พบเชื้อ “ลีจิโอเนลลา” ก่อโรคปอดอักเสบ ที่โรงแรมภูเก็ต-พังงา-กระบี่ สธ. เฝ้าระวังเชื้อในแหล่งน้ำ

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยว่า พบเชื้อ “ลีจิโอเนลลา” Legionella spp ในน้ำที่โรงแรมจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ เป็นสาเหตุของการเกิดโรคปอดอักเสบ จากการใช้ฝักบัวในห้องพักโรงแรมต่างประเทศ โดยขณะนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศไทย

ดังนั้นศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ภูเก็ต จึงได้ทำการสำรวจและศึกษาเชื้อลีจิโอเนลลามาอย่างต่อเนื่อง และเฝ้าระวังการแพร่กระจายเชื้อโดยเก็บตัวอย่างน้ำที่นำมาจากแหล่งต่างๆ เช่น หอผึ่งเย็น ถังเก็บน้ำ ฝักบัว ก๊อกน้ำ สปา สระว่ายน้ำ และถาดแอร์ ของโรงแรมในจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ เพื่อทำการตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธีเพาะเชื้อในช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. เมื่อปี 2559 จำนวน 1,508 ตัวอย่าง ปรากฏว่าพบเชื้อลีจิโอเนลลาจำนวน 116 ตัวอย่าง และตัวอย่างน้ำที่พบเชื้อมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ น้ำจากฝักบัว สปา และก๊อกน้ำ แต่ปริมาณที่พบยังไม่สูงพอที่จะก่อให้เกิดโรคในคน

โดยเชื้อลีจิโอเนลลา เป็นเชื้อแบคทีเรียก่อให้เกิดโรคได้ 2 ลักษณะ หากติดเชื้อในภาวะปอดอักเสบร่วมด้วย คือ
1. อาการรุนแรงและเกิดอัตราการป่วยตายสูง เรียกว่า โรคลีเจียนแนร์
2. อาการแบบไม่รุนแรง เรียกว่า โรคไข้ปอนเตียก อาการจะคล้ายๆ ไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่

ซึ่งโรคนี้จะแสดงอาการรุนแรงในกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต และโรคปอดเรื้อรัง หรือในกลุ่มผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำจะติดเชื้อนี้ได้ง่าย และจะลุกลามจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากนี้ยังมีการสำรวจพบเชื้อตามอุปกรณ์ในห้องน้ำด้วย เช่น ฝักบัว ก๊อกน้ำร้อน น้ำเย็น รวมถึงเครื่องปรับอากาศ ตามบ้านเรือนทั่วไปที่เป็นเครื่องใช้ใกล้ตัวที่เป็นจุดแพร่กระจายเชื้อโรคสู่คนได้ง่าย ดังนั้นการเฝ้าระวังการแพร่กระจายเชื้อชนิดนี้ ด้วยการดูแลและบำรุงรักษาระบบน้ำให้ถูกต้อง รวมถึงการตรวจสอบเฝ้าระวังและติดตามผล จึงมีความสำคัญในการป้องกันเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค

วิธีป้องกัน
ควรทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องใช้ที่เสี่ยง เช่น ล้างหน้ากากแอร์หรือแกะฝักบัวมาเช็ดล้างทำความสะอาดตะไคร่ที่มาเกาะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อและแพร่กระจายเชื้อ

keyboard_arrow_up