“แม่น้องสกาย” ขอให้ลูกชายหายจากมะเร็งถาวร เป็นของขวัญวันแม่ (คลิป)

ก่อนจะถึงวันแม่ ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี จะนำเสนอเรื่องราวความรักความผูกพันของคู่แม่ลูกในวงการบันเทิงให้ได้ชมกัน คิวแรกคือลูกชายวัยเด็กสุดฮอตจากละครดัง “เพลิงบุญ” น้องสกาย นั่นเอง โดยคุณแม่จะมาเล่าถึงความผูกพันของกันและกัน รวมถึงสิ่งที่อยากจะได้เป็นของขวัญในวันแม่นี้

น.ส.ธัญญลักษณ์ ธัญสม แม่น้องสกาย แต่งตัวให้น้องสกาย
น้องสกายชู 2 นิ้ว

วันที่ 6 ส.ค.61 ทีมข่าวได้บุกไปถึงที่พักของทั้งคู่ ย่านรามคำแหง น้องสกาย ปรากฎตัวในชุดนอน ก่อนที่คุณแม่จะค่อยๆบรรจง เปลี่ยนเป็นชุดตัวโปรดให้นั่นก็คือ ชุดแบทแมน ระหว่างเปลี่ยนชุด ทั้งคู่ก็หยอกล้อและเล่นกันอย่างอบอุ่น แต่ด้วยความที่ไม่คุ้นชินกับคนหน้าใหม่ๆ วันนี้ น้องสกาย จึงไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว ทั้งที่คุณแม่บอกว่า ปกติแล้วเป็นคนพูดเก่ง คุยทั้งวัน และบอกรักแม่เป็นประจำ

น้องสกายขณะที่อยู่โรงพยาบาล

น.ส.ธัญญลักษณ์ ธัญสม แม่น้องสกาย พูดถึงความรักที่มีต่อลูกชายคนนี้ โดยเริ่มจากอัปเดตอาการป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองของ น้องสกาย คุณแม่เผยว่า ตอนนี้น้องสกายหายดีแล้ว แต่ต้องไปเช็คอัพทุก 3 เดือน อย่างล่าสุดที่ไปมาเมื่อวันพฤหัสบดี ก็ไม่พบเชื้อมะเร็งและเชื้อราที่หน้าอก ต้องบอกว่าดีใจมากที่ได้กลับมาเป็นน้องสกายคนเดิม ในส่วนของการเดินที่คุณแม่เคยเป็นห่วง ตอนนี้น้องก็เดินได้แล้ว แต่อาจผิดรูปนิดหน่อย

น.ส.ธัญญลักษณ์ ธัญสม แม่น้องสกาย และน้องสกาย

เมื่อถามถึงความรักของแม่ที่มีต่อลูก เจ้าตัวก็บอกว่า ถ้า น้องสกาย ไม่ป่วย ก็คงจะรักเหมือนปกติ แต่พอเริ่มป่วย ก็ต้องดูแลมากขึ้น ใกล้ชิดมากขึ้น ให้ความอบอุ่นมากขึ้น จึงยอมรับว่าช่วงเวลาไม่นานที่ป่วย ตนให้ความรักมากยิ่งกว่าตอนที่ น้องสกาย ไม่ป่วย

และหากถามว่าตอนนี้เป็นห่วงอะไรมากที่สุด ก็คงเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตต่อไปในอนาคต เพราะโรคนี้ย้อนกลับมาเป็นได้ตลอด ถ้าเราไม่ใส่ใจการใช้ชีวิตประจำวัน เรียกว่า กลัว จะเป็นอีกเลยก็ว่าได้ สำหรับวันแม่ปีนี้ของขวัญที่อยากได้จาก น้องสกาย คืออยากให้เขาเป็นเด็กดี ขอให้โรคนี้หายไปและไม่ต้องย้อนกลับมาเกิดขึ้นกับตัวเขาอีก

สุดท้ายทีมข่าวก็ได้ถามถึงผลงานทางหน้าจอของ น้องสกาย ว่าจะมีมาให้แฟนคลับที่รอคอยได้ชมกันอีกไหม คุณแม่ ก็เผยว่า ช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูอยู่ ร่างกายยังต้องบำรุงอีก แล้วก็ยังเหลือเรื่องผมที่ยังไม่ขึ้น เพราะเพิ่งผ่านการคีโมครั้งสุดท้ายไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และยังอยากจะขุนน้ำหนักให้อ้วนกว่านี้อีกสักหน่อย แต่ยังไงก็อยากให้กลับเข้าวงการ เพราะหมดค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมดไปกว่า 3 ล้านบาท

keyboard_arrow_up