ใครเงินเหลือสนใจมั้ย!? ประกาศขายวังเก่าอายุ 371 ปี อดีตที่ประทับสนมเอกกษัตริย์ฝรั่งเศส ‘มาดามปงปาดูร์’

กำลังเป็นที่ฮือฮาหลังจากนักธุรกิจฝรั่งเศสรายหนึ่งประกาศขายคฤหาสน์หรู ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสนมเอกของกษัตริย์ฝรั่งเศส ด้วยความหลงใหลในเรื่องราวของเธอ ทำให้เขาทุ่มเงินบูรณะคฤหาสน์หลังนี้ไปกว่า 3 พันล้านบาท แต่เพราะอะไรเขาถึงประกาศขาย มาดูเรื่องราวนนี้กัน คฤหาสน์แห่งนี้มีชื่อว่า “ชาโต้ เดอ เมนาร์” ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำลัวร์ เป็นคฤหาสน์สีขาวขนาด 62 ห้องนอน สร้างขึ้นราวๆ ปี 1646 ความสำคัญของคฤหาสน์หลังนี้คือในช่วงศตวรรษที่ 18 เคยเป็นที่อยู่ของมาดามปงปาดูร์ สตรีคนสำคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส โดยเธอเป็นสนมคนโปรดของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 และว่ากันว่าปงปาดูร์ เป็นผู้กุมอำนาจทางการเมืองตัวจริง เพราะเธอมักจะเขียนจดหมายถึงนายพลหลายคนเพื่อแนะนำเรื่องต่างๆ เรื่องราวของเธอทำให้นายเอดูอาร์ เบย์ซารี มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศสรู้สึกหลงใหล จนกระทั่งเขาได้กลายเป็นผู้ครอบครองคฤหาสน์ดังกล่าว และใช้เวลา 35 ปีในการบูรณะ หมดเงินไปกว่า 3 พันล้านบาท แต่ล่าสุด เบย์ซารีได้ออกมาประกาศขายคฤหาสน์แห่งนี้เพราะอยากให้มีคนรับช่วงดูแลต่อ เนื่องจากตัวเขาอายุมากแล้ว โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจเสนอราคาเข้ามา คาดว่าน่าจะมีคนสนใจนำไปทำเป็นมหาวิทยาลัยหรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะ แต่แอบกระซิบนิดนึงว่าค่าดูแลรักษาคฤหาสน์หลังนี้หนักเอาการ อยู่ที่ปีละ 17 ล้านบาทเลยทีเดียว ขอบคุณภาพจาก Secrets d’ Histoire

ไฟไหม้ชุมชนในเขตเมืองนนท์ สลดยายวัย 80 อยู่บ้านลำพังหนีไม่ทัน ถูกไฟคลอกดับ

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 พ.ย. 60 เกิดเหตุสลด ไฟไหม้ในชุมชนวัดใหม่ทางหลวง อำเภอเมืองนนทบุรี ทำให้คุณยายวัย 80 ปี ที่อยู่บ้านเพียงลำพัง หนีไม่ทันถูกไฟคลอกเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และทีมกู้ภัยเทศบาลนครนนทบุรี เร่งช่วยกันดับเพลิงที่ลุกไหม้ บ้านในบ้านพัก 2 ชั้น ภายในชุมชนวัดใหม่ทางหลวง พื้นที่ หมู่ 6 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงระงับเพลิงไว้ได้ โดยบ้านดังกล่าวถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด เมื่อเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน พบศพนางสมพงษ์ พวงสวัสดิ์ อายุ 80 ปี ถูกไฟคลอก เสียชีวิตอยู่หน้าห้องพระ สร้างความสลดสังเวชแก่เจ้าหน้าที่และเพื่อนบ้านตรวจสอบทราบว่า ผู้ตายพักอาศัยอยู่กับลูกสาวเพียง 2 คน ช่วงเกิดเหตุลูกสาวออกไปทำงาน สันนิษฐานว่าน่าจะจุดธูปไหว้พระไว้จนเกิดเพลิงลุกไหม้ และ ด้วยความชราจึงสำลักควันไฟและถูกไฟคลอกเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่วิทยาการและเจ้าหน้าที่นิติเวช เข้าตรวจสอบหาหลักฐานอย่างละเอียดในที่เกิดเหตุต่อไป

