เดินเที่ยวด้วยสองขา…ที่บ้านสามขา

“งานแกะสลักไม้ ผ้าฝ้ายสีธรรมชาติ ปศุสัตว์ไร่นา ข้าวปลากาแฟ ล้วนแต่เกษตรอินทรีย์” บ้านสามขา ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ชื่อที่อาจฟังดูแปลกนี้ มีที่มาจากตำนานของหมู่บ้านที่เล่าสืบต่อกันมาเป็นนิทานในท้องถิ่น เกี่ยวกับการย้ายถิ่นฐานของบรรพบุรุษจากบ้านเหล่าหนองปล้อง งูใหญ่ และเก้งสามขา สะท้อนความเชื่อดั้งเดิมของคนในพื้นที่ หากใครสนใจตำนานดังกล่าวลองค้นหาดูจากอินเทอร์เน็ตได้ไม่ยาก แต่หากใครที่ชื่นชอบบรรยากาศลมโชย มองไปเห็นท้องนาสุดลูกหูลูกตา ทอดสายตาไปก่อนจะพบภูเขาลูกโตมีหมอกปกคลุมอยู่เบื้องบนแล้วละก็ ไปเยือนบ้านสามขากันเถอะ ชุมชนเข้มแข็ง เกษตรอินทรีย์ ปัจจุบันบ้านสามขา มีจำนวนประชากรประมาณ 170 ครัวเรือน ชาวบ้านนิยมใช้น้ำจากยอดดอยในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องสารเคมีตกค้างในแหล่งน้ำ เนื่องจากทุกคนสืบทอดวิถีชีวิตเกษตรกรอย่างพึ่งพาอาศัยธรรมชาติ ใช้ภูมิปัญญาตั้งแต่บรรพบุรุษผสมผสานกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มาปรับใช้ ทำให้การทำไร่นาปลูกข้าว ปลูกกาแฟ เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย ฯลฯ ดำเนินไปบนพื้นฐานของการเกษตรอินทรีย์ทุกครัวเรือน นอกจากส่งผลดีกับสุขภาพของชาวบ้านแล้ว ยังเป็นมิตรกับเราซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเยือนบ้านสามขาอีกด้วย เที่ยวได้ทั้งสายลุย และสายศิลป์ ไม่เพียงแต่มีจุดเด่นในการเป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ แต่หากใครได้มาเยือนที่นี่ ยังมีกิจกรรมให้คุณได้สัมผัสแบบครบทุกรสชาติเลยทีเดียว ใครที่เป็นสายลุย ชอบการเรียนรู้วิถีชีวิตการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่า ก็มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางสำรวจป่าและชมพันธุ์ไม้พื้นถิ่น ลองหุงข้าวประกอบอาหารแบบดั้งเดิมด้วยมือคุณเองโดยมีชาวบ้านสามขาคอยแนะนำอยู่ข้าง ๆ นอกจากจะย้อนอดีตของชาวบ้านแล้ว ยังคล้ายว่า เราย้อนกลับไปเป็นลูกเสือเนตรนารีกันอีกครั้ง ส่วนใครที่เป็นสายศิลป์ ที่นี่ก็มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำงานศิลปะหัตถกรรมอย่างง่าย ๆ เช่น ทำตุง […]

