ตามอำเภอจานชวนชิมอาหารจานเด็ดของ ชุมชนบางสระเก้า”แกงกะทิหอยจุ้บแจงและยำหอยขี้ค้อน”

รายการตามอำเภอจานยังคงพาคุณผู้ชมมาท่องเที่ยวเชิงอนุรักษณ์ และเรียนรู้ธรรมชาติ กันที่ ชุมชนบางสระเก้า ต.บางสระเก้า อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี กันต่อค่ะซึ่งมาพร้อมกับสองเมนูเด็ด “แกงกะทิหอยจุ้บแจง และยำหอยขี้ค้อน” หลังจากที่อาทิตย์ที่แล้วเราได้ทำกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างการปล่อยปู ได้เห็นลีลาการหาปลากระบอกแบบชาวบางสระเก้า และได้ลิ้มรสกับอาหารท้องถิ่นอย่างแกงส้มปลากระบอกลูกเถาคันกันไปแล้ว ที่บ้านบางสระเก้านั้นยังมีอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ชาวบ้านนิยมหาไปรับประทานและอยู่ในป่าชายเลน หาได้ในช่วงน้ำลง นั่นก็คือหอยขี้ค้อนและหอยจุ้บแจงค่ะ แต่เมื่อเราเข้ามาช่วงป่าโกงกางนั้นเราจะต้องลงเดินเลาะไปตามป่าโกงกางค่ะเพื่อที่จะหาเจ้าหอยขี้ค้อน และ หอยจุ้บแจง เจ้าหอยค้อนหรือ หอยขี้ค้อนนั้นมักจะอาศัยอยู่บริเวณน้ำตื้นค่ะโดยเฉพาะที่เป็นโคลนปนทรายการหาหอยค้อนนั้นเราจะพบได้ตามบริเวณพื้นดินใต้ต้นฝาดหรือต้นโกงกางค่ะ ต้นโกงกางนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด และยังเป็นแหล่งทำมาหากินของชาวบ้าน และที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำต่างๆ ส่วนหอยจุ๊บแจงนั้นวิธีการหาก็จะแตกต่างไปจาก หอยค้อน ค่ะเนื่อจากเจ้าหอยจุ๊บแจงนั้นมักจะเกาะอยู่ตามต้นไม้ กิ่งไม้ หรือหลังใบไม้ค่ะเนื่องจากสีของหอยจุ๊บแจงนั้นมีคล้ายคลึงกับสีของต้นไม้และกิ่งไม้ทำให้ต้องใช้สายตาสอดส่องสักนิดนึงค่ะ เมื่อหาเจ้าหอยขี้ค้อน และ หอยจุ้บแจงได้พอประมาณนึงแล้วเราก็ยังต้องแวะไปหาวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้ในการทำแกงกะทิหอยจุ๊บแจงนั่นก็คือ เร่วหอม ค่ะ “ต้นเร่วหอม” เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นและเหง้าอยู่ใต้ดิน มีลำต้นสูงประมาณ 2-4 เมตร ลำต้นสาก สีเขียวอมแดง ส่วนโคนต้นมีสีแดงเรื่อ และเหง้าใต้ดินมีสีอมชมพู มีกลิ่นหอม ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและแยกเหง้าใต้ดิน มักขึ้นตามพื้นล่างของป่าดงดิบพื้นราบและตามป่าเขาทั่วไปค่ะ และเครื่องวัตถุดิบอีกอย่างนึงก็คือ ใบขลู่ ค่ะซึ่งเจ้า ใบขลู่ นั้นเป็นสมุนไพรช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง รักษาโรคเบาหวาน และช่วยขับปัสสาวะได้ดีค่ะ เมื่อเราได้วัตถุดิบมาครบแล้วเราก็จะมาทำเมนูแรกกันค่ะนั่นก็คือ ยำหอยขี้ค้อน ขั้นแรกเราก็จะนำหอย มาต้มให้สุกก่อนที่จะนำไปทำอาหารค่ะใช้เวลาต้มสักประมาณ 20 -30 นาทีค่ะ หลังจาต้มเสร็จแล้วเราก็จะนำหอยมาทุบเพื่อเอาเปลือกออกค่ะต่อมาก็ซอยใบขลู่ […]

ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์พร้อม เสริฟ์เมนูพิเศษ “แกงส้มปลากระบอกลูกเถาคัน”