ข้อมูลชวนสะพรึง! แฉมือกราดยิงโบสถ์เท็กซัสมีอาการป่วยทางจิต เคยหนีออกจาก รพ.ประสาท

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างตำรวจเปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุกราดยิงโบสถ์ในรัฐเท็กซัสเคยหลบหนีออกจากโรงพยาบาลประสาท ในช่วงที่ถูกพิจารณาคดีทำร้ายร่างกายคนในครอบครัว รายงานผลการสอบสวนล่าสุดเหตุกราดยิงโบสถ์ 26 ศพในเมืองซัทเธอร์แลนด์ สปริงส์ ระบุว่า นายเดวิน เคลลี่ อดีตทหารอากาศ มือกราดยิงวัย 26 ปีเคยหลบหนีจากโรงพยาบาลประสาทเมื่อปี 2012 ในช่วงที่กำลังถูกพิจารณาคดีทำร้ายร่างกายภรรยาและลูกเลี้ยง แต่หลังจากนั้นไม่นานก็ถูกจับตัวได้ที่สถานขนส่งเมืองเอล พาโซ รัฐเท็กซัส รายงานดังกล่าวยังระบุด้วยว่า นายเคลลี่เคยถูกจับได้ว่าขโมยอาวุธปืนภายในกองทัพในช่วงที่ประจำการในฐานทัพอากาศรัฐนิวเม็กซิโก ซึ่งหลังถูกจับได้นายเคลลี่ก็ขู่ฆ่าผู้บังคับบัญชา และแสดงอาการป่วยทางจิต ที่เป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น นอกจากนี้ ในช่วงที่ยังเป็นนักเรียนมัธยม นายเคลลี่ก็ยังมีปัญหาเรื่องยาเสพติด ขัดขืนคำสั่ง และโดดเรียนเป็นประจำ ซึ่งทำให้เขาถูกพักการเรียนถึง 9 ครั้ง ทั้งนี้ ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบว่านายเคลลี่หาซื้ออาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุมาได้อย่างไร เนื่องจากกฎหมายของสหรัฐฯจะห้ามผู้มีประวัติอาญากร และผู้เคยต้องคดีการใช้ความรุนแรงในครอบครัวซื้ออาวุธปืน ซึ่งจากการตรวจสอบของตำรวจขณะนี้พบว่านายเคลลี่ซื้อปืนยาว ที่ใช้ก่อเหตุเมื่อปี 2016 และผ่านการตรวจสอบประวัติก่อนซื้อปืนด้วย โดยในเวลานี้ตำรวจก็กำลังเตรียมหาทางปลดล็อคโทรศัพท์มือถือของนายเคลลี่เพื่อสืบหาข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน

ปิดล้อมพื้นที่สายบุรี ปะทะเดือดโจรใต้! วิสามัญ 2 ศพ

เกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ต้องสงสัย ระหว่างเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ใน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โดยผู้ต้องสงสัยถูกวิสามัญ 2 ศพ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 60 กำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจทหาร เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย ในพื้นที่บ้านเจาะโบ ม.1 ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี หลังรับแจ้งว่ามีบุคคลต้องสงสัย 2 คนทราบชื่อว่า นายมะ และนายแซ (ไม่ทราบสกุล) เข้ามาซ่อนตัว โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำความเข้าใจกับเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว และพยายามเกลี้ยกล่อมให้บุคคลที่อยู่ในบ้าน ออกมาพบ พร้อมประสานผู้นำศาสนาและผู้นำชุมชนช่วยเจรจาอีกแรง แต่เวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง การเกลี้ยกล่อมไม่เป็นผล ชายในบ้านได้ใช้ปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่จนเกิดการยิงตอบโต้กันขึ้น และอีกฝ่ายเสียชีวิตทั้งสองราย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดในพื้นที่ ส่วนที่ จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง คุมเข้มตรวจสอบรถยนต์ และบุคคลต้องสงสัย ตามจุดตรวจต่าง ๆ และเส้นทางรอยต่อระหว่าง จ.ยะลา และปัตตานี หลังเหตุปะทะที่เกิดขึ้นใน พื้นที่ อ.สายบุรี ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น

