รักครั้งนี้เปิดโหมดอนาคต! “อนันดา” ยอมรับ “ณิชชา” คือผู้หญิงที่ทำให้คิดเรื่องแต่งงาน-มีลูก

แม้จะเคยให้สัมภาษณ์มาหลายครั้งว่าอยากเก็บเรื่องหัวใจไว้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่ล่าสุด หนุ่ม “อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม” ออกมายอมรับว่าคบหาดูใจกับดีไซน์เนอร์สาว “ณัฐ ณิชชา ธนาลงกรณ์” มาได้ 2 ปีแล้ว หลายคนก็จับตามองถึงความสัมพันธ์ของคู่นี้ถึงความหวานความสวีท ซึ่งล่าสุดไม่ต้องรอแล้วจ้า เพราะในทริปล่าสุดที่ประเทศนิวซีแลนด์ หนุ่มอนันดาและแฟนสาว พร้อมครอบครัวของฝ่ายหญิงได้ไปเที่ยวด้วยกันและทั้งคู่ยังพร้อมใจกันโพสต์รูปหวานครั้งแรกบนโซเชียล!

ล่าสุดในพิธีบวงสรวงซีรีส์เรื่องใหม่ของค่ายเฮโล “อนันดา” ในฐานะผู้จัด ก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อก่อนเคยคุยกันว่ามันไม่แฟร์ที่จะดึงแฟนสาวเข้ามาในสื่อ เพราะเป็นคนนอกวงการ แต่ในเมื่อตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าคบกัน บางรูปที่สวย ๆ ตนก็อยากจะลงเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ล่าสุดไปทริปนิวซีแลนด์กับหวานใจมา
“เป็นทริปของครอบครัวของเขาครับ แล้วผมก็ไปด้วยครับ”

แสดงว่าก็คุ้นเคยกันแล้วใช่ไหม
“อ๋อ คุ้นเคยครับ คือเราก็คบกันมาจะ 2 ปีแล้ว ก็สนิทกับทางครอบครัวเขา เขาก็สนิทกับทางครอบครัวผม”

มีภาพที่สนามบินหลุดออกมาด้วย เป็นภาพที่ค่อนข้างใกล้ชิดพอสมควร เราได้เห็นไหม
“ยังไม่ได้เห็นครับ แต่ว่าจริง ๆ เราเป็นคนที่ไม่ได้ปิดบังอะไร คือเราก็ใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้หวือหวาอะไร คือถามว่าถึงตัวกันไหม ก็ถึงตัวปกติเหมือนคู่ทั่วไปครับ ไม่ได้แบบ เฮ้ยเธอ เราอยู่ในที่สาธารณะ เดินห่าง ๆ ฉันหน่อยเดี๋ยวคนรู้ ไม่ได้เป็นคนแบบนั้นอยู่แล้ว”

คนก็ฮือฮาฝ่ายหญิงลงภาพคู่
“คือจริง ๆ มันหาไม่ยาก เราคบกันมา 2 ปี เราก็อยู่ด้วยกันตลอดเวลา ถ้ามีภาพคู่ออกมากก็ไม่น่าแปลกใจเลย (แต่เป็นการลงในไอจี?) อ๋อ คือบางทีเราถ่ายรูป แล้วเราก็รู้สึกว่ารูปมันสวย แล้วเราก็เคยคุยกับเขา ว่าเราเข้าใจว่าคุณไม่ได้อยู่ในวงการผม มันคงไม่แฟร์สำหรับคุณ ที่ผมจะเอาคุณมาอยู่ตรงนี้ แต่ว่าในเมื่อคนก็รู้แล้วว่าเราคบกันอยู่ บางทีรูปสวย ๆ เราก็อยากลง ก็แค่นั้นเอง (มีการตกลงกันเรื่องลงรูป?) ก็ต้องคุยก่อน คือมันไม่มีอะไรอะ เราก็รู้สึกว่ามันก็เป็นสิ่งดี ๆ ที่เราอยากแชร์กับคนอื่น ไม่ใช่ว่านี่คือการแบบเราจะมาออกตัวคู่ในสาธารณะ มันไม่ใช่อย่างนั้น”

เราหวงความเป็นส่วนตัวหรือเปล่า
“ผมห่วงเขามากกว่ามั้ง ว่าในเมื่อเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้ เราไม่สิทธิ์ที่จะเอาตัวเขามาอยู่ตรงนี้ แล้วเขาก็มีธุรกิจ กิจการของเขา เรารู้สึกว่าเขาไม่ควรจะถูกรู้จัก จากแค่การเป็นแฟนดารา ใครสักคน”