สวัสดีค่ะวันนี้ตามอำเภอจานจะพาคุณผู้ชมมาท่องเที่ยวเชิงอนุรักษณ์ และเรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านปลาธนาคารปู พร้อมชมวิถีชีวิตของชาวบ้านย่านนี้กันค่ะ สัปดาห์นี้จะขออาสาพาคุณผู้ชมมาทำกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และหาของอร่อยกันที่จังหวัดจันทบุรี ณ ศูนย์เรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านปลาธนาคารปู ชุมชนบางสระเก้า ตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ พร้อมกับเสริฟ์เมนูเด็ด “แกงส้มปลากระบอกลูกเถาคัน” และวัตถุดิบที่เราจะนำมาทำกันในวันนี้มาจากผลผลิตที่เกิดจากการรวมตัวกันของชาวบ้านจนนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติค่ะ กิจกรรมท่องเที่ยวของที่นี่นั้น นอกจากนักท่องเที่ยวจะสามารถมาปลูกต้นโกงกาง เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับป่าชายเลนแหล่งทำมาหากินของชาวบ้าน และที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำต่างๆ ที่เคยถูกทำลายจากเรือดุลของคนภายนอกที่เข้ามาในพื้นที่แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถมาทำกิจกรรมสร้างบ้านปลา และปล่อยปูดำได้อีกด้วย ส่วนวิธีการหาปลากระบอกนั้นเราก็เราจะใช้วิธีวางอวนขนานไปกับป่าชายเลนค่ะและยังมีอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้ปลากระบอกติดอวนได้ง่ายขึ้นนั่นก็คือการทำให้ปลากระบอกตกใจค่ะและการทำให้ปลากระบอกตกใจนั้น ลุงใหญ่ บอกว่าจะต้องใช้ไม้พายนั้นตีลงไปที่น้ำเพื่อให้ปลานั้นวายไปติดกับอวนที่เราวางใว้ค่ะ ซึ่งผลจากการดูแลและอนุรักษ์ธรรมชาติเหล่านี้ ทำให้บริเวณปากคลองหนองบัวนั้น กลายเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ อู่ข้าวอูน้ำของคนในชุมชน และธรรมชาติของบริเวณโดยรอบค่ะ หลังจากที่เราได้ปลากันแล้วเราก็จะมาหาวัตถุดิบอย่างอื่นกันอีกค่ะ และคนที่จะพาเรามาหาวัตถุดิบอีกอย่างนั้นก็คือ ป้าแก้ว เสนาะ ธรรมลิขิต แม่ครัวของเรานั่นเองค่ะ ส่วนวัตถุดิบนั้นเราก็จะเก็บนั้นก็คือ ยอดของใบม่วงนาค่ะ ซึ่งมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และต่อด้วย ยอดผักบุ้ง เพื่อเพิ่มความอร่อยของ แกงส้มปลากระบอก ส่วนวัตถุดิบที่สำคัญของเรานั้นก็คือลูกเถาคันซึ่งเป็นทีเด็ดสำหรับใส่ลงไปในแกงส้มของเราในวันนี้ค่ะ และเมื่อได้วัตถุดิบมาแล้วเราก็จะมาเริ่มทำเมนู “แกงส้มปลากระบอกลูกเถาคัน” กันเลยค่ะส่วนเครื่องแกที่จะใช้ก็จะมี หอมแดง กระเทียม มะนาว ตะไคร้ พริก ค่ะ เริ่มด้วยวิธีทำก็นำเครื่องแกงมาซอยแล้วนำมาโคลกรวมกันแล้วตำให้ละเอียดค่ะ จากนั้นตั่งน้ำให้เดือดแล้วใส่พริกแกงลงไปค่ะ ต่อด้วยลูกเถาคัน ที่ล้างสะอาดแล้วค่ะ ต่อด้วยการปรุงรสชาติให้ได้ที่ค่ะ แล้วต่อด้วยการใส่ปลากระบอกลงไป จากนั้นรอให้เนื้อปลาสุกค่ะ และตามด้วยผักที่เราไปหามากันค่ะ เสร็จแล้วค่ะ […]

ส่งความสดชื่นกับทะเลหมอก พร้อมสองเมนูเด็ด “แกงส้มผักกูด และ น้ำพริกบอน”

