เปิดโผ ‘โรคต้องห้าม’ โดยสารเครื่องบิน และทำไม ‘น้ำในหูไม่เท่ากัน’ ถึงต้องงดขึ้นเครื่อง

กรณีภรรยาของรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ถูกสายการบินนกแอร์ปฏิเสธให้ขึ้นเครื่อง เที่ยวบินดอนเมือง-อุดรธานี เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 60 ที่ผ่านมา เนื่องจากป่วยน้ำในหูไม่เท่ากัน ซึ่งทางกัปตันสนอง มิ่งเจริญ นายกสมาคมนักบินไทย ชี้แจงว่าตามมาตรฐานระเบียบข้อบังคับการบิน หากปิดประตูเครื่องบินแล้ว การตัดสินใจบนเครื่องจะเป็นอำนาจหน้าที่ในการรับผิดชอบของกัปตันบินในไฟท์นั้นๆ กรณีนี้ทางกัปตันไม่อนุญาตให้ร่วมไฟท์ได้ เพราะหากเกิดการเจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง อาจมีอันตรายต่อผู้โดยสารได้ ยกเว้นมีใบรับรองทางการแพทย์มายืนยันว่าโรคเหล่านั้นไม่กระทบต่อการเดินทางบนเครื่องบิน

กรณีอาจจะสร้างความงุนงงให้กับใครหลายคน ว่าเหตุใด อาการน้ำในหูไม่เท่ากันจึงห้ามขึ้นเครื่องบิน และมีโรคอะไรอีกบ้าง ที่เป็นโรคต้องห้ามโดยสารทางเครื่องบิน

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี สอบถามไปยังคลินิกแพทย์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทราบว่า โรคที่ห้ามขึ้นเครื่องบิน ได้แก่ โรคที่เกี่ยวข้องกับความดันบรรยากาศ เช่น โรคหัวใจ โรคทางปอด โรคอัมพฤษ์ อัมพาต โรคติดต่อร้ายแรง เช่น อีสุกอีใส ตาแดง โรคติดต่อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก โรคที่เกี่ยวกับโพรงบรรยากาศ เช่น โพรงไซนัสอักเสบ หูน้ำหนวก ที่มีอาการขณะนั้น

นอกจากนี้ ยังห้ามเด็กแรกเกิดอายุต่ำกว่า 7 วัน และสตรีมีครรภ์ที่มีปัญหาสุขภาพ ขึ้นเครื่องบินด้วย

ส่วนอาการน้ำในหูไม่เท่ากันไม่ใช่โรคต้องห้าม แต่ถ้าร่างกายผู้ป่วยไม่แข็งแรง หรือเริ่มมีอาการ แพทย์ก็ไม่แนะนำให้เดินทาง เพราะจะเป็นอันตรายได้

ก่อนการเดินทาง ควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินว่า ผู้โดยสารเหมาะสมที่จะเดินทางหรือไม่ โดยออกเป็นใบรับรองแพทย์ ทั้งจากแพทย์ทั่วไปที่รักษาอยู่ แพทย์เวชศาสตร์การบิน หรือแม้แต่แพทย์ประจำท่าอากาศยานหากมีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วย

keyboard_arrow_up