แต่ตัดใจไม่ลง…’กิตติ’ ตัด ‘คิตตี้’ ไม่ขาดแต่เรื่องเงินไม่ให้มายุ่ง อัปเดตอาการป่วยดีขึ้น

ครองหน้าสื่ออยู่ยาวนานเป็นสัปดาห์ หลังมีการเผยแพร่ภาพ-คลิป ตอนอดีตพระเอก “ไทด์ เอกพันธ์” พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าไปช่วยเหลือ “กิตติ ดัสกร” อดีตดาวร้ายชื่อดัง ที่ป่วยจากการขับรถตกคลองและนอนจมอยู่ท่ามกลางกองขยะ ในบ้านที่อยู่ร่วมกับ “คิตตี้” อดีตภรรยาสาว จากนั้นความดราม่าก็บังเกิดเมื่อมีการขุดคุ้ยถึงปมเงินที่สาวคิตตี้ขอรับบริจาค โดยในตอนแรกอ้างว่าเป็นลูกสาวกิตติ แต่ก็โป๊ะแตกเมื่อมีคนออกมาแฉหนักว่าเป็นเมียไม่ใช่ลูก

ทั้งนี้ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวีได้ติดตามความคืบหน้าอาการป่วยของ “กิตติ ดัสกร” ซึ่งก็พบว่าอดีตดาวร้ายมีหน้าตาที่สดใสขึ้นมาก จากการสอบถามทราบว่ากินอิ่ม นอนหลับ จนน้ำหนักขึ้นมากว่า 5 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังสามารถเดินด้วยวอล์คเกอร์ได้แล้ว แถมยังพากย์ละครเรื่องสุดสาครโชว์อีกด้วย โดยเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆ มีญาติๆ ให้การดูแล
ส่วนเรื่องหัวใจกับอดีตภรรยา “คิตตี้” ดาวร้ายยืดอกรับแบบแมนๆ ยังตัดไม่ขาด เพราะมีลูกที่ต้องดูแลร่วมกันอีกถึง 4 คน แต่ถึงอย่างนั้นตนก็ไม่ปิดตายกับรักครั้งใหม่

จากนั้นทีมข่าวได้อัปเดตถึงเรื่องสุขภาพ ซึ่งเจ้าตัวกล่าวว่า
“คิดว่าอยู่ประมาณราว 90% แล้ว ดีขึ้นแล้ว แต่ยังต้องใช้วอล์คเกอร์ช่วยอยู่”

ที่ฝึกเดินเพราะอยากกลับไปเล่นละคร?
“ก็ไม่หรอกครับ แค่คิดว่าอยากจะให้เดินได้มากกว่า อยากเดินได้เหมือนคนปกติทั่วไป”

ฝึกเดินมานานแค่ไหนแล้ว?
“เป็นเดือนแล้วครับ”

ตอนแรกลำบากไหมกว่าจะเดินได้?
“ไม่ครับ ก็ค่อยๆ ไป”

ตอนนี้เดินกับวอล์คเกอร์ได้กี่ก้าวแล้ว?
“เดินได้เป็น สิบๆ ก้าวแล้ว”

สำหรับตัวเองคิดว่าตอนนี้มีอาการอย่างอื่นที่น่าเป็นห่วงไหม?
“ความดันก็ยังเป็นอยู่ โรคเบาหวานก็ยังไม่หาย แต่ก็คิดว่าอีกแค่เดือนเดียวก็น่าจะโอเคแล้วครับ
ได้ไปลุยต่อล่ะ”

ถ้าอีก 1 เดือนเราหายแล้ว ถ้ามีคนติดต่องานมาจะรับไหม?
“ก็พอได้ครับ”

สอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาตัว?
“ก็ใช้บัตร 30 บาทครับ ของโรงพยาบาลกลางครับ”

แล้วเงินบริจาคที่ได้มายังนำมาใช้ไหม?
“ก็มีนิดหน่อย ก็แบ่งส่วนไว้”

ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนมีอะไรบ้าง?
“ส่วนมากเป็นค่าอาหาร แล้วก็ค่าคนดูแล”

ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เรานำเงินจากตรงไหนมา?
“ก็ญาติพี่น้องก็ช่วยๆ กัน เพราะเขารู้งบประมาณในแต่ละเดือน”

ความสัมพันธ์กับอดีตภรรยา คิตตี้?
“ตอนนี้เขาไปอยู่หัวหินแล้ว สุขสบายแล้วครับ แต่นานๆ ก็จะมาที มาเยี่ยม”

แสดงว่าเราก็ยังไม่ได้ตัดขาด?
“อ๋อไม่หรอกครับ ยังมีลูกที่ยังคาราคาซังอยู่ ยังมีลูกเป็นโซ่คล้องใจกันอยู่ ตัดขาดคงยาก ยังต้องไปมาหาสู่กัน เพราะว่าเรามีลูกที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน”

อดีตภรรยามาหาบ่อยแค่ไหน?
“นานๆ มาที เดือนละครั้ง”

ทางญาติๆ เข้าใจเราไหมในจุดนี้?
“เข้าใจครับ พี่น้องทุกคนเข้าใจหมด เพราะผมเป็นคนบอกเคลียร์กับเขาเอง
ว่ายังไงเราก็มีลูกมีเต้ากัน สงสารเด็ก”

แล้วแบบนี้จะเปิดใจให้กับรักครั้งใหม่ไหม?
“ก็แล้วแต่ดวง วาสนา”

ถ้ามีเข้ามาเราเปิดไหมM
“เปิดนะ หัวใจเปิดล้านเปอร์เซ็นต์”

สุดท้ายอยากฝากบอกอะไรแฟนคลับที่เป็นห่วงเราไหม
“(ยกมือไหว้) ขอขอบคุณนะครับที่ติดตามกันมาตลอด ก็ขออวยพรปีใหม่ ก็ขอให้ทุกท่านมีความสุข
ส่วนผมก็ลุ่มๆ ดอนๆ อยู่แบบนี้แต่คิดว่าใกล้จะหายแล้ว”

keyboard_arrow_up