ตามอำเภอจานวันนี้จะพามารับความสดชื่นในยามเช้าของ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ทะเลหมอกที่สวยงาม ชมวิวสุดเขตแดนสยาม พร้อมเสิร์ฟ 2 เมนูเด็ด”แกงส้มผักกูด และ น้ำพริกบอน” วันนี้รายการตามอำเภอจานขออาสาแนะนำคุณผู้ชมกับสถานที่ท่องเที่ยวกับบรรยากาศธรรมชาติและรับอรุณยามเช้ากับทะเลหมอก ณ จุดชมวิวห้วยคอกหมู อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี กันค่ะและจุดชมวิวสุดเขตแดนสยาม ที่เบื้องหน้าจะเผยให้เห็นทิวเขาตะนาวศรี เทือกเขาที่แบ่งเขตชายแดนไทยพม่า  ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมทิวทัศน์ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ในที่เดียว ด้วยลักษณะพื้นที่ที่มีอาณาเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้านจึงทำให้มีคนไทยหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ โดยไฮไลต์เด่น ของ ห้วยคอกหมู อยู่ตรงที่ นักท่องเที่ยว สามารถยืนชมวิวทิวทัศน์อันแสนธรรมชาติของทิวเขาในฝั่งประเทศพม่า ได้ไกลอย่างสุดลูกหูลูกตาแต่ถ้าวันไหนในช่วงเช้าอากาศดีๆ หน่อย จะได้เห็นกลุ่มหมอกบางๆค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านทิวเขาด้านล่างเป็นความสวยที่ต้องสัมผัสกันเลยทีเดียวค่ะแต่ที่สำคัญ “ห้วยคอกหมู” ยังมีจุดให้ชม ทั้งพระอาทิตย์ขึ้น และตก อีกด้วยค่ะ และใกล้ๆนี้ก็มีชุมชนคนไทยเชื้อสายกระเหรี่ยง อย่างชุมชนบ้านห้วยน้ำหนัก  หมู่บ้านนี้ล้อมรอบไปด้วย ป่าเขาและแหล่งน้ำ ทำให้ชาวบ้านที่นี่ทำเกษตรเป็นอาชีพหลัก ซึ่งนอกจากจะปลูกพืชแบบผสมผสาน และ หนึ่งในนั้นก็คือสวนพุทราของลุงป๊อก ที่นอกจากจะส่งขายแล้วก็ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเก็บสดๆกันได้ถึงในสวน ซึ่งช่วงที่เรามานั้นถือว่าเป็นช่วงที่พุทรากำลังให้ผลผลิตเลยหล่ะค่ะและลุงป๊อกยังอาสาที่จะสอนวิธีการเก็บพุทราให้รู้ด้วยค่ะ ซึ่งสายพันธ์พุทราของสวนพุทราลุงป๊อกนั่นก็คือสายพันธ์ บอม ค่ะซึ่งจะมีลักษณะไม่เหมือนใครปลายลูกนั้นจะมีปลายแหลมๆและรสชาติค่อนข้างที่จะหวานกว่าสายพันธ์ปรกติ และมีความกรอบค่ะ และจากนั้นเราก็จะแวะเก็บผักริมแม่น้ำซึ่งเป็นแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวชุมชนย่านนี้กันเลยทีเดียว ผักกูดและใบบอน ที่จะนำมาทำอาหารกันถึงสองเมนู นั้นก็คือ แกงส้มผักกูด กับพริกแกงแบบฉบับของชาวไทยเชื่อสายกระเหรี่ยงที่รับรองว่าอร่อยครบรส และอีก หนึ่งเมนูพื้นบ้าน กับน้ำพริกบอนหรือแกงบอนค่ะ และในวันนี้ค่ะเราได้แม่ครัวประจำท้องถิ่นก็คือ […]

ตามอำเภอจานชวนชิม “กั้งต้มกะทิหวาน และ กั้งราดกระเทียมพริกไทย”

ตามอำเภอจานสัปดาห์นี้ เรายังอยู่กันทีบ้านเกาะโหลน ต.ราไวย์ จ.ภูเก็ต ซึ่งนอกจากกิจกรรมภายในชุมชนแล้ว ที่บ้านเกาะโหลนยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่าง ซึ่งรายการตามอำเภอจานได้พาไปทำอีกหนึ่งกิจกรรมที่คนชอบทะเลไม่ควรพลาดด ตามอำเภอจานสัปดาห์นี้เราจะพาคุณผู้ชมไปสนุกกับการดำน้ำที่เกาะเฮ และต้องบอกว่าบริเวณเกาะเฮนั้น นอกจากจะมีกิจกรรมทางน้ำที่หลากหลายแล้ว ใครที่ไปดำน้ำ จะได้เห็นความสวยงามของปลาหลากหลายชนิดอีกด้วย นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่เกาะเฮนั้น หากเดินทางมาด้วยตัวเองจากท่าเรืออ่าวฉลอง จะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30-40 นาที แต่หากเดินทางมากับชุมชนบ้านเกาะโหลนนั้น นอกจากจะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าแล้ว ยังใช้เวลาในการเดินทางเพียง 15-20 นาทีเท่านั้นเองค่ะ ความสวยงามของ“เกาะเฮ” เป็นเกาะที่มีชายหาดสวยงามทั้งหน้าเกาะและหลังเกาะ มีที่พักและร้านอาหาร ปะการังกิ่ง และปะการังจานเป็นแนวยาว มีปลาเล็กปลาน้อยสีสันสวยงามค่ะ เช่น ส่วนด้านหลังของเกาะก็มีหาดทรายขาวให้พักผ่อน เล่นน้ำทะเลใส และมีปะการังเช่นเดียวกับหน้าเกาะ แต่เงียบสงบเป็นส่วนตัวกว่า นอกจากนี้ยังมี “เกาะราชาใหญ่” เพราะน้ำทะเลรอบเกาะใสตลอดทั้งปี และมีปะการังที่มีความสวยงามและสัตว์น้ำต่างๆ ที่หายากต่างจากจุดดำน้ำอื่นๆ เช่น ปะการังเขากวาง ปะการังแข็งชนิดต่างๆ ปลาไหลทะเล ปลากระเบน ปลาปักเป้า ปลาหมึกยักษ์ โดยเฉพาะบริเวณอ่าวขอนแค และอ่าวหลา หลังจากที่สนุกกับกิจกรรมต่างๆของชุมชนกันไปแล้ว เมื่อน้ำลดก็ได้เวลาออกหาวัตถุดิบอีกครั้ง ซึ่งที่ชุมชนบ้านเกาะโหลน ยังมีอีกหนึ่งวัตถุดิบท้องถิ่นที่ชาวบ้านนิยมรับประทาน แต่ไม่นิยมหาเพื่อนำไปขายเพราะหาได้ยาก นั่นก็คือ กั้ง-ตั๊กแตนลายเสือ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า กุ้งแข่บค่ะ รูของเจ้ากั้งนั้นจะมีลักษณะใหญ่ แต่บริเวณปากรูจะมีขนาดเล็กจากการที่มีทรายมากลบไว้บางๆ […]