สาวไทยในเกาหลีใต้ต้องผ่าตัดเปลี่ยนตับ แต่ไม่มีเงิน-วีซ่าใกล้หมดอายุ ครอบครัววอนขอความช่วยเหลือ

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อสาวไทยเดินทางไปเกาหลีใต้ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว แต่แอบไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย แต่ต่อมาปรากฏว่าเกิดล้มป่วย และแพทย์ลงความเห็นว่าเป็นโรคตับอักเสบ ซึ่งค่ารักษาพยาบาลแพงมาก ขณะที่วีซ่าก็กำลังจะหมดอายุ สาวไทยที่ป่วยรายนี้ชื่อว่า น.ส.มนต์นัทธ์ มาต๊ะพาน หรือจอย ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเคียงซังแทฮักเกียว ในเขตจินจูทางภาคใต้ของเกาหลีใต้ แฟนของคุณจอยบอกว่าต้องผ่าตัดเปลี่ยนตับใหม่ ค่าผ่าตัดสูงถึง 75 ล้านวอน หรือกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งทางครอบครัวไม่มีเงินเพียงพอ ค่ารักษาตอนนี้ก็ปาไปเกือบ 90,000 บาทแล้ว อยากวอนขอผู้ใจบุญหาทางช่วยให้เธอได้กลับมารักษาที่ประเทศไทย ทั้งนี้ เธอเดินทางไปเกาหลีเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา และวีซ่ากำลังจะหมดอายุวันที่ 10 พ.ย. 60 นี้.

รอผลตรวจดีเอ็นเอมัดตัว ‘โมนา’ เผยพยานให้การตรงกัน ฝีมืือนายจ้างโหดทำร้าย ‘น้องน้ำ’ เสียชีวิต

ความคืบหน้าคดี น.ส.กฤษณา วรรณพิทักษ์ หรือ “โมนา” อายุ 46 ปี ชาว จ.เพชรบุรี ผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกาย “น้องน้ำ” ลูกจ้างสาววัย 16 ปี จนถึงแก่ความตายแล้วฝังดินอำพรางศพในเพชรบุรี หลังศาลมีคำสั่งให้ประกันตัว โดยตีราคาประกัน 250,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลนั้น เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 60 พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม กล่าวว่า คดีนี้สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์และพยานแวดล้อมทั้งหมด 8 ราย ส่วนการรวบรวมสำนวนและยังคงต้องรอผลนิติวิทยาศาสตร์ โดยคาดใช้เวลา 48 วัน ก็น่าจะสรุปสำนวนได้ ขึ้นอยู่กับผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุอีก 4 คน ในชั้นนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน จึงไม่สามารถแจ้งข้อหาได้ แต่หากพยานหลักฐานไปถึงใครก็จะดำเนินคดี ส่วนการที่ น.ส.กฤษณา หรือ โมนา กลับคำให้การ อ้างว่าไม่ได้ลงมือฆ่าน้องโดยอ้างว่า น.ส.เมาท์ อายุ 32 […]

ออกหมายจับหมอเถื่อนคลินิกลำปาง-อายัด 5 บัญชี เหยื่อรายล่าสุดโผล่แฉทำจมูกเน่าแล้วเบี้ยวคืนเงิน

