัดแย้งได้ ?
“ต้องดูผลการเลือกตั้งว่าประขาชนต้องการอะไร ผลจะบอกเราได้หมด”

จะขัดแย้งจะสามัคคี ดูจากผลการเลือกตั้ง ?
“ใช่ ต้องมีนโยบายพรรคอีก สำคัญ เดี๋ยวประชาชนจะเลือกเอง”

คิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ คนจะออกมาใช้เสียงมากน้อยแค่ไหน จะคึกคักแค่ไหน ?
“4 ปี 8 เดือน น่าจะคึกคักมาก ทุกคนอยากเลือกตั้ง วัยรุ่นต่าง ๆ เท่าที่ลงพื้นที่ ก็อยากจะใช้สิทธิ์ ก็อยากให้ใช้สิทธิ์กันอย่างเต็มที่ ถ้ามาใช้สิทธิ์มันจะพิสูจน์อะไรได้ วันนี้ผมว่ามันต้องทำ เพื่อก้าวข้าม จะได้รู้ว่าประเทศจะไปทางไหน”

จึงอยากเชิญชวญคนไทยที่สามารถเลือกตั้งได้ ให้ออกมาใช้สิทธิ์ ?
“เป็นสิทธิ์พื้นฐาน การเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว มันเป็นเรื่องใกล้ตัว เพราะว่าทะเลาะกันมันไปอยู่หน้าบ้าน ปิดถนน เดือดร้อน นี่คือสิ่งที่ชัดเจนเห็นได้ ปิดสนามบิน ผมไม่อยากให้ประเทศอยู่ตรงนี้ เพราะถ้าอยู่ตรงนี้ไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวเหลืองเดี๋ยวแดงเดี๋ยวหลากสี มันจะไม่มีทางจบสิ้น พอคนหนึ่งไม่พอใจก็ขนคนมา อีกคนไม่พอใจก็ขนคนมา ผลสุดท้าย คนอื่น คนทำการค้า คนที่เดือนร้อน จะลำบาก”

ใช้สิทธิ์ก็ควรเคารพสิทธิ์ของคนอื่นด้วย ?
“มันมีสิทธิ์ทางรัฐธรรมนูญ เขาทำได้ แต่ถ้าไม่เดือดร้อน หรือ ไม่มีคนพามา หรือ ไม่มีคนชักนำ ผมคิดว่าคงลำบากที่จะมากัน”

อยากให้รักกันมากกว่านี้ ?
“ประเทศไทยต้องเดินไปข้างหน้า เพราะเราเสียโอกาสมานานแล้ว”

keyboard_arrow_up