ตามอำเภอจานขอ ชวนชม ลมเย็น หม่ำไส้ปลา จังหวัดชัยภูมิ

  ตามอำเภอจานสัปดาห์นี้ พาเที่ยวชุมชน บ้านดอนละนาม ต. ละหาน อ.จัตุรัส จ. ชัยภูมิ และอาหารจานอร่อยในวันนี้เป็นอาหารจานปลาที่เราจะหาวัตถุดิบหลักกันในบึงละหาน บึงน้ำขนาดใหญ่ที่ใช้หล่อเลี้ยงชีวิตของคนในชุมชนและชาวจังหวัดชัยภูมิค่ะ การจับปลาในวันนี้เราจะใช้อุปกรณ์ที่มีชื่อเรียกว่าอีหลงหรือลอบดักปลา ภูมิปัญญาชาวบ้านที่นำตาข่ายมาขึงกับไม้ไผ่โดยเว้นช่องว่างไว้เพื่อให้ปลานั้นเข้าไปข้างในได้แต่จะออกมาไม่ได้อีก หลังจากที่เราวางอีหลงจนครบแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมถ้าหากมาเที่ยวกันที่บึงละหานแห่งนี้ก็คือการได้นั่งเรือรับลมเย็นๆชมนกและดวงอาทิตย์ตกดินกันแบบชิลๆแบบสบายอารมณ์ค่ะ ทิวทัศน์ และความสวยงามของธรรมชาติและชาวบ้านที่ออกมาหากินตามลำคลองที่ ชุมชน บ้านดอนละนาม อาชีพหลักของชาวบ้านดอนละนาม ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ คือการทำการเกษตรและประมงพื้นบ้าน พื้นที่ของชุมชนบ้านดอนละนาม จะมีพื้นที่ติดกับ  “ลุ่มบึงละหาน” ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เป็นที่ลุ่มรองรับน้ำจากหนองลำคันฉู และ ห้วยต่างๆ เช่น ห้วยกอก ห้วยหลัว เป็นทางน้ำเข้าสู่บึงละหานและไหลลงสู่แม่น้ำชี ลุ่มบึงละหานจะมีน้ำขังตลอดทั้งปีเลยหล่ะค่ะ และเมื่อเราได้ชมความสวยงามของบึงละหานกันไปแล้ว  อี้หลงหรือลอบดักปลาที่เราวางไว้ข้ามคืน เราจะกลับไปกู้ลอบขึ้นมาดูว่ามีปลาอะไรติดมาให้เราได้นำกลับไปทำเมนูจานอร่อยอย่างหม่ำไส้ปลากันบ้าง  ซึ่งปลาที่เราได้มาก็มีหลายชนิด เช่น ปลาตะเพียน  ปลาตอง และปลาสลิด นอกจากนั้นน้าโตดยังพาเราไปรู้จักกับวิธีการหาหอยขมของคนในชุมชนซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาพื้นบ้านโดยใช้ก้านตาลหย่อนลงไปเพื่อให้หอยขมนั้นเกาะที่ใบตาลจากนั้นจะดึงขึ้นมาเคาะกันบนเรือ เรียกว่าตัวไม่มีเปียกเลยล่ะค่ะ เมื่อเราได้มาสัมผัสวิถีชีวิตของคนในชุมชนแล้วเราจะกลับฝั่งเพื่อนำปลาที่ได้กลับไปทำจานเด็ดอย่างหม่ำไส้ปลากันต่อค่ะ วิธีการทำ หม่ำไส้ปลา ก็จะนำเนื้อปลาที่ได้มาสับรวมกับเครื่องในปลาค่ะ พร้อมกับนำกระเทียม ข้าวคั่ว แล้วก็ข้าวเหนียวที่นึงสุกแล้วลงมาผสมคลุกเคล้ากันค่ะ และโรยด้วยเกลือนิดหน่อย ตั่งกระทะไฟออ่นๆ นำลงไปผัด พร้อมด้วยใบมะกรูด ตะไคร้ […]

