‘DJ Roxy June & DJ Vin’ บทพิสูจน์รักแท้ของ ‘ดีเจ’ เกิดขึ้นยาก แต่เกิดขึ้นได้

ดีเจ กับ ความเจ้าชู้ เค้าว่าเป็นของคู่กัน แต่ก็ไม่ใช่จะจริงเสมอไป เพราะวันนี้น้องเฉยเฉย มีคู่รักดีเจที่บ่มเพาะความรักกันมาถึง 6 ปีและกำลังจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ด้วย ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นดีเจแถวหน้าของเมืองไทยเราอย่างสาว “จิณปภาณ ปรีดานนท์” หรือที่รู้จักกันในชื่อ DJ Roxy June ดีเจหญิงแนวหน้าของเมืองไทย ที่ฝีมือและความสามารถโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เป็นที่ยอมรับทั้งไทยและต่างประเทศ การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศ Pro Lady Dj Championship ปี 2010 และหนุ่ม “ธีวินทร์ ประทีปวณิช ” หรือ DJ Vin Make You Freak นั่นเอง ความรักของคู่นี้จะเป็นอย่างไร ทำยังไงถึงกุมมือกันแน่นมาจนถึงวันที่เตรียมจะลั่นระฆังวิวาห์ ไปติดตามกันเลย

จุดเริ่มต้นของคู่นี้เกิดขึ้นอย่างไร?
วิน: คือ วิน เจอ จูน ก่อน เมื่อก่อนวินเป็นพิธีกรอยู่ที่ You2Play แล้วก็ไปทำงานอีเว้นท์นึง เป็นแบบเหมือนภาคสนาม แล้วก็ไปเจอจูนเปิดเพลง

แวบแรกที่เจอรู้สึกยังไงกับผู้หญิงคนนี้?
วิน: ก็รู้สึกแบบ โดยส่วนตัวเป็นคนชอบผู้หญิงทำงาน ชอบผู้หญิงเก่งอยู่แล้ว บวกกับเมื่อก่อนมีดีเจผู้หญิงน้อยมาก แทบจะไม่มีเลยดีกว่า มีจูนคนเดียวมั้ง
จูน: จริงๆ มันมี แต่เหมือนกับว่าจูนดังออกมารจากคนอื่นเค้า แต่จริงๆ ดีเจผู้หญิงอ่ะมีเยอะ และที่เก่งๆ ก็มีมาก่อนหน้านี้
วิน: ก็ไม่ค่อยเห็นไง เจอแล้ว ปิ๊งแล้ว

สเตปต่อไปสานต่อเลยมั้ย?
วิน: จริงๆ ก็ทิ้งระยะเวลาไปเกือบพักนึงเลย เพราะว่าไม่มีโอกาศได้เจอกัน ก็มาเริ่มคุยกันทางเฟซบุ๊ค จูน: จูนไม่ได้เข้าถึงง่ายนะตอนนั้น วิน: และทำงานเหมือนคนละเวลากันด้วย จริงๆ ถ้าคนอายุไล่เรี่ยกันในกรุงเทพฯ มันก็จะพอมีคอนเนคชั่นที่ทำให้รู้จักกัน

แล้วจูนละ เห็นแวบแรกคิดยังไงกับผู้ชายคนนี้?
จูน: จูนไม่เจอ วินเค้าเจอของเค้าอยู่คนเดียว จูนรู้จักวินตอนที่วินทักเฟซบุ๊กมา แล้วก็ชวนคุยกัน แล้วก็ดูโปรไฟล์เค้า ก็รู้ว่าเค้าเป็นพิธีกร ทำงานในวงการ ตอนนั้นเราก็ไม่สนใจ คือคุยถามก็ตอบ แต่ก็ไม่อะไร เพราะว่าเราไม่ชอบคนทำงานในวงการอยู่แล้ว มันเจ้าชู้อ่ะ

แล้ว วิน เข้าข่ายโซนผู้ชายเจ้าชู้มั้ย?
จูน: ก็ดูหน้าตาแบบนี้ เจ้าชู้ปะล่ะ มันก็ต้องมีบ้างแหละ
วิน: (หัวเราะ)
จูน: เราก็ตราหน้าไว้ก่อนแหละว่าเจ้าชู้แน่นอน!

