หมดยุคผู้ชายช้างเท้าหน้า! เปิดใจคุณแม่ “น้องภูติ” ขอสลับหน้าที่ทำงานประจำแทนสามี

ถ้าพูดถึงซุปตาร์ฟันน้ำนมที่ชาวโซเชียลกำลังเอ็นดูอยู่ในตอนนี้ ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “น้องภูติ” Baby Biker ตัวน้อยที่โด่งดังจากคลิปที่คุณพ่อกระเตงไปขับ Grab ส่งอาหารตามสถานที่ต่างๆ นั่นเอง แต่ยังมีอีก 1 บุคคลสำคัญของน้องภูตินั่นก็คือ “แม่ฝ้าย” คุณแม่วัย 26 ปี ที่ต้องเสียสละเวลาที่จะได้อยู่กับลูก ออกไปทำงานประจำแทนสามี วันนี้ทีมออนไลน์ อมรินทร์ทีวี จะพาไปรู้จักคุณแม่คนนี้ให้มากขึ้น

ขอสลับหน้าที่ อาจจะดีกว่าถ้าให้ “พ่อ” ดูแแล “ลูก”

คุณอรอนงค์ วงศ์ราษฎร์ หรือ แม่ฝ้าย คุณแม่ลูกอ่อนวัย 26 ปี บอกกับเราว่า “ตอนนี้คุณแม่ทำงานเป็นหลักค่ะ เป็นพนักงานผู้ช่วยโรงพยาบาล ส่วนงานดูแลน้องคุณพ่อจะดูแลเยอะกว่า แต่เราก็เคยพูดเหมือนกันนะ ว่าให้เราออกมาเลี้ยงแทนมั้ย แต่พ่อเขาก็แบบไม่ต้องหรอก เดี๋ยวจะดูแลลูกเอง ซึ่งเราก็โอเคที่จะสลับหน้าที่กันแบบนี้ เพราะดูแล้วเขาน่าจะดูแลเก่ง”

ความรู้สึกแรก..ในวันที่ลูกออกไปเจอโลกภายนอก
ย้อนกลับไปตอนนั้นแม่ไม่รู้เลยค่ะว่าพ่อพาออกไปรับงานด้วย พอรู้ก็เป็นห่วงตามประสาคนเป็นแม่และลูกยังเล็กมาก แต่ก็นั่นล่ะค่ะ เรามั่นใจว่าเขาเป็นพ่อที่สามารถดูแลลูกได้เป็นอย่างดี อีกอย่างน้องภูติก็ชอบออกไปเจอคนเยอะๆ เท่าที่จำได้ก็ตั้งแต่อายุ 6 เดือนแล้ว”

ยอมรับโซเชียลพาชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
นอกจากนี้แม่ฝ้ายยังบอกอีกว่า “ตอนนี้ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะเลย ต้องจัดการเวลา คิวงานน้อง หรือแม้กระทั่งเลือกรับงานให้เหมาะกับลูก แต่ก็รู้สึกดีใจค่ะที่มีคนมารัก มาเอ็นดูลูกเรา เราไม่หวงความเป็นส่วนตัวเลย ออกจะยินดีที่มีคนมาเล่นกับลูกเราค่ะ”

ความโด่งดังเป็นเรื่องฉาบฉวย อาชีพปัจจุบันยังต้องดำเนิน
แม่ฝ้ายเผยว่า “แม้ตอนนี้น้องภูติจะได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีงานออกรายการอย่างไม่ขาดสาย รวมไปถึงงานสินค้ารีวิวต่างๆ ก็ติดต่อเข้ามาเยอะ แต่ถึงอย่างนั้นแม่ฝ้ายก็ยังคงทำงานประจำเหมือนเดิม เพราะเดี๋ยวนี้โลกโซเชียลมาไวไปไว เผลอแปปเดียวก็มีกระแสใหม่ๆ เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ ช่วงนี้มีงานอะไรก็รับๆ ไปก่อน เก็บเงินไว้เพื่ออนาคตของลูก”

อนาคตลูก ให้ลูกเสือกเส้นทางเอง
“เรื่องการเรียน คุณพ่อเขาบอกว่าถ้าน้องภูติ 2 ขวบ ก็จะให้เข้าโรงเรียน แล้วคุณพ่อจะได้ทำงานเป็นหลัก ซึ่งโรงเรียนที่แพลนกันไว้ก็เป็นโรงเรียนปกติ ไม่ถึงกับว่าเป็นโรงเรียนอินเตอร์แพงๆ แต่ก็อยากเน้นภาษาให้เขา ในทีนี้ไม่ถึงกับว่าจะบังคับให้เขาเรียนนะคะ จะชอบหรือไม่ชอบก็ต้องแล้วแต่เขาเลือกเลย”

keyboard_arrow_up