ตามอำเภอจานพาไปชิม “หมึกสายต้มหวานและยำหมึกสาย” เมนูจานเด็ดจากท้องทะเล

ตามอำเภอจานสัปดาห์นี้ พาเที่ยวชุมชนชุมชนอ่าวคั่นกระได ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมแนะนำเมนูเด็ดจากท้องทะเล “หมึกสายต้มหวานและยำหมึกสาย” รับรองความอร่อย สวัสดีค่ะพ่อแม่พี่น้องสัปดาห์นี้ตามอำเภอจานจะพาไปพบกับวัฒนธรรมของชาว ชุมชนอ่าวคั่นกระได ชุมชนประมงที่มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างวัดอ่าวน้อยหรือวัดเขาถ้ำซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์และสวยงามอีกหนึ่งแห่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาสักการะพระนอนใหญ่พร้อมทั้งชมทิวทัศน์ของทะเลอ่าวคั่นกระไดไปพร้อมๆกันค่ะ หนึ่งไฮไลท์สำคัญของวัดอ่าวน้อยคือ ถ้ำพระนอน ที่ตั้งอยู่บนภูเขาฝั่งติดทะเลอ่าวน้อย นักท่องเที่ยวจะต้องเดินขึ้นไปตามบันได พร้อมชมวิวทะเลจากมุมสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะมีจุดพักให้หนึ่งจุดสำหรับคนที่เดินระยะยาวไม่ไหว ถ้าเป็นนักเดินทางขาลุยใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีก็สามารถเดินถึงถ้ำได้อย่างสบาย แนะนำว่าไม่จำเป็นต้องรีบเดินให้ถึงถ้ำ แต่ค่อยๆชมความงามของทิวทัศน์ทะเลด้านล่างระหว่างทางไปเพลินๆค่ะ นอกจากนั้นวัดอ่าวน้อยยังมีโบสถ์ไม้สักทองที่สวยงามตระการตาให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปสักการะกราบไหว้พระประธาน ที่แกะสลักจากหยกพม่าถึง 4 องค์ รวมไปถึง ภายในตัวโบสถ์ยังมีภาพแกะสลักเกี่ยวกับเรื่องราวพุทธประวัติขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเรื่องราวของรามเกียรติ์ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันอีกด้วยค่ะ หลังจากที่เราชมความสวยงามของโบสถ์ไม้สักทองและกราบสักการะพระนอนใหญ่กันเรียบร้อยแล้ว วันนี้ตามอำเภอจาน จะพาคุณผู้ชมออกเรือหาวัตถุดิบที่เรียกว่าหมึกสายกลับมาทำจานเด็ดที่มีชื่อว่า หมึกสายต้มหวานและยำหมึกสายกัน ซึ่งก่อนที่เราจะออกเรือนั้น โนชา จะพาไปรู้จักกับอุปกรณ์ในการจับหมึกสายของชาวประมงกันก่อนที่จะออกเรือ ซึ่งอุปกรณ์ในการจับหมึกสายนั้น ชาวประมงที่นี่เรียกว่า หอยกรุ๊งกริ๊ง หรือหอยสังข์ที่ถูกนำมาร้อยเชือกเพื่อนำไปหย่อนลงสู่ก้นทะเล และเมื่อเรานำราวหอยสังข์ลงสู่ทะเลแล้ว น้าแขกชาวประมงจะพาเราไปกู้ราวหอยสังข์ซึ่งถูกวางไว้ก่อนหน้านี้เพื่อนำหมึกสายกลับไปทำอาหารจานอร่อยกันต่อ ซึ่งอุปกรณ์สำคัญในการจับหมึกสายครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาชาวบ้านนั่นก็คือ น้ำทะเลที่ถูกผสมกับเกลือนั่นเอง ซึ่งน้ำเกลือที่น้าแขกผสมนั้นจะถูกนำมาหยอดใส่เจ้าหมึกสายที่ซ่อนตัวอยู่ในหอยสังข์ ให้ออกมาอย่างง่ายดายเลยทีเดียว เมื่อได้หมึกสายมาพอที่จะทำจานเด็ดกันแล้ว ตอนนี้ถึงขั้นตอนการนำมาหมึกสายมาปรุงรสชาติให้อร่อย แต่กว่าจะได้หมึกสายต้มหวานและยำหมึกสายมาทานกันนั้น แม่ครัวอารมณ์ดีอย่างแม่นวลก็มีสูตรเคล็ดลับความอร่อยที่จะรอเสริฟให้คุณผู้ชมพร้อมๆกันค่ะ และเมนูจานแรกที่เราจะทำนั้นก็คือ”ยำหมึกสาย”วิธีการทำเราก็จะนำปลาหมึกสายมาทำความสะอาดก่อนค่ะต่อจากนั้นก็เตรียมเครื่องยำกันค่ะ และหลังจากการเตรียมเครื่องยำเสร็จแล้วเราก็จะนำปลาหมึกไปลวกกับน้ำร้อนและต่อมาก็นำมาคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงให้เข้ากันจากนั้นจัดใส่จานได้เลยค่ะ และมาต่อกันด้วยเมนูที่สองกันค่ะ “หมึกสายต้มหวาน” วิธีทำก็ง่ายๆเริ่มต้นด้วยการนำหม้อใส่น้ำตั่งไฟและเมื่อน้ำร้อนได้ที่ก็นำน้ำตาลมะพร้าวใส่ลงไปเคี่ยวให้ละลายจากนั้นนำปลาหมึกที่เราได้เตรียมใว้ใส่ลงไปในหม้อปรุงรสได้ตามชอบเสร็จแล้วตักขึ้นใส่ชามก็เสร็จแล้วค่ะ ส่วนวิธีทำเมนู “หมึกสายต้มหวานและยำหมึกสาย” โดยละเอียดนั้นติดตามได้ที่ Link […]