แล้ว วิน ใช้วิธีไหนพิชิตใจสาวคนนี้?
วิน: ก็คุยกันมาเรื่อยๆ
จูน: ก็นัดเจอกัน นัดกินข้าว

ตอนขอเป็นแฟนมีเซอร์ไพร์สมั้ย?
วิน: ไม่มี (หัวเราะ)
จูน: วันที่ 14 กุมภาไปเที่ยวเสม็ดกัน กับเพื่อนๆ กลุ่มวิน วันนั้นก็เลยตัดสินใจคบกัน จริงๆ จูน ก็มีคุยอยู่หลายคน ก็คือบอกวินว่า จะเลิกคุยกับคนอื่น และจะคุยกับวินแค่คนเดียวแล้ว

หลังจากที่ วิน หันมาเอาดีทางด้านดีเจเหมือนกับ จูน การไปออกงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เป็นอุปสรรรคกับความรักเราบ้างมั้ย?
วิน: ก็อาจจะมีเวลาน้อยลงบ้าง คือจริงๆ จูนจะทัวร์เยอะ วินพึ่งจะมาเยอะช่วงหลังๆ แต่ทัวร์เราไม่ได้เป็นทัวร์แบบที่เราไปทียาวๆ
จูน: คือเมื่อก่อนตอนที่วินเปิดเพลง จูนก็มีกลุ่มดีเจของจูนที่เป็นเพื่อนกัน จูนก็ดึงวินเข้ามาจอยกลุ่มด้วย เวลาไปไหนเราก็จะไปกันเป็นกลุ่ม คืองานเราก็เหมือนทำด้วยกัน ใช้ชีวิต ใช้เวลาอยู่ด้วยกันซะส่วนใหญ่ นอกจากว่าต่างคนต่างไปต่างประเทศถึงจะแยกกัน แต่ถ้าอยู่ในเมืองไทยก็ไปด้วยกันตลอด จูนทำงาน วินก็ไปเป็นเพื่อน วินขับรถให้อะไรแบบนี้

เวลาห่างกันมีวิธีประคับประคองความรู้สึกของกันและกันยังไง?
จูน: ไว้ใจ เพราะว่าวินไม่เคยทำอะไรให้เราต้องสงสัย แรกๆ เราก็มีระแวงว่า เราไม่อยู่ ไปต่างประเทศหลายๆ วัน เขาจะไปมีอะไรกับใครหรือเปล่า
วิน: จูนเค้าไม่อยากมีแฟนเป็นดีเจเลยตอนแรก
จูน: ใช่ๆ ตอนนี้ที่วินจีบแรกๆ จูนไปสิงคโปร์ วินก็ขยันส่งเพลง ส่งอะไรมาจีบ ตอนนั้น เราก็เลยรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เค้าดูจริงใจดี เค้าก็ไม่เคยทำอะไรให้เราจับได้

ส่วนใหญ่คนก็จะมองว่าผู้ชายที่เป็นดีเจมักจะเจ้าชู้ อันนี้จริงมั้ย?
จูน: จริง เพราะจูนอยู่ตรงนี้มาจนเห็นหมดเลย ไม่มีใครไม่เจ้าชู้ ดีเจเจ้าชู้ทุกคน
วิน: คือดีเจที่ไม่เจ้าชู้ก็มี แต่ว่าคนที่เข้าหาดีเจมีเยอะ เพราะเราเป็นจุดเด่นไง
จูน: จริงๆ ดีเจเจ้าชู้ทุกคน คนที่จะหยุดได้มีส่วนน้อยมาก จูนกล้าพูดเลย ใครก็ได้มาพูดเลย คือจูนเห็นมาหมดพวกดีเจรุ่นพี่อ่ะ แต่สุดท้ายแล้ว คนที่อยากแต่งงานอ่ะ พอเค้าเจอผู้หญิงที่เค้ารู้สึกว่าใช่ เนี้ยแหละแม่ของลูก เค้าก็หยุด แต่บางคนเค้ายังไม่เจอ เค้าก็จะลัลล้าต่อไป