เกาะติดคดีผ่าตัดเสริมหน้าอก “น้องกี้” สาวประเภทสองแล้วเสียชีวิตที่จังหวัดลำปาง ซึ่งศาลอนุมัติออกหมายจับหมอเถื่อนรายนี้แล้ว พร้อมอายัดบัญชีคลินิกเถื่อน 5 บัญชี และเดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 60 พ.ต.อ.จิตตพล วงษ์วัน ผกก.สภ.เขลางค์นคร อ.เมืองลำปาง เปิดเผยความคืบหน้าว่า ขณะนี้ศาลได้ออกหมายจับนายธนัชพงศ์ จิตรธีรภิรมย์ อายุ 29 ปี หมอเถื่อนรายดังกล่าว ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนาแล้ว แต่หากผลการสอบสวนพบว่ามีความผิดเพิ่มก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีก ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการอายัดบัญชีธนาคารของคลินิกดังกล่าวจำนวน 5 บัญชี และจะทำการตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากพบผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จะเรียกมาสอบสวน ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เสียหายที่โอนเงินให้กับคลินิกดังกล่าวไปแล้ว แต่ยังไม่ได้มาทำศัลยกรรมอีกจำนวนมาก คาดว่าความเสียหายน่าจะหลายแสนบาท ส่วนการติดตามจับกุมตัวหมอเถื่อนรายนี้มาดำเนินคดี ขณะนี้ได้จัดทีมสืบสวนลงพื้นที่ติดตามตัวแล้ว คาดว่าน่าจะได้ตัวในเร็ว ๆ นี้ พ.ต.อ.จิตตพล กล่าวด้วยว่า ผู้เสียหายรายล่าสุดที่ได้มาพบพนักงานสอบสวนคือ น.ส.เอ (นามสมมุติ ) อายุ 18 ปี ชาวอำเภอเกาะคา จ.ลำปาง ซึ่ง 1 เดือนที่ผ่านมาได้มาเสริมจมูกกับคลินิกเถื่อนในราคา 4,900 บาท […]

รวบแก๊งต้มตุ๋น เปิดเพจขายสาริกาลิ้นทองออนไลน์ อ้างนำเข้าจากพม่า แต่ที่แท้ของท่าพระจันทร์

ตำรวจกองบังคับการปราบปราม จับ 3 มิจฉาชีพ หลอกนำเข้าเครื่องรางของขลังจากต่างประเทศ มาเปิดขายออนไลน์ และเปิดเป็นร้านขายที่ จ.ภูเก็ต โดยมีการจ้างดาราที่มีชื่อเสียงมาโฆษณาสินค้า และนำรูปของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาแอบอ้าง จนทำให้มีผู้หลงเชื่อ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 22 ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 60 พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. แถลงข่าวในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังสามารถจับกุม ผู้ต้องหา ที่ร่วมกันเปิดเพจเฟซบุ๊ก หลอกขายเครื่องรางของขลังออนไลน์ มาได้ 3 ราย คือ น.ส.สุมาลี เลิศวิลัย หรือ เปิ้ล นายประจวบ สุนาพจน์ สามีของ น.ส.สุมาลี และนางพานิตย์ มะลิทอง พร้อมของกลางวัตถุมงคลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อาทิ เทวรูปพระพิฆเนศ, หนูมุสิกะ, สาริกาลิ้นทอง และจี้หยกหัวใจเศรษฐีจำนวนมาก พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวว่า […]

แพะเป็นเหตุ! โผล่เดินสะเปะสะปะบนทางด่วนเมืองจีน ทำรถชนกันระนาว เสียชีวิต 4 ศพ (คลิป)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอุบัติเหตุบนท้องถนน ในประเทศจีน ที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีแพะ 3 ตัวหลุดมาจากไหนไม่รู้ แล้วมาเดินกลางถนน ทำให้รถที่ขับมาเบรกไม่ทันชนท้ายกัน สุดท้ายทำให้มีคนเสียชีวิตไปถึง 4 ราย ภาพจากกล้องวงจรปิดเหนือทางด่วนสายปักกิ่ง-ฮาร์บิ้น แสดงให้เห็นว่าจู่ๆ มีแพะ 3 ตัวน่าจะหลงทางมา เดินสะเปะสะปะพากันข้ามถนน ปรากฏว่ารถที่ขับมาด้วยความเร็ว จะเบรกก็ไม่ทัน จะหักหลบก็ไม่พ้น เลยพุ่งเข้าชนเจ้าแพะตัวนึงเข้าอย่างจัง เป็นเหตุให้รถยนต์อีก 3 คันที่ขับตามกันมาชนท้ายเป็นแถบๆ จังหวะนั้น เจ้าแพะอีก 2 ตัวก็ข้ามถนนกลับมาฝั่งเดิม ส่วนเจ้าของรถก็เปิดประตูลงมาดูร่องรอยความเสียหาย บรรดารถที่ขับกันมาในเลนซ้ายสุดพอเห็นว่าข้างหน้ามีอุบัติเหตุก็เบี่ยงหลบ แต่กลับมีรถบรรทุกอีกคันนึง น่าจะเห็นในระยะกระชั้นชิด เลยเบรกไม่ทัน ขับรถพุ่งเข้าชนกลุ่มคนที่ลงมาดูสภาพรถ เลยทำให้กลายเป็นเหตุสลด มีผู้เสียชีวิตไปถึง 4 ราย   ที่มา — People’s Daily China