เที่ยวชุมชนอ่าวน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ “ภายใต้แนวคิด ความสุข และสุขภาพ” พร้อมกับเมนูเด็ดน่าลอง “แกงส้มสับปะรด และ ผัดเปรี้ยวหวาน”

  ตามอำเภอจานสัปดาห์นี้จะพาไปรู้จักกับ ชุมชนตำบลอ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ได้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรที่ยึดหลักเศษรฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต ปลูกพืชผักผลไม้แบบไม่ใช้สารเคมี เน้นความปลอดภัยทั้งตัวเกษตรเอง และผู้บริโภค เราจะมาเริ่มการเดินทางกันครั้งนี้กันที่ “ไร่ดินไทย” แหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของความเป็นชาติ ทั้งในเรื่องของพื้นที่ และอาหารการกิน  สุขแรก กับการต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยชุดผลไม้ออร์แกนิคหลากหลายชนิด ที่พร้อมเสิร์ฟให้นักท่องเที่ยวได้ชิม ก่อนที่จะได้เข้าสวน ชม และชิมผลิตไม้กันแบบสดๆจากต้น  และเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองผลไม้ที่รสชาติดี และปราศจากสารเคมี ดีต่อใจ ดีต่อกาย ซึ่ง”บ้านไร่ดินไทย” นั้นเป็นไร่ที่ปลูกพืชผักสวนครัวแบบไม่ใช้สารเคมีค่ะ ผลไม้ต่างๆนาๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้วย มะพร้าว ขนุน และอื่นๆอีกมากมายซึ่งบอกได้เต็มปากเลยค่ะว่าสดๆจากไร่กันเลยทีเดียว มาถึงที่นี่ทั้งทีก็ต้องขอชิมผลไม้สดๆจากต้นกันหน่อย และมาอร่อยสนุกไปกับการเก็บมัลเบอร์รี่สดๆจากสวนที่นักท่องเที่ยวนั้นสามารถเก็บเองได้เลยค่ะในราคาเพียงกล่องละ 50 บาท ณ ไร่บอกรักต้องบอกเลยค่ะว่าของเค้าดีจริงๆ แต่สวนแห่งนี้ไม่เพียงแต่ปลูกมัลเบอร์รี่สดๆขายเท่านั้นนะค่ะทางกลุ่มของเกษตรกรยังมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์มัลเบอร์รี่เป็นแยมมัลเบอร์รี่กันด้วยค่ะแต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ทางสวนได้กระซิบบอกมาค่ะว่าที่นั้นยังมีบริการอาหารทะเลสดซึ่งขอบอกเลยค่ะว่าสดใหม่วันต่อวันส่งตรงมาจากอ่าวคั่นกระได หลังจากนั้นก็แวะเข้าสวนสับปะรด เพื่อหาวัตถุดิบสำคัญของความอร่อย ที่มีถึง 2 เมนู นั่นคือ แกงส้มสับปะรด และผัดเปรี้ยวหวาน  กับความรู้และเทคนิคการเลือกสับปะรดสำหรับนำมาทำอาหารแต่ละประเภท เอาหล่ะค่ะเมื่อได้วัตถุดิบมาครบแล้วก็ได้เวลาปรุงอาหารกับพริกแกงรสจัดจ้านสูตรแม่ครัวประจำไร่ดินไทย กับสูตรพริก 3 อย่าง อร่อยเด็ดเผ็ดร้อนตัดกับรสเปรี้ยวอมหวานของสับปะรด และความสดของปูกุ้ง และปลา ที่ส่งตรงจากอ่าวคั่นกะได […]

