สถิติเผย นักเรียนม.5 มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก รู้จักใช้ถุงยางอนามัยถึงร้อยละ 70

สถิติเผย นักเรียนม.5 มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก รู้จักใช้ถุงยางอนามัยถึงร้อยละ 70
สถิติเผย นักเรียนม.5 มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก รู้จักใช้ถุงยางอนามัยถึงร้อยละ 70

กรมอนามัย สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ เปิดเผยสถานการณ์อนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชนปี 2558 ดังนี้ นักเรียน ม.5 เพศชาย เคยมีเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 25.9 ส่วนเพศหญิง เคยมีเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 18.2 ในขณะที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกนักเรียน ม.5 เพศชายรู้จักใช้ถุงยางอนามัยถึงร้อยละ 70.3 ส่วนเพศหญิงรู้จักใช้ถุงยางอนามัยร้อยละ 71.1 (ที่มา: สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค 2558)

จากสถิติดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าวัยรุ่นสมัยนี้รู้จักใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ซึ่งถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี เพราะวัยรุ่นอายุ 10-18 ปี ทั้งชายและหญิง เป็นวัยที่อยู่ในช่วงเจริญพันธุ์ ร่างกายมีการเจริญเติบโตทั้งภายนอกและภายในผู้หญิงเริ่มมีประจำเดือน ผู้ชายเริ่มมีน้ำอสุจิ และ 2 สิ่งนี้คือสัญญาณบ่งบอกถึงความพร้อมของการเป็น “พ่อและแม่” ทางด้านร่างกาย ถึงแม้ว่าอาจจะยังไม่มีความพร้อมทางด้านวุฒิภาวะก็ตาม

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใครที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่นมีทางเลือกที่จะหลุดจากปัญหา “ท้องไม่พร้อม” ได้ 3 ทาง ดังนี้ วิธีแรกคือ ไม่มี sex ฟังอาจดูเหมือนเป็นข้อห้ามที่ยากมากในทางฏิบัติสำหรับวัยที่ฮอร์โมนกำลังพุ่งพล่านแบบนี้ แต่เชื่อเถอะว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะแก้ปัญหานี้ได้ ส่วนที่สองคือ ใช้ถุงยางอนามัยคุมกำเนิด (ไม่ว่าจะเป็นแบบสำหรับผู้ชายหรือผู้หญิง) วิธีนี้นอกจากจะช่วยลดปัญหาการเป็น “คุณแม่วัยใส” ได้แล้ว ยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย ส่วนวิธีสุดท้ายคือการกินยาคุม แต่ต้องไม่ใช่ยาคุมฉุกเฉิน เพราะลำพังแค่การกินยาคุมฉุกเฉินก็มีอัตราเสี่ยงในการตั้งท้องได้ ยาคุมฉุกเฉินเป็นเพียงแค่การไปลดโอกาสตั้งครรภ์ลงจากเดิมเท่านั้น แถมยังมีอันตรายต่อเยื้อบุมดลูกด้วย หากกินบ่อยๆ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้

ฉะนั้นหากอยากจะมีเซ็กส์ขอให้ดูคลิปวิดีโอนี้ก่อน ถ้าไม่อยากเป็นคุณแม่วัยใสก็ขอให้ใช้ถุงยาง วัยรุ่นเลือกได้อยู่แล้ว !!!

ข้อมูลจาก สสส., สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค, กรมอนามัย สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์

คลิปจาก สสส.

keyboard_arrow_up