เปิดใจ Zipmex กับข้อสรุปภาษีคริปโต

46
11 ม.ค. 65

ดร.เอกลาภ ยิ้มวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว "SPOTLIGHT" ว่า ในวันที่ 20 ม.ค.นี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ได้เป็นเจ้าภาพนัดระหว่าง 3 หน่วยงานให้มาหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางที่ชัดเจนและเป็นธรรมในการเก็บภาษีจากกำไรที่ซื้อขายคริปโตเคอเรนซี
ได้แก่ กรมสรรพากร, สำนักงาน ก.ล.ต. แลสมาชิกของสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (Thai Digital Asset Operators Trade Association: TDO) ซึ่งมีผู้ประกอบการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) เป็นสมาชิกเกือบครบทุกแห่งที่ประกอบในประเทศไทย


 


รวมถึงนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker), ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) และผู้ประกอบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอแนวทางรูปแบบในการจัดเก็บภาษีกำไรจากการลงทุนในคริปโตเคอเรนซีที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้



สำหรับประเด็นที่ซิปเม็กซ์เตรียมนำจะเสนอหารือในที่ประชุมคือ ข้อเสนอแนะในเชิงนโยบาย(policy proposal) ในการจัดเก็บก็บภาษีกำไรจากการลงทุนในคริปโตเคอเรนซีต่อกรมสรรพากรและสำนักงาน ก.ล.ต. โดยปัจจุบันฝ่ายวิจัยของซิปเม็กซ์ อยู่ระหว่างการจัดทำคาดว่าจะเสร็จนำออกมาเผยแพร่เป็นข้อมูลให้สาธารณะได้รับทราบก่อนผ่านช่องทางการสื่อสารของซิปเม็กซ์ทั้งเว็บไซต์และเพจเฟสบุ๊คได้ภายในสัปดาห์นี้


 


"ในความเห็นส่วนตัวผมเรื่องแรกไม่เห็นด้วยการหักภาษี ณ ที่จ่ายของกำไรจากคริปโตฯที่อัตรา 15% เรื่องที่สอง การเก็บภาษีจากกำไรผมคิดว่าควรเก็บบนกำไรสุทธิรวมที่นักลงทุนได้ทุกธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริงในปีที่นำมาคำนวณจ่ายภาษี โดยสามารถนำผลการขาดทุนมาหักลบกันได้ ไม่ใช่จะดูเฉพาะแค่ธุรกรรมรายการที่มีกำไรแล้วไม่สามารถนำรายการขาดทุนมาหักลบได้อันนี้ผมไม่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยที่จะให้มีผลย้อนหลัง 2 ปีเพราะที่ผ่านมาแนวทางในการจัดเก็บภาษีของสรรพากรยังไม่มีความชัดเจน ผมเข้าใจว่าเรื่องการเก็บภาษีเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วหลายประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกก็เก็บภาษีกำไรคริปโตฯ มีไม่ถึง 10 ประเทศที่เท่านั้นไม่เก็บ แต่นักลงทุนต้องการให้รูปแบบการเก็บภาษีอยู่บนหลักการที่ยุติธรรมและมีความชัดเจนเหมือนรูปแบบที่ต่างประเทศใช้คือ Capital Gain Tax คือเก็บบนกำไรสุทธิที่หักลบผลขาดทุนออกไปแล้วไม่ใช่เป็นเก็บบนธุรกรรมที่มีกำไรเท่านั้น" ดร.เอกลาภ กล่าว


 


ทั้งนี้หากกรมสรรพกรมีการจัดเก็บภาษีกำไรฯ จากการลงทุนในคริปโตเคอเรนซีตามแนวทางที่ประกาศไว้จะมีผลกระทบต่อการพัฒนาภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องธุรกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจ เนื่องจากจะมีผลกระทบให้เงินทุนไหลออกจากประเทศไทย ทั้งหากเก็บภาษีตามแนวทางที่สรรพากรประกาศไว้เงินลงทุนคงไหลออกจากประเทศไทยแน่นอนไปต่างประเทศ ขณะที่มูลค่าซื้อขายในตลาดคริปฯ ของไทยลดลงแน่นอน ซึ่งก็เริ่มเห็นแล้วตั้งแต่สรรพากรประกาศแนวทางออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทำให้วอลุ่มซื้อขายในตลาดคริปโตไทยลดลงชัดเจนทำให้คนไทยเริ่มหนีไปเทรดเปิดบัญชีในต่างประเทศแล้วเพื่อหลักเลี่ยงการเสียภาษี ในที่สุดแล้วนักลงทุนจะเลิกลงทุนซื้อขายใน Exchange ของไทยไปต่างประเทศหมด สุดท้ายสรรพากรก็เก็บรายได้ภาษีจากคริปโตไม่ได้


 


"เก็บภาษีกำไรจากคริบโตไม่ใช่เรื่องผิด แต่ที่ไม่ให้นำผลขาดทุนมาหักลบอันนี้ไม่แฟร์ ควรคิดบนกำไรสุทธิที่หักผลขาดทุนแล้ว เพราะบางคนเทรดมาทั้งปีขาดทุน แต่สรรพากรเก็บภาษีเฉพาะธุรกรรมที่มีกำไร ผมว่าไม่เมคเซ้นส์" ดร.เอกลาภ กล่าว


 


ดร.เอกลาภ กล่าวต่อว่า หากกระทรวงการคลังมีนโยบายด้านภาษีที่เป็นธรรมและชัดเจนจะสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมธุรกิจกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัลเติบโตได้ดีมากซึ่งเป็นโอกาสที่สรรพากรจะเก็ยรายได้จากภาษีได้มากกว่าแนวทางที่เคยประกาศไว้เดิมด้วย และจะช่วยสร้างนวัตกรรมใหม่ๆเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของประเทศ


#SPOTLIGHT #Zipmex #สรรพากร #ภาษีคริปโต #คริปโต #คริปโตเคอร์เรนซี #DigitalAssets

Powered by อมรินทร์ทีวีออนไลน์

ข่าวยอดนิยม

บทความน่าสนใจ