ทำไมวินถึงเลือกที่จะหยุดที่ จูน ?
วิน: คือวินคิดเรื่องชีวิตคู่ไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถ้าเราจะมีแฟนซักคน เราต้องการแฟนที่แบบเข้าคู่แล้วมันไปในทิศทางเดียวกัน คือไม่ต้องทำอะไรด้วยกัน แต่ว่าชีวิตต้องดีไปด้วยกัน ไม่ใช่ดึงกันไปดึงกันมา แล้วทั้งคู่ไม่เจริญ มันไม่เวิร์ค พอมาเจอจูนแล้วอ่ะ ทุกอย่างมันกลายเป็นแบบชีวิตเราก็ดีขึ้น ชีวิตเค้าก็ดีอยู่แล้ว เคยมีรุ่นพี่คนนึงบอกมานานมากแล้วว่า เวลาคบกันอย่าให้ชีวิตเป็นรถพ่วง ให้ทำชีวิตคู่ให้เป็นจรวด แล้วสองคนจะดีทั้งคู่

จูนล่ะ ทำไมถึงยอมที่จะแต่งงานกับผู้ชายคนนี้?
จูน: จริงๆ จูนเป็นคนที่มีทุกอย่างอยู่แล้ว จูนไม่จำเป็นต้องหาผู้ชายหล่อ หรือว่าผู้ชายรวย
วิน: ต้องหล่อดิ ต้องหล่อดิ
จูน: (หัวเราะ) คือวินเค้าหล่อเกินไป บางทีจูนก็คิดว่า ผู้ชายอย่างวินน่าจะหาผู้หญิงได้สวยกว่าจูน ดีกว่าจูน แต่เค้าก็เลือกเรา เราเองก็ไม่ได้คิดว่าเราจะต้องหาผู้ชายที่หน้าตาดีขนาดนี้ คือแพ้วินตรงที่เค้าดูแลเราดีมาก อย่างเวลาจูนบิน วินก็ขับรถไปรับ-ส่ง จูน ทุกครั้ง เวลากลับมาบ้าน เหนื่อยเค้าก็ดูแล ไม่สบายเค้าก็ดูแล คือเป็นทุกอย่างให้เราได้ ดูแลเราได้ เรามั่นใจว่าผู้ชายคนนี้สามารถดูแลเราได้จนแก่

พูดถึงงานแต่งงาน ได้ฤกษ์กันหรือยัง?
วิน: ได้แล้วครับ เป็นช่วงกลางปี

หลายคนก็รอลุ้นว่าธีมงานจะออกมาเป็นอย่างไร งานแต่งสองดีเจระดับแถวหน้าของประเทศทั้งที?
วิน: ถ้างานกลางวันก็คงเป็นงานเหมือนคนอื่น เป็นงานผู้ใหญ่ ส่วนงานกลางคืนเราก็แพลนไว้ว่าคงเป็นในผับ
จูน: ในความคิดจูน จูนอยากจะจัดเป็นเฟสติวัลเลย แต่ว่ามันก็ค่าใช้จ่ายเยอะ อีกอย่างตอนนี้เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี เราเลยเลือกที่จะประหยัดดีกว่า เราก็เอาตรงนี้มาเลี้ยงเพื่อนๆ แล้วก็ให้เพื่อนๆ นี่ล่ะขึ้นโชว์ เป็นเฟสติวัลดีเจไทยดีกว่า

ถ้าเปรียบความรักกับดนตรี ทั้งคู่มองว่ามันคล้ายกันอย่างไร?
วิน: วินว่า ถ้ามันเกี่ยวกันก็คือ ดนตรีมันมีหลายมู้ดหลายโทน ความรักมันก็มีหลายมู้ดหลายโทนเหมือนกัน มันก็อยู่ที่ช่วงจังหวะเวลา ของชีวิต ว่าความารักเราเป็นแบบไหน ดนตรีดีอย่างนึงตรงที่ เพลงๆ นึงที่เราได้ยิน คืออารมณ์เราในช่วงนั้น เมื่อเวลาผ่านไป 3-4 ปี เรากลับมาได้ยินอีกครั้ง อารมณ์ที่เราฟังเพลงๆ นี้ในครั้งแรกจะกลับมาอีกทีนึง
จูน: ความรักสำหรับจูนมันก็คือความรัก มันสดใส เหมือนจูนฟังเพลง เวลาที่จูนไม่สบาย จูนเหนื่อยมากๆ พอฟังเพลงแล้วมันหายอัตโนมัติเลย ความรักก็เหมือนกัน เวลาที่เรามีความรัก เราได้อยู่กับคนที่เรารัก ไม่ว่าเราจะเจอเรื่องเศร้า เรื่องแย่ขนาดไหน แค่เค้าคนเดียวมันก็ทำให้โลกของเรามันสว่างไสวเหมือนเสียงดนตรี

keyboard_arrow_up