ตามอำเภอจานชวนชิมเมนูจาก”ดอกโสน”เมนูเด็ด จ.พระนครศรีอยุธยา

ตามอำเภอจานวันนี้เราจะพาท่านผู้ชมมาชิมเมนูจาก “ดอกโสน” ที่มีสรรพคุณมากมาย สาธยาย ไม่หมดแหม๋..ข้อดีเยอะซะขนาดนี้ตามไปดูกันเลยค๊าา วันนี้รายการตามอำเภอจานจะพามาชมเมืองแห่งอารยธรรมเก่าแก่กันที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาที่นี่ทั้งทีก็ต้องตื่นมารับอากาศยามเช้า.. เปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อน ณ โฮมสเตย์เรือนไทยหลังใหญ่ริมคลอง ท่ามกลางความสงบ ร่มรื่น และเสียงนกร้องรับอรุณฯ ก็ต้องล่องเรือนำเที่ยว ชมบรรยากาศสองฝั่งคลอง ณ คลองรางจระเข้ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ไหว้พระ และชมเรือโบราณอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี ณ วัดเกาะราษฎร์ศรัทธาธรรม ยามบ่าย… ได้เวลาดอกโสนเบ่งบาน ใครว่าดอกโสนบานเช้าไม่จริ๊งไม่จริง ดอกโสนจะบานช่วงบ่ายๆไปจนถึงเย็น  ลงเรือเก็บดอกโสน ที่กินได้ทั้งดอกตูม และ ดอกบาน ถ้าจะให้รสชาติดี ต้องเป็นดอกโสนที่ขึ้นใกล้น้ำตามลำคลอง จะไม่มีรสขมเหมือนดอกโสนที่ขึ้นบนบก   ดอกโสนนั้น จัดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีอายุ 1 ปี มีความสูงของต้นได้ประมาณ 1-4 เมตร เปลือกลำต้นเรียบ เป็นเหลี่ยมหรือมีร่องละเอียดตามความยาวของลำต้น เนื้อไม้อ่อนและกลวง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด เติบโตได้ในบริเวณที่มีน้ำขังในดินแถบภาคกลางและดินเหนียว พบขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยมักพบขึ้นในพื้นที่ที่มีน้ำขัง แถบลุ่มน้ำ ริมทาง ริมหนองน้ำ คลองบึง นั่นเองค่ะ […]

เชิญพบกับ 2 เมนูเด็ดของชาวพังงา!! แกงหอยกะพงผัดพริกไทดำและแกงหอยกะพงใบชะพลู

แหม๊ะ…ได้ยินชื่อน้ำลายสอกันเลยทีเดียวเมนูเด็ดของชาวพังงา!! แกงหอยกะพงผัดพริกไทดำและแกงหอยกะพงใบชะพลู   ตามอำเภอจานสัปดาห์นี้ มารู้จักชุมชนประมงที่มีรายได้หลักมาจากการหาหอยกะพง ณ ที่ชุมชนบ้านใต้บางเตย อ.เมือง จ.พังงา  เป็นชุมชุมที่มีการทำหอยกะพงกันมาช้านานและวันนี้เราจะมาเรียนรู้วิถี และวิธีการเก็บหอยกะพงของชาวบ้านใต้บางเตย จ.พังงา พร้อมปิดท้ายด้วยเมนูเด็ด “แกงหอยกะพงผัดพริกไทดำและแกงหอยกะพงใบชะพลู” นั่นเอง การออกเรือไปหาหอยกะพงของชาวบ้านนั่นจะออกในช่วงเวลาที่น้ำลด เพราะหอยกะพงนั้นจะอาศัยอยู่บริเวณหาดโคน เรียงรายติดกันอยู่เป็นแผงสามารถจับได้ง่าย แต่เครื่องแต่งกายนั้นต้องพร้อมทั้ง ถุงมือ ถุงเท้า และรองเท้า เหตุที่เราจะต้องสวมเครื่องป้องกันนั่นก็เพราะจะช่วยป้องกันหอยบาดเวลาจับแล้วยังป้องกันเวลาที่เราทำความสะอาดหอย ด้วยการนำหอยใส่ถุงอวนและใช้เท้าเหยียบให้ตัวหอยนั้นแยกออกจากกัน หอยกะพงที่ชาวบ้านจับนั้นคือหอยกะพงพันธุ์ใหญ่ มีเปลือกสีเข้มและหนากว่าหอยกะพงพันธุ์เล็กที่จะมีเปลือกสีเขียวอมน้ำตาลและบางกว่า หอยกะพงนั้นสามารถเก็บได้ตลอดทั้งปี จึงทำให้ที่นี่นอกจากจะขายส่งกันทั้งแบบเปลือกและแกะขายแล้วก็ยังมีการนำมาแปรรูปทำหอยสามกันอีกด้วยรายได้เห็นๆใช่ไม๊หล่ะค่ะท่านผู้ชม เอาหล่ะหลังจากที่เราได้หอยกะพงตามที่ต้องการแล้วเราก็จะนำมาล้างแล้วค่อยๆแงะตัวหอยออกมาแบบนี้หล่ะค่ะ จากนั้นเราจะพากันตั้งเตาทำอาหารจากหอยกะพงกับแม่ครัวใจดีที่มาพร้อมฝน ที่มาบอกวิธีการทำเมนูหอยให้อร่อย อย่างการลวกหอยให้สุกก่อนนำมาปรุงอาหาร กันถึง 2 เมนู  กับหอยกะพงผัดพริกไทดำที่มีวัตถุดิบง่ายๆแต่อร่อยถึงใจ และแกงหอยกะพงใบชะพลู แหม๊ะได้ทั้งความอร่อยและประโยชน์จากใบชะพลู ครบเครื่องความแซ๊บ!!..ขนาดนี้โปรดติดตามชมขั้นตอนการทำเมนู “แกงหอยกะพงผัดพริกไทดำและแกงหอยกะพงใบชะพลู” โดยละเอียดได้ตาม Link ด้านล่างนี้นะคะ สามารถติดตามรายการ ตามอำเภอจาน ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 12.00 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

