ไม่ต้องหรูหราระดับปลาฮาลิบัท แค่ ‘ปลาลิ้นหมา’ ก็สามารถเป็นอาหารจานอร่อยได้

ไม่ต้องหรูหราระดับปลาฮาลิบัท แค่ ‘ปลาลิ้นหมา’ ก็สามารถเป็นอาหารจานอร่อยได้
ไม่ต้องหรูหราระดับปลาฮาลิบัท แค่ ‘ปลาลิ้นหมา’ ก็สามารถเป็นอาหารจานอร่อยได้

ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ดูเหมือนจะน่ากลัวมากกว่าน่ากิน จนหลายๆ คนอาจคิดว่า “ปลาซีกเดียว” นั้นไม่สามารถนำมาทำอาหารได้ แต่ในบรรดาปลาตัวแบนที่อาศัยอยู่ตามก้นทะเลทั้งหลายนั้น ก็ยังมีพวกมันตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก จนได้ถูกจัดให้เป็นอาหารเมนูหรูระดับขึ้นห้าง นั่นคือเจ้าปลาฮาลิบัท (Halibut) ปลาซีกเดียวที่ใหญ่ที่สุดโลก และพบได้เฉพาะในเขตหนาวเย็นของมหาสมทุรแอตแลนติกและมหาสมุทรแปซิฟิกเท่านั้น

ด้วยขนาดที่ใหญ่โต มีเนื้อขาวแน่น และชุ่มช่ำด้วยไขมันคุณภาพดีที่ไม่ทำให้อ้วน จึงทำให้ฮาลิบัทได้รับความนิยมในในฐานะเมนูสุขภาพที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู ตั้งแต่แบบจานหรูที่เสิร์ฟบนภัตตาคาร ไปจนถึงอาหารบ้านๆ ของชาวตะวันตกอย่างฟิชแอนด์ชิปส์ และด้วยราคาที่สูงถึง 7.35 ปอนด์ต่อเนื้อปลาขนาด 170 กรัม (ประมาณ 300 บาท) ทำให้เมนูที่ทำจากปลาชนิดนี้มีราคาสูงตามไปด้วย

01
ภาพ : wikipedia

แน่นอนการหาซื้อปลาฮาลิบัทสดๆ เพื่อนำมาปรุงอาหารนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน โดยเฉพาะเมื่อมีกำแพงราคามาเป็นอุปสรรคในการตัดสินใจด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ปลาชนิดนี้ดูจะเป็นอาหารที่ฟุ่มเฟื่อยไปสักหน่อย แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าคนทั่วไปจะไม่มีสิทธิ์ได้ลิ้มลองเนื้อปลาที่มีความใกล้เคียงกับปลาทะเลชนิดนี้ เพราะในตลาดสดบ้านเรานั้นยังมีตัวเลือกอื่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ ปลาลิ้นหมา (Sole Fish)

02
ภาพ : wikipedia / Hans Hillewaert

ถึงรูปร่างหน้าตาจะดูไม่น่ากิน แต่ปลาลิ้นหมาเองก็เป็นปลาซีกเดียวเช่นกับปลาฮาลิบัท และมีลักษณะเนื้อที่ใกล้เคียงกันมาก แถมยังมีโอเมก้า 3 มากกว่าเสียอีก (ฮาลิบัทมีประมาณ 0.8 กรัมต่อปลา 100 กรัม ในขณะที่ปลาลิ้นหมามีประมาณ 0.9 – 1.0 กรัมในปริมาณเท่ากัน) ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อการคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ช่วยบำรุงผิวพรรณ และสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุได้ด้วย

ที่สำคัญคือปลาลิ้นหมานั้นมีราคาถูกกว่ามาก ทั้งยังมีให้เลือกทั้งแบบสด และแบบที่แปรรูปเป็นปลาเค็มตากแห้ง  สามารถหาซื้อได้ตลอดทั้งปี (แต่จะมีรสชาติอร่อยที่สุดในช่วงฤดูหนาว) และสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องขนาดของปลาที่อาจจะตัวเล็กไปสักหน่อย เพราะความจริงแล้วแค่กินปลาลิ้นหมาเพียง 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็ได้ปริมาณโอเมก้า 3 เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว

03
ภาพ : blogspot.com

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ยืนยันว่า…บางครั้งของดีก็ไม่จำเป็นต้องหายากหรือมีราคาแพงเสมอไป

keyboard_arrow_up