บ้านโฉลกหลำ…วันเดียวเที่ยวไม่จบ

เที่ยวทะเลไหนดี… คำถามนี้ อาจมีคำตอบมากมาย แต่ท้ายสุดและสุดท้าย มาจบลงที่ “เกาะพะงัน” พอบอกเกาะพะงัน เพื่อน ๆ มักบอกเป็นเสียงเดียวกัน ฟูลมูนปาร์ตี้… ไม่ใช่ค่ะ ไม่ได้เที่ยวฟูลมูน แต่ทริปนี้ขอมาดื่มด่ำกับธรรมชาติและดูวิถีชีวิตชาวเลของชาวบ้าน เพราะเชื่อว่าที่เกาะพะงันยังมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจให้ใกล้ชิดธรรมชาติอีกหลายจุด “บ้านโฉลกหลำ” ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่เราเลือกเป็นแหล่งเช็คอิน เพื่อเติมพลังให้กับตัวเอง โดยไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อนเลยว่า ชุมชนแห่งนี้เคยโด่งดังและเป็นที่รู้จักของคนทำอาชีพทางทะเล เพราะ มีหน้าอ่าวที่ใหญ่ เรือสัญจรไปมาทางน้ำเส้นทางนี้ต้องแวะมาจอดที่นี่ จึงเคยเป็นจุดที่เฟื่องฟูมีคนเข้าออกพลุกพล่าน แต่นั่นเป็นอดีตเมื่อประมาณเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา เพราะปัจจุบัน ชุมชนแห่งนี้ดำรงวิถีชีวิตประมง ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมพื้นฐานแบบเรียบง่าย ไม่มีคนเข้าออกมากมายเหมือนแต่ก่อน เพราะหน้าอ่าวที่เคยเป็นร่องลึกเกิดตื้นเขินโดยธรรมชาติ ทำให้เรือเข้ามาจอดไม่ได้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ เริ่มมีนักท่องเที่ยวสายชิลล์ ชอบธรรมชาติ เริ่มมาเที่ยวมากขึ้นแล้ว ชาวบ้านจึงลุกขึ้นมาบริหารจัดการเปิดบ้าน และทำรีสอร์ทเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ป้าเจ้าของร้านอาหารที่ไปทานยิ้มยิงฟันขณะเล่าให้ฟังว่า บ้านโฉลกหลำ เพิ่งได้รับรางวัลชมเชย จากการคัดเลือกชุมชน OTOP นวัตวิถี จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเร็ว ๆ นี้ด้วยนะ ดีจริง […]

ล่องเรือ เข้าสวน ชวนเก็บดอกบัวแบบชาวชุมชนริมคลองมหาสวัสดิ์

ในวันที่อยากพักสบายๆ แต่ไม่มีเวลามากนัก และกำลังมองหาแหล่งท่องเที่ยวไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แค่คลิกปลายนิ้วใน Social Media ก็มีตัวเลือกมากมายผุดขึ้นมาให้เลือก แต่ด้วยความที่อยากใกล้ชิดธรรมชาติ ได้สัมผัสกลิ่นอายความเป็นชนบทเล็ก ๆโดยไม่ต้องขับรถเหนื่อยมาก เลยมีมติเป็นเสียงเดียวกันว่า ล่องเรือเข้าสวนฟังเสียงต้นไม้บ้างก็น่าจะดี แถมอยู่ใกล้แค่เอื้อมนี่เอง บ้านศาลาดิน นครปฐม คือสถานที่ที่เราเลือกไปเที่ยวกัน… พอได้มาเยือน จึงได้รู้ว่าชุมชนบ้านศาลาดิน เป็นหนึ่งในชุมชนเก่าแก่ ริมคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งเป็นคลองสายประวัติศาสตร์เส้นสำคัญที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าให้ขุดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2400 เพื่อเชื่อมระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำท่าจีน ให้ใช้เป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ จากชุมชนที่พึ่งพาการทำนาข้าวเป็นอาชีพหลักในอดีต ทุกวันนี้ชาวชุมชนบ้านศาลาดิน กลายเป็นต้นแบบในการน้อมนำศาสตร์พระราชาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในการบริหารจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการทำเกษตรแบบผสมผสาน นำวิถีชีวิตและความงามแห่งอัตลักษณ์มาพัฒนาเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจนมีชื่อเสียง ความเจ๋งของชาวชุมชนบ้านศาลาดินอยู่ตรงที่พวกเขาได้รวมตัวกัน โดยใช้เวลากว่า 20 ปี ฟื้นฟูคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยหมดความสำคัญจนกลายเป็นแหล่งทิ้งขยะและเต็มไปด้วยผักตบชวา ให้กลับคืนมาสวยงามมีชีวิตชีวาอีกครั้ง เริ่มจากการนำเอาวิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมชุมชน มาสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรโดยใช้จุดเด่นความเป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำตั้งแต่ครั้งโบราณมาเป็นจุดเชื่อมโยง แน่นอนว่าไฮไลท์เด็ดของที่นี่ คือ การล่องเรือไปเช็คอินจุดชมวิวซึ่งมีหลายจุดด้วยกัน โดยชาวบ้านได้รวมกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนล่องเรือชมสวนเรียบคลองมหาสวัสดิ์ ขึ้นมา มีการบริหารจัดการเรื่องท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเสน่ห์ชุมชนตลอดสองฝั่งคลองในราคาเป็นกันเองมาก ๆ […]

keyboard_arrow_up