มีมากกว่านี้อีกไหม!?! ฮือฮาอัศจรรย์ธรรมชาติ รัฐควีนส์แลนด์เกิดฟ้าผ่ากว่า 1.7 แสนครั้ง! (คลิป)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พื้นที่รัฐควีนส์แลนด์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย มีอันต้องเผชิญกับพายุฝนฟ้าคะนองพัดถล่มนานต่อเนื่องหลายชั่วโมง แต่ที่น่าตกใจก็คือ ทำให้มี “ฟ้าผ่า” ตามมามากกว่า 176,000 ครั้ง!!! เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (29 ต.ค.) และเป็นที่มาของการแชร์ภาพถ่ายอันสวยงาม ของปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินี้อย่างแพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งรัฐควีนส์แลนด์ ออกคำเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกรุนแรง พายุลูกเห็บ รวมถึง ฟ้าผ่า เพิ่มมากขึ้นอีกใน 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งจะสร้างความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือน ตลอดจนระบบการส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ ที่อาจทำให้หลายพันครอบครัวไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐควีนส์แลนด์ออกมาเตือนบรรดา “นักล่าสายฟ้า” และ “นักถ่ายภาพพายุ” ให้หลีกเลี่ยงการเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงโดยไม่จำเป็น เพียงเพื่อแลกกับการติดตามถ่ายภาพ-บันทึกวิดีโอ ในขณะเกิดพายุและฟ้าผ่า Your browser does not support the video tag.   ที่มา — abc news, wwemario12345

ตร.จองกฐิน ‘เอก น้ำเต้า’ จับสาวเสริมสวยเป็นตัวประกัน ตั้ง 7 ข้อหาหนัก-ขอศาลออกหมายจับ

ความคืบหน้ากรณีที่นายเอกลักษณ์ ประดาอินทร์ หรือ “เอก น้ำเต้า” อายุ 31 ปี ก่อเหตุใช้ อาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 จี้ น.ส.สุพุด หลอดทอง น.ส.สุดสาคร ปวงศิริ และ น.ส.รุ้งนภา นวจิต ภายในร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งย่าน ซอยพระรามที่ 6 / 15 ก่อนปล่อยตัว น.ส.สุพุด และ น.ส.สุดสาคร ออกมา เหลือไว้เพียง น.ส.รุ้งนภา ไว้คนเดียว ก่อนที่จะเกิดการยิงต่อสู้กับตำรวจ จนถูกยิงเข้าที่ต้นขา และหน้าท้อง บาดเจ็บสาหัสถูกคุมตัวส่งโรงพยาบาลหัวเฉียวนั้น เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 60 พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติออกหมายจับ นายเอกลักษณ์ ประดาอินทร์ ในข้อหา พยายามฆ่าเจ้าพนักงาน, กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่น, ทำให้เสียทรัพย์, มีอาวุธปืนและเครื่องกระแสไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืน […]

ประชาชน-หน่วยงาน ร่วมกันทำความดีถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 วันออกทุกข์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 30 ต.ค. 60 หน่วยงานทั่วประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนทยอยเก็บผ้าระบายสีขาว-ดำ และป้ายส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย หลังเข้าสู่วันออกทุกข์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะที่หลายจังหวัดยังคงทำกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยที่ ต.ทรงธรรม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ครอบครัวนางสาวน้ำเพชร ป้อมคำ อายุ 26 ปี เปิดร้านทำก๋วยเตี๋ยวให้ประชาชนเข้ามารับประทานฟรี 1 วัน เพื่อทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาที่ร้าน เพื่อรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ได้จัดเตรียมไว้แจกฟรีกว่า 30 กิโลกรัม ส่วนที่ภาคอีสาน นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นำข้าราชการและประชาชนในพื้นที่ ตักบาตรพระสงฆ์ 139 รูป ซึ่งบวชถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเป็นเวลานาน 15 วัน โดยมีกำหนดลาสิขาในวันที่ 30 ต.ค. ทั้งนี้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนทยอยเก็บผ้าระบายสีขาว-ดำ และป้ายส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย เพื่อเข้าสู่วันออกทุกข์ในวันนี้ อย่างที่ จ.สตูล เจ้าหน้าที่ทยอยจัดพื้นที่ให้เข้าสู่วันออกทุกข์ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยเฉพาะผ้าสีขาว-ดำ ตามกำแพงของหน่วยงานต่างๆ พร้อมแนะนำประชาชนให้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าโทนสีสุภาพ […]

