“ต่าย ชุติมา” น้ำตาคลอตอบเรื่องครอบครัวร้าว ยันข่าวลือทั้งหมดไม่จริง ! (คลิป)

หลังจากที่ไฮโซทิม พิธา สามีพันล้านของอดีตนักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง ต่าย ชุติมา ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าครอบครัวมีปัญหา แต่อุบตอบปมข่าวเม้าท์ที่ว่าฝ่ายหญิงปาร์ตี้หนักจนทำให้ครอบครัวมีปัญหา ก็มีข่าวเม้าท์ออกมาอีก ทั้ง ทะเลาะกันจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันบ้าง มีมือที่ 3 เป็นสาวหล่อบ้าง เรียกค่าฟ้องหย่า 50 ล้านบ้าง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องจริงบ้าง

ล่าสุด (30 พ.ย. 61) สาวต่าย ออกงานพร้อมจูงมือลูกสาว น้องพิพิม มาด้วย และได้ตอบคำถามในทุกประเด็น บางช่วงถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เลยละคะ

“ ณ จุดๆนี้เป็นอย่างที่พี่ทิมพูด เราปรึกษากันอยู่ มันเป็นปัญหาภายในว่าจะแก้ปัญหายังไง “

เกิดมานานหรือยัง ?

“ จริงๆเรื่องนี้เกิดมาพักใหญ่ๆแล้ว สาเหตุมาจากความไม่เข้าใจกันในหลายๆเรื่อง ทัศนคติต่างๆคนสองคนถูกเลี้ยงและเติบโตมาคนละแบบ “

ก่อนแต่งงานไม่ได้ศึกษากันหรอ ?

“ คือเราโฟกัสที่ลูกอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกเลยไม่เข้าใจกัน “

ตอนนี้คือเราไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันแล้ว ?

“ ก็ไม่ถึงขนาดนั้น เราก็ยังมานอนกับแม่บ้าง “

ความสัมพันธ์ตอนนี้คือยังไง ?

“ ก็ยังปรึกษากันอยู่ ว่าจะยังไง ก็โฟกัสที่ตัวลูกเป็นหลัก “

มีข่าวบอกว่าเราติดเที่ยว ?

“ ตั้งแต่ใช้ชีวิตคู่กับพี่ทิมมาไม่มีคำว่าติดเที่ยวแน่นอน “

เราทำหน้าที่แม่ได้ดีเหมือนเดิม ?

“ เรามีจิตสำนึกของความเป็นแม่ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาเราแทบจะไม่ได้ออกไปไหนเลย ขนาดจะไปต่างประเทศกับคุณแม่ยังไปไม่ได้ แต่ถ้ามันมีโอกาสพิเศษอย่างงานวันเกิดหรืองานแต่งงาน ตามมารยาทเราก็ต้องไปบ้าง แต่เรารู้อยู่แล้วว่าเวลาไหนเหมาะเวลาไหนควรไม่ควร ก็ทำหน้าที่ของเราให้เรียบร้อยก่อน “

ตอนนี้หาทางออกยังไง ?

“ ก็ปรึกษากันว่าต่างคนอยากจะไปในทิศทางไหน “

เกิดนานหรือยัง ?

“ พักใหญ่ “

ปัญหานี้คุยได้ไหมบางคู่คือฟ้องหย่าเลย ?

“ ไม่มีใครอยากให้ไปถึงจุดนั้น ตอนนี้เราก็พยายามคุยกัน “

แสดงว่าข่าวที่บอกว่าเราขอฟ้องหย่า 50 ล้านก็ไม่จริง ?

“ บางทีก็เสียใจมีคนมาพูดอย่างนั้นอย่างนี้ ยิ่งมาจากคนในครอบครัวมันน่าผิดหวัง เพราะมันไม่ใช่ความจริงเลย เราไม่ยึดติดเรื่องเงิน “

มีข่าวว่ามีทอมเข้ามาเป็นมือที่ 3 ด้วย ?

