‘แอนนี่ บรู๊ค’ เปิดใจหลังโดนขุดดราม่า หมดห่วง ‘น้องฑีฆายุ’ สตรอง-มีความคิดเป็นผู้ใหญ่

เจอโซเชียลขุดดราม่าเมื่อ 8 ปีที่แล้วขึ้นมาใหม่ โดยทางฟากหนุ่ม “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ก็ได้ออกมาบอกชัดเจนว่า วอนจบเพราะหวั่นกระทบกระเทือนจิตใจ “น้องฑีฆายุ” โดยตนเองขอโฟกัสกับปัจจุบันเรื่องเก่าขอปล่อยเป็นอดีตไป
ล่าสุดถึงคิวดาราสาวจากดราม่าที่ร้อนแรงที่สุดในยุคสมาร์ทโฟนยังไม่บูมถึงขีดสุดเท่าตอนนี้ “แอนนี่ บรู๊ค” เปิดใจกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวีถึงเรื่องนี้ว่า

“ไม่ค่อยดูข่าวพวกนี้เลย เห็นปุ๊บก็คือเลื่อนผ่านเลย ไม่อะไรทั้งสิ้น เพราะคิดว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับเรา ถึงแม้ว่าจะมีพาดพิงถึงเรา แต่ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ที่เลี้ยงดูลูกเรามา เราไม่เคยไปยุ่ง ไม่เคยพูดถึง ไม่เคยพาดพิง
ไม่เคยไปเกี่ยวด้วย เพราะฉะนั้นถ้ามีการตั้งกระทู้อะไรขึ้นมา มันก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคนๆ นั้น
คือมันไม่เกี่ยวกับแอนแล้ว”

เรื่องนี้กระทบกระเทือนจิตใจไหม?
“ปกติแล้วไหม ชินชาได้แล้วไหม เพราะว่าหนักกว่านั้นก็เจอมาแล้ว”

ครั้งนี้มันดูเป็นเรื่องใหญ่มาก?
“พี่ไม่รู้นะ เพราะว่าพี่ไม่ได้อ่าน ไม่รู้ว่ามันเล็กหรือมันใหญ่ ไม่รู้ว่าเขาตอบอะไรกับสื่อ
ก็อย่างที่บอกว่าเลื่อนผ่านจริงๆ ไม่ได้อ่าน ไม่ได้ดูเลยจริงๆ”

มีใครมาบอกเราไหม?
“คนใกล้ตัวส่วนมากถ้าเกิดมีข่าว สมมุติเป็นรูปน้องฑีแล้วเห็นว่าน่ารักจังเลยก็แค่นั้นจบ แต่ถ้าเป็นข่าวอย่างที่น้องบอกก็คือรู้ทีหลังจริงๆ คือเห็นผ่านทางทีวีแวบๆ แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาซ้ำเติม หรือพูดให้เราไม่สบายใจ คนรอบข้างเราส่วนมากเขาจะรักเรา ก็เลยแคร์คนที่รักเราดีกว่า คนที่ไม่ได้รักเรา หรือว่าคนที่พยายามจะทำลายกำลังใจของเรา ด้วยการเอาข่าวมาพูด คนรอบข้างเราไม่มีแบบนี้ ”

เหมือนว่าเราตัดไปเลย?
“ตัดไปตั้งนานแล้ว แล้วก็ไม่เคยพูดถึง เห็นข่าวก็เลื่อนผ่าน ”

มันเลยทำให้ทุกวันนี้เราเข็มแข็งขึ้น ?
“ก็ที่สุดแล้ว ที่สุดของที่สุดแล้วที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำให้กับชีวิตตัวเอง แล้วก็คนรอบข้างที่อยู่ในชีวิตแอนได้”

ทุกวันนี้คุยกับน้องบอกกับน้องยังไงบ้าง
ก็คุยกันตรงๆ เพราะว่าเขาโตแล้ว บอกเขาว่าเขาไม่ได้อยู่ในชีวิตของเรา น้องแคร์ไหม เขาตอบว่าใช่ เขาไม่ได้อยู่ในชีวิตของเราตั้งแต่แรก เขาไม่แคร์ เขาตอบไม่แคร์ก็คือจบ คำว่าไม่แคร์ของเขาก็คือในเมื่อเราเลี้ยงเขามา ให้ความรักเขาอย่างเต็มที่ เราก็เลยลองคุยกับที่บ้านว่าในเมื่อเขาโตแล้วก็ลองคุยดูเลยทีเดียว ว่ารู้สึกไหมหรือแคร์ไหมว่าจะมีหรือว่าไม่มี เขาก็ตอบว่าในเมื่อครอบครัวเรามีแค่นี้ ทำไมต้องแคร์ เขาพูดเป็นผู้ใหญ่มาก เราก็ช็อกแล้วก็อึ้งที่ลูกเรามีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าอายุ แล้วเขาก็ไม่เคยถามถึงไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย คือมันไม่ได้อยู่ในสมองเค้าอะคะ ทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตโดยการไม่เสพย์สื่อ พอเราไม่ได้ไปอ่านไม่ได้ไปทำลายกำลังใจตัวเอง เราเลื่อนผ่านไปซะ อะไรจะเกิดขึ้นมาใครจะหยิบมันขึ้นมา ก็เรื่องของเขาให้เป็นเรื่องของเขาไป เราไม่ต้องพูด ไม่ต้องไปตอบโต้ อยู่เฉยๆ ของเรา นิ่งๆเงียบๆ ตั้งใจทำมาหากิน ไม่ได้ไปเบียดเบียนใครก็พอแล้วจบ”

อยากจะฝากบอกอะไรถึงอีกฝ่ายไหมที่ให้ข่าวแบบนี้?
“ไม่เป็นไรเราทำงานวงการอย่างนี้ มันเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว นักข่าวถามเขาก็ต้องตอบ มันเป็นเรื่องปกติของเขา
แอนเข้าใจ ไม่ได้ซีเรียสไม่ได้เครียดอะไรเลย ต่างคนต่างอยู่ เขาก็มีภาระหน้าที่ที่ต้องดูแล เขาก็คงเหนื่อยพอๆ
กับแอนนั่นแหละ”

รู้สึกสบายใจขึ้นไหมที่น้องไม่ได้เรียกร้อง?
“ตอนแรกคือช็อกที่เขาตอบมาแบบนั้น แต่เราก็สบายใจว่าสิ่งที่เราปลูกฝังมาตลอด 8 ปี มันสัมฤทธิ์ผลในวันที่เขาโตขึ้นมา แล้วเขาโตขึ้นมาอย่างเข้มแข็งจริงๆ โดยที่เราไม่ต้องพยายามไปป้อนข้อมูล”

keyboard_arrow_up