ร.ร.กวดวิชาจีนปลดคน 60,000 หลังถูกรัฐบาลคุมเข้ม

0
12 ม.ค. 65

ร.ร. กวดวิชารายใหญ่ที่สุดในจีน ปลดพนักงาน 60,000 คน หลังธุรกิจกวดวิชาถูกรัฐบาลกดดันเข้ม





ปี 2021 ที่ผ่านมา นับเป็นปีแห่งการ "จัดระเบียบ" ครั้งใหญ่ในประเทศจีน ที่รัฐเข้าไปจัดการเริ่มต้นตั้งแต่ภาคเทคโนโลยี ไปจนถึงอุตสาหกรรมเกม ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา ยันอินฟลูเอ็นเซอร์ขายของผ่านไลฟ์สตรีม จนคนที่เข้าไปเล่นตลาดหุ้นจีนร้อนๆ หนาวๆ ไปตามๆ กัน





ล่าสุด โรงเรียนกวดวิชาที่ใหญ่ที่สุดในจีน New Oriental Education & Technology Group Inc. หรือเรียกสั้นๆ ว่า "นิวโอเรียนทอล" ได้เเปิดเผยถึงผลลัพธ์จากการจัดระเบียบตลอดปีที่ผ่านมาว่า



  • โรงเรียนต้องปลดพนักงานออกถึง 6 หมื่นคน

  • จ่ายค่าความเสียหายหลายด้าน เป็นเงินเกือบ 2 หมื่นล้านหยวน (ราว 1 แสนล้านบาท) ในจำนวนนี้มีทั้ง ค่าชดเชยการให้ออกจากงาน การยกเลิกสัญญาเช่าอาคารก่อนกำหนด และการคืนเงินค่ากวดวิชา

  • รายได้บริษัทลดลงถึง 80% ในผลประกอบการปีที่แล้ว และมาร์เก็ตแคปหายไปถึง 90% หรือหายไปประมาณ 28,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.4 แสนล้านบาท)





หยูมินหง ผู้ก่อตั้งนิวโอเรียนทอล กล่าวใน WeChat ส่วนตัวว่า บริษัทต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง "มากเกินไป" ในปี 2021 ที่ผ่านมา และกล่าวโทษที่ต้องเลย์ออฟพนักงานครั้งใหญ่ถึง 6 หมื่นคนว่า เป็นเพราะเรื่องทางนโยบาย การระบาดของโควิด-19 และปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ





ในยุคที่ยังรุ่งเรืองนั้น นิวโอเรียนทอล ถือเป็นธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาเอกชนที่เป็น "เบอร์ 1" ในจีน โดยมีพนักงานประจำถึง 88,000 คน และลูกจ้างไม่ประจำอีก 17,000 คน ท่ามกลางธุรกิจกวดวิชาที่เฟื่องฟูสุดขีดในจีน ซึ่งตลาดนี้มีมูลค่ามหาศาลถึง 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4 ล้านล้านบาท) นิวโอเรียนทอล ยังได้จดทะเบียนเข้าตลาดหุ้น ซึ่งไม่ใช่ตลาดหุ้นจีน แต่เป็นระดับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก NYSE และกลายเป็นหนึ่งในหุ้นร้อนแรงของบรรดากองทุนหุ้นไชน่า





แต่แล้ว สถานการณ์ของธุรกิจกวดวิชาเอกชนก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อรัฐบาลจีนประกาศเข้าจัดระเบียบธุรกิจนี้ตั้งแต่เดือน ก.ค. ปีที่แล้ว โดยออกกฎห้ามการเปิดให้บริการสอนพิเศษหลังเลิกเรียน ห้ามธุรกิจเหล่านี้ระดมทุนเพิ่ม และสั่งระงับการติวหนังสือทั้งออนไลน์และออนไซต์ทันที โดยรัฐเห็นว่าธุรกิจกวดวิชาเป็นการเพิ่มแรงกดดันและความเครียดให้เด็กมากเกินไป และยังกลายเป็นภาระทางการเงินเพิ่มให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็ก ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะมีฐานะดีพอ ซึ่งเท่ากับเป็นการสร้าง "ความเหลื่อมล้ำ" เพิ่มขึ้นไปอีก

Powered by อมรินทร์ทีวีออนไลน์

ข่าวยอดนิยม