“ คนจะพูดอะไรก็ได้ ความจริงก็คือความจริง มันไม่ใช่เลย เรามีเพื่อนได้ทั้งผู้ชายและทอม เมื่อก่อนตอนที่ไม่ได้เริ่มทำงานก็อาจจะสังคมไม่เยอะ แต่พอเริ่มทำธุรกิจและเรียน ป.โท ก็มีสังคมบ้าง แต่ส่วนใหญ่ทุกคนที่เห็นจะเป็นเพื่อนสนิท ม.ต้น เพราะเราไม่คุยคนกับใหม่ๆ “

ได้คุยกับสามีหรือยังตั้งแต่เขาให้สัมภาษณ์ ?

“ ก็คุยกันเรื่องลูก “

มีโอกาสจะกลับมาเป็นครอบครัวเหมือนเดิมไหม ?

“ มันเป็นเรื่องของอนาคต เราพยายามกันก็เพราะลูก (เสียงสั่น)บางทีก็เสียใจว่าทำไมลูกต้องมาเจอแบบนี้ ไม่มีใครอยากให้ครอบครัวของลูกไม่สมบูรณ์(ร้องไห้) “

เราก็ไม่อยากให้ข่าวกระทบกระเทือนจิตใจลูก ?

“ ก็ใช่มันเป็นปัญหาของเราสองคนเราคิดว่าเราเป็นต้นเหตุหรือเปล่า ให้ลูกต้องมาเป็นแบบนี้ เราน่าจะคุยกันได้เพื่ออนาคตของลูก “

คนมองว่าตอนนี้เรากำลังแย่งลูกกัน ?

“ ไม่เคยคิดแย่งแน่นอน เราอยากให้ลูกอยู่กับพ่อแม่เท่าๆกัน “

ในสมองเราไม่มีคำว่าหย่าอยู่เลย ?

“ อย่างที่บอกเป็นเรื่องอนาคต ณ วันนี้เราพยายามอย่างเต็มที่ที่สุด “

มีคนบอกว่าเราทะเลาะถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันด้วย ?

“ ขออนุญาตไม่ตอบแล้วกัน “

คิดว่าพี่ทิมเป็นสามีที่ดีไหม ?

“ เขาก็ทำหน้าที่ของเขาค่ะ “

ยังรู้สึกรักเขาเหมือนวันแรกไหม ?

“ ทุกวันนี้ก็ยังรักและหวังดีกับเขา “

รู้สึกยังไงที่คนมองเราไม่ดีไปแล้ว ?

“ ก็เข้าใจเขาว่าอยู่ณ จุดๆนี้ พอมีข่าวคนที่ไม่ได้ใกล้ชิดจริงๆ เขาจะรับฟังวิเคราะห์หรือจะเชื่อเลย เราไม่มีสิทธิ์ไปห้ามความคิดเขา เราก็แค่รู้ว่าตัวเราทำอะไรอยู่ คนใกล้ชิดเราคุณพ่อกับแม่ก็รู้ เราก็เสียใจแล้วก็ผิดหวังที่คนเชื่อไปแล้ว “

ยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ไหม ?

“ ก็ยังถูกต้องกันตามกฏหมาย “

มีคนเป็นกาวใจให้ไหม ?

“ หลายคนก็พยายาม แต่สุดท้ายก็อยู่ที่คนสองคน “

ยังใช้เวลาเลี้ยงลูกอยู่ด้วยกันไหมหรือต่างคนต่างอยู่ ?

“ ถ้ามีเวลาก็เลี้ยงกัน ทุกวันนี้เราก็เหมือนมีภาระหน้าที่ของเรา “

ตอนนี้ยังอยู่เป็นครอบครัวอยู่เป็นพ่อแม่ของลูก ?

“ ค่ะ “

เราคิดว่าตั้งแต่แต่งงานกันเราทำหน้าที่ภรรยาและแม่ที่ดีไหม ?

“ เราก็พยายามอย่างสุดความสามารถของเราแล้ว คือไม่อยากแก้ตัว ไม่ว่ายังไงเขาก็เห็นมาตลอดว่าเราดำเนินชีวิตยังไง “

คิดว่าเราแต่งงานอายุยังน้อยมันเร็วไปไหม ?

“ อย่างที่ต่ายบอกเมื่อสักครู่ ไม่มีคำว่าเสียใจ ก็คิดว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้วให้ข้อคิดอะไรบ้าง มันเป็นประสบการณ์ ได้ข้อคิดดีๆไปบอกต่อได้ “

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เราก็ยังจะมีครอบครัว ?

“ ค่ะ “

 

keyboard_arrow_up