เขาซีเรียสไหม กับการที่คนรู้จักในฐานะแฟนอนันดา มีชื่อมาอยู่ในข่าว
“คือแรก ๆ ก็ซีเรียส ก็ยอมรับ ก็มีคุยกัน เพราะเขาไม่คุ้นกับตรงนี้ เราก็อธิบาย ก็ดีที่เขาเข้าใจได้ เขาก็ปรับตัวครับ ก็ต้องปรับตัวตามปกติ เราก็บอกเขาไปว่า เมื่อมีชื่อของเธอในข่าวเนี่ย อะไรต่ออะไรมันก็จะเปลี่ยนไป เราก็คุยกันครับ ก็เข้าใจกันดีครับ”

มองอนาคตไหม เราเป็นคนบันเทิง วันหนึ่งถ้าตกลงแต่งงานกัน ก็จะเป็นครอบครัวเดียวกัน
“เรื่องอนาคตเราก็ต้องคิดอยู่แล้ว อนาคตคือส่วนอนาคต เราทำให้ดีที่สุดในทุกวันนี้ ในปัจจุบันก่อน แต่ว่าอย่างเรื่องแต่งงาน นี่ผมพูดตรง ๆ นะ มันไม่ใช่เรื่องซีเรียสสำหรับผม ไม่ได้หมายความว่าไม่แต่งนะ แต่งได้เลย แต่สิ่งที่ผมแคร์มากกว่า คือการที่จะหาวิธีให้อนาคตเราดีที่สุด แล้วถ้ามันหมายถึงการแต่งงาน คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราสองคนในอนาคต ก็ไม่มีปัญหาครับ

การคบหากันมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
“ก็เอ่อ…คือเราเป็นคนที่ชอบเดินทางทั้งคู่ ก็จะถูกแซวบ่อยครับ ทั้งครอบครัวผม ทั้งครอบครัวเขา ว่าจะไม่ทำงานกันเลยเหรอ ไม่เก็บตังค์สำหรับอนาคตกันเลยเหรอ ก็ยอมรับว่าเราก็ตัวติดกันประมาณหนึ่ง ก็ชอบทำอะไรด้วยกันครับ คือเราก็อุ่นใจของเรา ที่เราเจอคนที่เรารู้สึกว่าเรามองไปข้างหน้าด้วยได้ เพราะว่าอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตผมมาก่อน

เรารู้สึกว่าคนนี้แหละที่จะสร้างครอบครัวด้วยใช่ไหม
“ก็ถ้าเป็นไปได้ ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ”

เราอยากมีลูกไหม
“ก็เป็นอีกอย่างที่ไม่เคยคิด พูดตรง ๆ แต่ละวัย ทัศนของคนก็เปลี่ยน ซึ่งในช่วงวัยรุ่น เพราะว่าโลกมันหมุนเวียนอยู่แค่รอบตัวเรา เราก็จะไม่นึกถึงคนอื่นหรอก ไม่นึกถึงการมีลูก ฉันจะใช้ชีวิตเพื่อตัวฉัน พอมันโตมาก็รู้สึกว่าเออเรื่องพวกนั้นมันเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเอง พอถึงจุดหนึ่งเราก็เริ่มนึงถึงโลกที่อยู่รอบตัวเรา คนที่อยู่รอบตัวเรา มันก็ทำให้เราเปิดรับกับความคิดอื่น ๆ รวมถึงเรื่องแต่งงาน เรื่องครอบครัว ซึ่งแต่ก่อนผมไม่เคยคิดเลย

เขาเคยถามไหมว่าเรื่องอนาคตจะไปยังไงกันดี
อ๋อ ถ้าเรื่องครอบครัวผมว่าเขาไม่ได้คิดตรงนี้เท่าผมซะด้วยซ้ำไป หลายคนก็ทักว่านิสัยเราคล้ายกัน แต่ในมุมของผมมันไม่ใช่ว่าความสำเร็จในชีวิตคือการมีครอบครัว มันไม่ใช่แอคสุดท้ายของชีวิตผม ผมก็รู้สึกว่าแบบการที่เราจะใช้ชีวิตเพื่อคนอื่น หมายถึงลูกนะ ก็เป็นสิ่งที่ผมอาจจะยังไม่ได้คิดลงรายละเอียดเยอะสักเท่าไหร่ แต่ก็เห็นภาพ แล้วก็รู้สึกว่าเราก็ทำได้ ด้วยศักยภาพในชีวิต ณ ตอนนี้ เราก็รู้สึกว่าถ้ามันเกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาเลย”

ภาพ IG@ananda_everingham , IG@nichath

keyboard_arrow_up