จับฉ่าย | เที่ยวตามรอย ‘พ่อหลวง’ ที่เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก EP.17

  ทัวร์จับฉ่ายทริปนี้ ขอพาทุกคนไปเที่ยวตามรอย “พ่อหลวง” ที่ เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดยาวที่สุดในประเทศไทยและในโลก สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเก็บกักน้ำในช่วงหน้าฝนไว้ในหน้าแล้ง และควบคุมไม่ให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร ไร่นาและพื้นที่การเกษตรในหน้าฝน โดยสร้างครอบฝายท่าด่านเดิม นอกจากนี้ เขื่อนขุนด่านปราการชล ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาชมวิวเหนือสันเขื่อน สามารถมองเห็นตัวเมืองนครนายกและอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ที่สันเขื่อน และยังสามารถเช่าเรือหางยาวเพื่อชมน้ำตกที่อยู่ลึกเข้าไปในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนได้อีกด้วย ติดตามชมในคลิปนี้กันได้เลย ———————————————————————————— ติดตามอมรินทร์ ทีวี ได้ที่ ทีวีดิจิทัล หรือ กล่องดิจิทัลทีวี ช่อง 34 Website : http://www.amarintv.com Facebook : https://www.facebook.com/AMARINTVHD Twitter : https://twitter.com/amarintvhd Instagram : https://www.instagram.com/amarintvhd Youtube : https://www.youtube.com/c/amarintvhd Line : http://line.me/ti/p/@amarintvhd ติดต่อโฆษณา 02-422-9191 ต่อ 2505 และ 098-901-5788

เปิดใจ ‘ปีเตอร์ คัมมินส์’ อดีตช่างภาพผู้ตามเสด็จ …ทุกพระราชดำรัสของในหลวง ร.9 คือแสงนำทางชีวิต

อมรินทร์ทีวี ออนไลน์ ได้มีโอกาสเข้าร่วมการสัมภาษณ์พิเศษ คุณปีเตอร์ คัมมินส์ อดีตช่างภาพผู้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในงานแข่งขัน “เคปพันวา โฮเทล ภูเก็ต เรซวีค” เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งภายในงานยังได้มีการมอบหนังสือที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ชื่อว่า “His Majesty King Bhumibol Adulyadej the Great” The Legendary Royal Sailor เป็นหนังสือที่รวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำไมถึงเลือก “เมืองไทย” ให้เป็นปลายทางชีวิต? ปีเตอร์ : เรื่องมันยาวมาก ปัจจุบันผมอายุ 80 กว่าปีแล้ว ผมจากบ้านเกิดบนเกาะทัสมาเนีย ในออสเตรเลีย เมื่อปี ค.ศ.1955 (พ.ศ.2498) ขณะนั้นอายุได้ 20 ปี และออกเดินทางท่องเที่ยวรอบโลกพร้อมกับทำงานไปด้วย ไปทั้งประเทศแคนาดา สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก ยุโรปตะวันตก, ตะวันออกกลาง และเอเชีย ชีวิตที่เกาะทัสมาเนียแตกต่างจากเมืองไทยมาก ผมไม่รู้จักโลกภายนอกที่กว้างใหญ่นัก แต่พอได้ทำงาน และร่วมกับสมาคมต่างๆ […]

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดทำ ‘ศาสตร์และศิลป์พระราชา’ หนังสือเฉลิมพระเกียรติพระอัจฉริยภาพในหลวง รัชกาลที่ 9

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงได้จัดทำหนังสือ “ศาสตร์และศิลป์พระราชา” ขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระอัจฉริยภาพด้านต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และได้พบว่านอกจากพระราชภารกิจที่เกี่ยวข้องกับ “ศาสตร์” หรือความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ในพระราชกรณียกิจแล้ว พระองค์ยังทรงมี “ศิลป์” ในการเข้าถึงประชาชน และทรงมี “ศิลป์” ในพระราชหฤทัยด้วย ดังนี้ 1. ด้านวรรณกรรมและภาษา 2. ด้านศิลปะการแสดง 3. ด้านแนวทางปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณีและเทศกาล 4. ด้านความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล 5. ด้านการเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว 6. ด้านงานช่างฝีมือ ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจหนังสือ “ศาสตร์และศิลป์พระราชา” สามารถเข้าไปอ่านเนื้อหาและชมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ตลอดระยะเวลา 70 ปี รวมทั้งพระอัจฉริยภาพในด้านต่าง ๆ ของพระองค์เพิ่มเติมได้ที่ book.culture.go.th

เดินหน้าโครงการ ‘รวมพลังตามรอยพ่อฯ’ ปี6 ขยายผลจัดการ ดิน-น้ำ-ป่า ตามศาสตร์พระราชา

เดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 6 อย่างต่อเนื่อง กับโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ตั้งเป้า 4 กิจกรรมเอามื้อ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากโครงการพระราชดำริฯ มากำหนดพื้นที่เป้าหมาย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงแสดงความห่วงใยประชาชนต่อปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง พร้อมสานต่อแนวทางศาสตร์พระราชาด้านบริหารจัดการดิน-น้ำ-ป่า อย่างยั่งยืน โดยได้จัดงานแถลงข่าวเผยถึงแนวทางการดำเนินการในปีที่ 6 เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา ณ ฐานธรรมธุรกิจ พระราม 9 ซึ่ง ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขึ้นกล่าวแถลง พร้อมด้วยนักแสดงและพิธีกรมากความสามารถ “บอย พิษณุ” และนางเอกสาว “แพนเค้ก เขมนิจ” ก็เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย พื้นที่ฐานธรรมธุรกิจ พระราม 9 คุณ “พิเชษฐ โตนิติวงศ์ ผู้จัดการธรรมธุรกิจ” เผยว่า หลังจากธุรกิจโรงสีล้มละลาย ก็ได้มีการจัดตั้งโครงการ “ฐานธรรมธุรกิจ” เพื่อเป็นตลาดกลางกระจายสินค้าของเครือข่ายทั่วประเทศ ในราคาเป็นธรรมต่อผู้ซื้อและผู้ผลิต ซึ่งต่อไปวางแผนว่าจะทำร้านอาหารเพื่อแปรรูปผลผลิตจากเครือข่ายที่เหลือจากการขาย ตอบโจทย์คนเมืองที่ไม่ค่อยทำกับข้าวกินเอง โดยเน้นเรื่องอาหารและสุขภาพเป็นหลัก” กิจกรรมภายในงานมีทั้งการย่ำก้อนดิน เพื่อสร้างบ้านดินสำหรับร้านอาหารแปรรูป สอนเพาะเมล็ดพันธุ์กล้าไม้และทำแปลงผักในภาชนะต่างๆ […]

วธ.เผยการรื้อถอนพระเมรุมาศคืบหน้าร้อยละ 40 คาดแล้วเสร็จสิ้นเดือน มี.ค.

รมว.วธ. เปิดเผยการรื้อถอนพระเมรุมาศและอาคารประกอบ คืบหน้าร้อยละ 40 โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ วันที่ 15 ก.พ.61 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยถึงการรื้อถอนพระเมรุมาศว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 40 และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ โดยในส่วนของอาคารประกอบอื่นๆ อาทิ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร 2 หลัง จะย้ายไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ บริเวณหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี รวมถึงงานจิตรกรรมบนพระที่นั่งทรงธรรม งานจิตรกรรมโครงการตามพระราชดำริ นำไปไว้ที่ช่างสิบหมู่ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ จึงสั่งการให้รื้อถอนอย่างระมัดระวังและต้องจัดเก็บอย่างเหมาะสม พร้อมจัดทำแผนที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคต ด้าน นายณัฎฐ์ ศรีสุคนธนันท์ ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า หลังจากกรมศิลปากรได้ดำเนินการรื้อถอนพระเมรุมาศและอาคารประกอบแล้ว กรุงเทพมหานครจะเข้าไปดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณท้องสนามหลวง ทั้งการปลูกหญ้า วางระบบระบายน้ำใหม่ ซ่อมทางเท้า ซึ่งการดำเนินการประมาณ 6 เดือน หรือ 180 วัน ก่อนเตรียมพื้นที่จัดงานสำคัญต่างๆ ต่อไป

เตรียมทำฝนหลวงแก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือ หวั่นกระทบสุขภาพ-เศรษฐกิจ

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เตรียมความพร้อมปฏิบัติการฝนหลวง บรรเทาปัญหาหมอกควัน ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ พร้อมติดตามค่าปริมาณฝุ่นละอองในอากาศอย่างใกล้ชิด วันที่ 9 ก.พ.61 นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่าจากปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายนของทุกปี ทำให้เกิดฝุ่นละอองที่เป็นมลพิษจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สิ่งแวดล้อม ตลอดจนกระทบต่อภาคเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตรตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวมาโดยตลอด และได้เตรียมความพร้อมในการเร่งปฏิบัติการฝนหลวง ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ พะเยา และตาก เพื่อดัดแปรสภาพอากาศ และยับยั้งปัญหาหมอกควัน ลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ บริเวณพื้นที่ที่มีสภาพอากาศเหมาะสมต่อการปฏิบัติการ ปัจจุบันค่าปริมาณฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM10) มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะที่สถานี ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ หากค่า […]