ทั่วทุกทิศพร้อมใจเข้ากราบสักการะ ‘พระบรมราชสรีรางคาร’ วัดบวรฯแจกพระบรมฉายาลักษณ์ 99,999 แผ่น

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศแต่งกายด้วยชุดโทนสีสุภาพ นำพวงมาลัย ดอกไม้ ทยอยเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร หลังได้อัญเชิญมาบรรจุใต้ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เนื่องจากเป็นสถานที่ประทับขณะที่พระองค์ทรงพระผนวช ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนเข้ากราบได้จนถึง 17.00 น. พระครูปริตรโกศล ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดบวรนิเวศฯ กล่าวว่า ทางวัดจะเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารได้ทุกวันตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00-17.00 น. เพื่อเป็นการน้อมนำรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อปวงชนชาวไทย และด้านการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ แนะนำว่าเมื่อประชาชนเข้าไปภายในพระอุโบสถแล้ว ให้กราบพระพุทธรูปด้วยท่าเบญจางคประดิษฐ์ พร้อมแบมือ 3 ครั้ง หลังจากนั้นกราบพระบรมราชสรีรางคารแบบไม่แบมือ 1 ครั้ง นายปฐมพงศ์ ตั้งคุณาพิพัฒน์ อายุ 73 ปี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เดินทางมาจาก จ.นครราชสีมา ตั้งใจโดยเฉพาะว่าวันนี้จะเข้ามากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและส่งเสด็จพระองค์ท่าน เนื่องจากในช่วงวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เมื่อช่วงวันที่ 26 ต.ค. ตนไม่สามารถเดินทางเข้าร่วมงานที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงได้ เนื่องจากสภาพร่างกายไม่ไหว ประชาชนมากันเป็นจำนวนมาก ในวันนี้จึงเดินทางมาตั้งแต่เช้า ประกอบกับวันนี้ลูกชายของตนลาสิกขา […]

พี่สาวผอ.อ้อย ลั่นอยากเห็น ‘ผู้กองเหน่ง’ รับกรรมแบบชีวิตแลกชีวิต ตร.แจ้ง 3 ข้อหาหนัก

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 60 ที่กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมาเพื่อสอบปากคำและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือ “ผู้กองเหน่ง” นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาเกี่ยวพันกับคดีการเสียชีวิตของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ “ผอ.อ้อย” ภายหลังพบชิ้นส่วนกระดูกของ ผอ.อ้อย ในป่าใกล้เนินห้าร้อย อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี พล.ต.ต.สุรเดช กล่าวว่า ผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ของกระดูกที่พบในป่า ยืนยันว่า ตรงกับดีเอ็นเอของครอบครัว ผอ.อ้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานก่อนเกิดเหตุ ของผู้ที่เกี่ยวข้องในวันนี้จึงเตรียม แจ้งข้อหา ผู้กองเหน่ง เพิ่มอีก 3 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ ซึ่งค่อนข้างมั่นใจในพยานหลักฐาน แต่ยังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บางส่วนที่ต้องเก็บเพิ่มเติม ก่อนสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า […]

