เตือนดีล "ผูกขาดอันตราย" TDRI จี้ กสทช. - กขค. ทำหน้าที่

117
24 พ.ย. 64


สรุป 6 ประเด็นหลักจาก TDRI



 


  1. ไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าอะไร นี่คือการ "ควบรวมกิจการ"

  2. ตลาดโทรศัพท์มือถือไทยมีโครงสร้างกึ่งผูกขาดอยู่แล้ว หากควบรวม จะยิ่งทำให้มีการผูกขาดมากขึ้นถึง "ระดับอันตราย"

  3. ผู้ที่จะได้รับผลกระทบด้านบวก คือ ผู้ถือหุ้นของบริษัทมือถือทั้ง 3 ราย



  4. ผู้ที่จะได้ผลกระทบด้านลบ คือ



    - ผู้บริโภค ทั้งประชาชนทั่วไปและธุรกิจต่างๆ



    - คู่ค้าของบริษัทโทรคมนาคม ทั้งร้านค้า และสตาร์ทอัพ



    - รัฐบาลและผู้เสียภาษี



    - เศรษฐกิจไทย ที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล



  5. กสทช. มีหน้าที่ต้องเพิ่มการแข่งขันในตลาด และลดการผูกขาด

  6. กขค. มีหน้าที่ในการกลั่นกรองการควบรวมอย่างเข้มงวด




.


 


ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) แถลงข้อคิดเห็นกรณีเกี่ยวเนื่องข่าวการควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (DTAC) ว่า ไม่ว่าจะเรียกความร่วมมือทางธุรกิจที่เกิดขึ้นว่าอะไร นี่คือการควบรวมกิจการ ปัจจุบันตลาดโทรศัพท์มือถือของไทยมีโครงสร้างกึ่งผูกขาดอยู่แล้ว หากปล่อยให้เกิดการควบรวมจะยิ่งทำให้มีการผูกขาดมากขึ้นถึง "ระดับอันตราย" ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทุกฝ่าย ตั้งแต่ผู้บริโภคจนถึงเศรษฐกิจประเทศ หน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) จึงควรต้องทำหน้าที่กลั่นกรองและกำกับดูแลอย่างเข้มงวด



.


 


นายสมเกียรติ กล่าวว่า ปัจจุบันมีเครื่องมือที่ใช้วัดการผูกขาดเชิงโครงสร้าง คือ ดัชนีการกระจุกตัว (HHI) ในประเทศพัฒนาแล้วเช่น สหรัฐฯ มีแนวทางคือ ตัวเลขในอุตสาหกรรมก่อนการควบรวมไม่ควรเกิน 1,500 แต่ของไทยก่อนควบรวมก็พุ่งไปถึง 3,659 ซึ่งอยู่โซนสีแดงอยู่แล้ว หากควบรวมจะพุ่งไปกว่า 5,000 ซึ่งจะยิ่งเป็นอันตรายต่อการแข่งขัน งานนี้จะมีผู้ได้ประโยชน์เพียงแค่บริษัทโทรคมนาคมทั้ง 3 รายและผู้ถือหุ้นเท่านั้น ส่วนหนึ่งสะท้อนได้จากราคาหุ้นที่พุ่งสูงขึ้น ด้วยเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ที่เมื่อควบรวมแล้วจะทำให้เหลือผู้เล่นเพียงสองราย การแข่งขันและตัดราคากันจะน้อยลงไปด้วย



.


 


ทว่าผู้ได้รับผลด้านลบคือผู้บริโภค และคู่ค้าของผู้ให้บริการที่อาจจะมีอำนาจต่อรองลดลง ธุรกิจสตาร์ทอัพที่คาดว่าจะได้รับการสนับสนุน การควบรวมจะทำให้ผู้สนับสนุนลดลงไปหนึ่งราย ส่วนรัฐบาลจะได้รับผลกระทบรายได้ลดลง ถ้ามีการประมูลคลื่นความถี่ ผู้เข้าประมูลจะลดลง รายได้ของรัฐย่อมลดลง ขณะที่ประชาชนจะต้องถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นเพื่อไปทดแทนรายได้ของรัฐที่หายไป ถัดมาคือระบบเศรษฐกิจไทย ผลของการควบรวมกิจการจะทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยมีต้นทุนสูงขึ้น การประกอบอาชีพ การค้าขายออนไลน์ การเรียนออนไลน์ ฯลฯ จะได้รับผลกระทบทั้งหมด



.