สูญเงินหลักล้าน!!สมาชิกบ.ขายตรงหอมระเหย ร้องสื่อ หลังเจอข้อหาฉ้อโกงประชาชน (คลิป)

หลายคนคงจำกันได้ ครั้งดีเอสไอประสานกองปราบ บุกทลายออฟฟิศเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ขายตะเกียงน้ำมันหอมระเหยกลางกรุง เมื่อช่วงปี 2555  หลังมีธุรกิจขายตรงบังหน้าเปิดระดมทุนจากสมาชิกรายละ 2 แสนบาท แลกกับผลตอบแทน 4 หมื่นบาทต่อเดือน จนมีผู้เสียหาย หลงเชื่อร่วมนำเงินเข้าลงทุนมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาทพร้อมตั้งข้อหาให้กับผู้ที่ทำกระบวนการเหล่านี้ ในฐานฉ้อโกงประชาชนและกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง ล่าสุด ( 8 พ.ค.2560) เวลา 14.15 น.  นายสมศักดิ์ เลื่อนสันเทียะ สมาชิกบริษัทขายตรงน้ำมันหอมระเหยและเพื่อนสมาชิก ได้เข้าร้องเรียนในรายการคลายทุกข์ชาวบ้านว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้วหลังบริษัทถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เข้าจับกุมผู้บริหารบริษัท ฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน จากการทำธุรกิจขายตรงบังหน้า แต่กลับเปิดระดมทุนสมาชิกโดยให้ผลตอบแทนสูง พร้อมโน้มน้าวให้สมาชิกไปหาลูกข่ายมาสมัครต่ออีกทอดหนึ่ง ผ่านไปเกือบ 5 ปีหลังสมาชิกชุดแรกถูกจับกุมวันนี้พวกเขาบางรายเริ่มตกเป็นผู้ต้องหา จึงต้องการแสดงตัวตนว่าพวกเขาแม้จะเป็นแม่ข่าย แต่ถือเป็นผู้เสียหายเช่นกัน มูลค่าความเสียหายแต่ละรายไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท ถึง 3 ล้านบาท สมาชิกบริษัทขายตรงน้ำมันหอมระเหย กล่าวว่า ตอนแรกตนเองเริ่มทำธุรกิจแบบแฟรนไชส์และสมัครบัตรแบบสมาร์ทการ์ด ราคา 1,600 บาท พร้อมเข้าอบรมของบริษัท ตามกระบวนการของแต่ละบริษัท […]

ชาวบ้านเดือด! ฮือไล่เจ้าอาวาสวัดบ้านสร้าง หลังออกกฎเยอะ เก็บตังค์ทุกเม็ด (คลิป)

จากกรณีที่ชาวบ้านกว่า 200 คน ในตำบลบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมตัวกันที่วัดบ้านสร้าง เพื่อขับไล่ พระสมุห์สวัสดิ์ กิตติสาโร เจ้าอาวาสวัดบ้านสร้าง ให้พ้นไปจากวัดโดยเร็วที่สุด เนื่องจากออกกฎระเบียบที่เรียกปัจจัยเงินทองมากเกินไป อาทิ ราคาเผาศพ หรือแม้แต่ออกกฎห้ามไม่ให้มีการแห่นาครอบโบสถ์ กรณีที่จัดงานบวช ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด กระทั่งเจ้าคณะอำเภอบางปะอิน ต้องเข้ามาเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งของเจ้าอาวาสกับชาวบ้าน ล่าสุด 5 พฤษภาคม 2560 ตัวแทนชาวบ้านตำบลบ้านสร้าง ได้เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผ่านรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ออกอากาศเวลา เวลา 14.15 น. โดยนางสวาท มารุเกล้า หนึ่งในตัวแทนชาวบ้านยืนยันว่า เจ้าอาวาสมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อการเป็นพระสงฆ์ ทั้งเรื่องความไม่โปร่งใสต่อการบริหารจัดการเงินในวัด การเรียกเก็บเงินทุกอย่างล่วงหน้าเป็นค่าเช่า กำหนดอัตราราคาสำหรับจัดพิธีฌาปนกิจศพ รวมถึงการจัดพิธีอุปสมบท ที่มีขั้นตอนปฏิบัติผิดไปจากวัดอื่นทั่วไป “มันเกิดขึ้นมานานแล้ว พอเราปล่อยก็เหมือนเขาบ้าอำนาจ ไม่อ่อนข้อให้ชาวบ้าน เขาจะเอาความคิดเขาเป็นใหญ่” ขณะที่นางวาสนา ภาคอินทรีย์ ชาวบ้านอีกรายบอกด้วยว่า เป็นเจ้าอาวาสทำไมไม่ทำตัวให้เหมาะสม ด่าประชาชนแล้วยังด่าพระด้วย นอกจากนี้ยังบริหารเงินในวัดไม่โปร่งใส นางวาสนากล่าวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า “ตั้งแต่เริ่มเป็นเจ้าอาวาสมา บ้าสุด ๆ สติแตก ไม่ฟังใคร […]

keyboard_arrow_up