Apple ลงดาบ! ไล่ออกวิศวกรหลังลูกสาวปล่อยคลิปหลุด iPhone X ก่อนเปิดตัวจริง

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท Apple ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ไล่วิศวกรรายหนึ่งออกจากงาน หลังจากที่ลูกสาวของวิศวกรรายนี้เผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน “iPhone X” ให้สาธารณชนรับรู้ก่อนการเปิดตัวจริง เป็นที่ทราบกันดีว่า การกระทำในลักษณะเช่นนี้ เข้าข่าย “เผยแพร่ความลับของบริษัท” ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงตามระเบียบของแอปเปิล ที่ก่อนหน้านี้ก็เคยมีการไล่ออกพนักงานเพราะเหตุทำนองนี้มาแล้วหลายราย รายงานข่าวระบุว่า หญิงสาวซึ่งเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ คือ Brooke Amelia Peterson ได้ออกมายอมรับในเวลาต่อมาว่า พ่อของเธอซึ่งทำงานเป็นวิศวกรด้านไอทีให้กับบริษัทแอปเปิล มีอันต้องถูกไล่ออกเพราะคลิปวิดีโอสั้นที่เธอถ่ายไว้จากโรงอาหารพนักงาน ภายในสำนักงานใหญ่ของแอปเปิลที่เมืองคิวเพอร์ติโน มลรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยคลิปวิดีโอดังกล่าวมีการเปิดเผยรูปร่างหน้าตาของโทรศัพท์ iPhone X อย่างชัดเจน ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ทั้งยังมีการพูดถึงขนาดของหน้าจอ ตลอดจนมีการสาธิตการใช้แอพพลิเคชั่นหลายตัว ซึ่งรวมถึง “อานิโมจิ” ที่ถือเป็นไฮไลท์ของโทรศัพท์รุ่นนี้ หญิงสาวรายนี้ออกมาเปิดเผยว่า เธอได้ลบคลิปต้นฉบับที่เธอโพสต์ออกจาก YouTube แล้ว แต่ก็ไม่อาจช่วยให้พ่อของเธอรอดพ้นจากการถูกไล่ออกได้ เพราะคลิปวิดีโอถูกแชร์ต่อกันไปบนโลกออนไลน์อย่างแพร่หลายแล้ว ขณะที่ทางบริษัทแอปเปิลยังคงปิดปากเงียบและไม่ออกมาแสดงท่าทีใดๆ ต่อข่าวการไล่ออกวิศวกรรายนี้  

เปิดใจจิตอาสาเจ้าของภาพประวัติศาสตร์ หญิงสาวอุ้มท้องตากฝนร่วมพิธีวางดอกไม้จันทน์

อีกหนึ่งความประทับใจในห้วงพระราชพิธีสำคัญของประเทศ คือ ภาพหญิงตั้งครรภ์เข้าแถวรอถวายดอกไม้จันทน์ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก มือโอบท้อง จนมีคนแชร์กันในโลกออนไลน์จำนวนมาก ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พบ “ซี” หรือ นายอนุวัฒน์ หมันเส็น อายุ 23 ปี ช่างภาพอิสระและนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา เจ้าของภาพถ่ายประวัติศาสตร์ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า เห็นผู้หญิงตั้งครรภ์ยืนรอเข้าแถวเพื่อถวายดอกไม้จันทน์ และนาทีนั้นฝนก็ตกลงมาแรงมากเกือบๆ ชั่วโมงได้ ซึ่งหญิงคนดังกล่าวได้เอามือซ้ายโอบท้อง และมือข้างขวาถือดอกไม้จันทน์แนบกับอก และสีหน้า แววตาก้มมองที่ท้อง เมื่อเสร็จงานพระราชพิธี ตนเองก็กลับบ้านมาคัดรูปถ่ายเพื่อจะส่งเข้าไปกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และเห็นภาพนี้ แล้วเกิดความประทับใจ จึงคิดว่าอยากส่งมองภาพถ่ายให้บุคคลในภาพ โดยตนเองก็ไม่รู้จักว่าเป็นใครมาจากไหน จึงนำไปโพสต์บนเฟซบุ๊กชื่อว่า “เจ้าชายลัลลา” เพื่อตามหาบุคคลในภาพดังกล่าว หลังจากการโพสต์ภาพดังกล่าวมีคนติดตามเข้ามากดไลค์กดแชร์และคอมเมนท์จำนวนมาก หลังจากโพสต์ภาพจากนั้นบุคคลในภาพหญิงตั้งครรภ์ได้ติดต่อเข้ามาทางกล่องข้อความ โดยหญิงคนนั้น คือ น.ส.เปมิกา เสียงอ่อน เป็นครูสอนอยู่โรงเรียนบ้านฉลุง ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งคุณ เปมิกา ได้ขอบคุณที่ตนได้ถ่ายภาพนี้ไว้ โดยคุณเปมิกา ยังเล่าความรู้สึกให้คุณซีฟังว่า ความรู้สึกในวันนั้น ช่วงที่จะเข้าไปถวายดอกไม้จันทน์ ยืนรอนานประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าๆ เพราะคนเยอะและแน่น จากนั้นฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่ตนเองก็ไม่คิดจะเข้าไปหลบฝนเพราะเราตั้งใจมาในวันนี้จากนั้นก็เอามือข้างซ้ายโอบลงบนท้องที่มีครรภ์และพูดเบาๆออกมาว่า “ลูกจ๋าวันนี้แม่มาอำลาพ่อของพวกเราเป็นครั้งสุดท้ายนะลูก” […]