 


"หากการควบรวมกิจการเกิดขึ้น จะทำให้ตลาดโทรศัพท์มือถือย้อนถอยหลังกลับไป 15 ปี เหมือนปี 2547 ซึ่งมีผู้เล่นเพียง 2 ราย (ยังไม่มีทรูมูฟ) ซึ่งอาจเกิดการปรับตัวของราคาค่าบริการที่สูงขึ้น หรือการเกิดแพคเก็จที่ไม่เกิดประโยชน์กับผู้บริโภค และยิ่งจะกระทบกับการทำธุรกิจ เพราะการทำธุรกิจในปัจจุบันมีความจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์มือถือและบริการไร้สายในการทำธุรกิจ บริการโทรคมนาคมถ้าเหลือผู้ให้บริการรายใหญ่เหลือแค่สองราย จะเกิดผลกระทบอย่างมากกับผู้บริโภค เพราะเป็นกิจการที่มีผู้ประกิจการน้อยราย"



.


 


ประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า แม้ว่ากสทช.จะไม่สามารถเพิ่มการแข่งขันในตลาดได้ แต่อย่างน้อยที่สุด ก็ไม่ควรปล่อยให้เกิดการผูกขาดมากขึ้นด้วยการปล่อยให้ผู้เล่นเหลือน้อยลง ปัจจุบัน การควบรวมกิจการโทรคมนาคมมีกฎหมายเกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 ฉบับ คือ กฎหมายการประกอบกิจการโทรคมนาคม และกฎหมายแข่งขันทางการค้า กสทช. มีอำนาจในการกำหนดมาตรการป้องกันการการควบรวมกิจการไม่ให้เกิดการผูกขาดได้ โดยประธาน กสทช. สามารถรออกกฎหมายลูก (ประกาศ กสทช. ) และแม้ว่าหากไม่มีข้อกฎหมายที่สามารถควบคุมได้ แต่เราก็ยังมีกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า โดยสำนักการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) สามารถเข้ามามีอำนาจในการกลั่นกรองและดูแลแทนได้



.


 


"ไม่ว่าจะเรียกความร่วมมือในครั้งนี้ว่าอะไร ผลที่ได้ก็เหมือนกัน คือทำให้เหลือผู้ประกอบการลดลง ขณะนี้มีแนวโน้มที่ กสทช.จะบอกว่าไม่มีอำนาจในการควบคุมไม่ให้เกิดการควบรวมกิจการ จึงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ แต่หาก กสทช.จะเน้นไปที่บทบาทการกำกับดูแลการให้บริการในภายหลัง เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดอาจจะทำได้ยาก เพราะไม่มีข้อมูลเท่าทันผู้ให้บริการ


 


การควบรวมกิจการโทรคมนาคมมีกฎหมายเกี่ยวข้อง 2 ฉบับ คือ กฎหมายการประกอบกิจการโทรคมนาคม และกฎหมายแข่งขันทางการค้า กสทช. มีอำนาจในการกำหนดมาตรการป้องกันการการควบรวมกิจการได้ ถ้ากสทช. ไม่มีอำนาจ ก็ยังมีกฎหมายป้องกันการผูกขาดการแข่งขันทางการค้า ส่วนที่ผู้ประกอบการประกาศว่าการรวมกันจะทำให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ ขอมองย้อนไปดูว่า ผู้ประกอบการทั้งสองรายยังไม่ได้ทำให้เกิดเทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ แต่เป็นการเพิ่มอำนาจให้เกิดการผูกขาดมากกว่า" นายสมเกียรติ กล่าว


Powered by อมรินทร์

วิดีโอแนะนำ

ข่าวยอดนิยม

บทความน่าสนใจ