ศาลแอฟริกาใต้สั่งจำคุก 14 ปี 2 หนุ่มรุมซ้อมชายผิวสีจับยัดโลงศพ-ขู่เผาทั้งเป็น อ้างแค่ต้องการสั่งสอน

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกษตรกรผิวขาวชาวแอฟริกาใต้ 2 คน ถูกศาลสั่งจำคุก 14 ปี และ 11 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า, ทำร้ายร่างกาย และลักพาตัว หลังรุมซ้อมชายหนุ่มผิวสีแล้วจับยัดลงโลงศพและขู่จะเผาทั้งเป็น พร้อมถ่ายคลิปเก็บไว้ก่อนจะปล่อยตัวเขาในเวลาต่อมา โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว หลังจากนั้นคลิปก็ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์ ท่ามกลางเสียงประณามพฤติกรรมเหยียดสีผิว ที่ยังพบเห็นได้ทั่วไปในแอฟริกาใต้ แต่มาวันนี้คำตัดสินของศาลทำให้หลายฝ่ายเริ่มมีความหวัง หลังได้เห็นผู้พิพากษาหญิงผิวขาวเป็นผู้ตัดสินโทษให้จำเลยทั้ง 2 คนอย่างเป็นธรรม ผู้พิพากษายังได้ระบุด้วยว่าระหว่างการพิจารณาคดี จำเลยไม่มีท่าทีสำนึกผิดต่อสิ่งที่ทำลงไปเลยแม้แต่น้อย ด้านจำเลยอ้างว่าไม่ได้คิดจะฆ่าโจทก์จริงๆ ที่ทำลงไปเพียงต้องการสั่งสอนบทเรียน ที่มาบุกรุกที่ดินของพวกเขาแถมยังจับได้ว่าขโมยสายทองแดงไปด้วย ส่วนชายผิวสีอ้างว่าเขาไม่ได้ทำตามที่ถูกกล่าวหา แค่เดินลัดถนนไปร้านค้าตามที่แม่สั่งเท่านั้น

ครอบครัวอุ่นอ่อนเศร้าผลดีเอ็นเอชี้ชัดเป็น ‘ผอ.อ้อย’ เตรียมจัดพิธีศพ ตั้งบำเพ็ญกุศล 3 วัน (คลิป)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 ต.ค. 60 ที่บ้านของนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน พ่อของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงาหลังจากทราบข่าวทางโทรศัพท์ จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ว่าผลการตรวจกะโหลกศีรษะ เส้นผม กระดูก รวมทั้งนาฬิกาข้อมือที่ไปพบบริเวณทางขึ้นเนิน 500 ห่างจากฐานอนุพงษ์ บ้านโนนสูง ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นดีเอ็นเอตรงกับ ผอ.อ้อย ทำให้พ่อ แม่ และญาติๆ หลังทราบข่าวต่างเสียใจ ถึงแม้จะทำใจได้มาแล้วสักระยะหนึ่งก็ตาม โดยทางบ้านได้เตรียมจัดงานศพ เตรียมสถานที่ในช่วงบ่ายวันนี้ ทั้งนี้ ทางครอบครัวของ ผอ.อ้อย จะประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเลขที่ 36 บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.หมายปอง อุ่นอ่อน […]

keyboard_arrow_up