วธ. เผยงานรื้อถอน-ย้ายพระเมรุมาศ ในหลวง ร.9 คืบหน้าร้อยละ 26 ตั้งเป้าแล้วเสร็จ มี.ค. นี้

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) กล่าวภายหลังประชุมติดตามความคืบหน้างานรื้อถอน-ย้ายพระเมรุมาศและอาคารประกอบและงานภูมิทัศน์ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นประชุมเตรียมการเพื่อรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการรื้อถอนพระเมรุมาศ อาคารประกอบพระเมรุมาศ และภูมิทัศน์ ที่มีนายวิษณุ เครืองาม  รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รับทราบความคืบหน้าการรื้อถอนพระเมรุมาศ รวมทั้งแจ้งข้อสั่งการของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งกำชับเรื่องการรื้อถอนและการเคลื่อนย้ายส่วนต่างๆ ของพระเมรุมาศ รวมทั้งบอร์ดนิทรรศการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีกำชับว่าต้องเก็บรักษาให้ดี ไม่ตากแดดและโดนฝน และจัดเก็บในที่เหมาะสม รวมทั้งให้มีการจัดทำแผนการนำไปใช้ประโยชน์ให้ชัดเจน ตลอดจนการอนุรักษ์และส่งมอบวัสดุให้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป โดยความคืบหน้าในการรื้อย้ายงานประติมากรรม จิตรกรรม งานประณีตศิลป์ จะมีการรื้อย้ายงานต่างๆ และนำไปจัดเก็บ ณ สถานที่ ประกอบด้วย 1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นสถานที่จัดเก็บพระจิตกาธานและฉากบังเพลิง 2. สำนักช่างสิบหมู่ ศาลายา เป็นสถานที่จัดเก็บประติมากรรม จิตรกรรม งานประณีตศิลป์ อาทิ เทวดา ประติมากรรมครุฑ สัตว์หิมพานต์ 3. หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จ.ปทุมธานี เป็นสถานที่จัดเก็บประติมากรรม จิตรกรรม งานประณีตศิลป์ ที่ใช้ในการจัดแสดงในอาคารนิทรรศการฯ […]

‘ครูเอื้อ สุนทรสนาน’ ดุริยกวีที่ได้รับการยอมรับระดับโลก

ตำนานท่านนี้ เปรียบเสมือนหนังสือเพลงเล่มใหญ่ ที่เต็มไปด้วยท่วงทำนองและคำร้องอันไพเราะ เป็นอมตะตลอดกาล คีตศิลปินที่ทั่วโลกยอมรับ “ครูเอื้อ สุนทรสนาน” เอื้อ สุนทรสนาน หรือ สุนทราภรณ์ เป็นนามแฝงที่ท่านใช้ตลอดอายุขัยของท่าน ในการขับร้องเพลง เป็นผู้พลิกโฉมหน้าของประวัติศาสตร์วงการดนตรีไทย ครูเอื้อได้ประพันธ์เพลงด้วยการเอาทำนองของดนตรีไทย มาผสมผสานเข้ากับดนตรีสากล จนเกิดเป็นทำนองเฉพาะ ที่เรียกได้ว่าเป็นแนวทางของ สุนทราภรณ์ โดยเฉพาะ “ทำนองเอื้อ เนื้อแก้ว” ครูแก้ว ถือเป็นคู่บุญของครูเอื้อ ที่ช่วยกันแต่งเพลงได้อย่างสอดคล้องกันทั้งคำร้องและทำนอง ความสามารถของครูเอื้อ ทำให้องค์กรยูเนสโก ยกย่องให้ท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาวัฒนธรรมดนตรีไทย-สากล ในปีพ.ศ. 2553 ทั้งรางวัลมากมาย และคำยกย่องจากหลายๆ คน เป็นสิ่งยืนยันความอัจฉริยะของครูเอื้อ เอื้อ สุนทรสนาน เป็นผู้มีความอัจฉริยะตั้งแต่วัยเยาว์ เขาสันทัดทุกแขนงเกี่ยวกับงานดนตรี ความสามารถของครูเอื้อ ทำให้ได้เข้ารับราชการในกองเครื่องสายฝรั่งหลวง กรมมหรสพ กระทรวงวัง ตั้งแต่มีอายุเพียง 14 ปี ซึ่งนับเป็นนักดนตรีที่มีอายุน้อยที่สุด แต่ด้วยความที่เป็นคนสนใจใคร่รู้ และอยากพัฒนาตัวเอง ครูเอื้อจึงได้เริ่มต้นฝึกฝนดนตรีชิ้นอื่นๆ นอกเหนือจาก ไวโอลิน ที่เคยฝึกฝนมา ครั้นพออายุ 22 ปี […]

‘ในหลวง ร.10’ พระราชทานการ์ด ‘ทรงขอบใจพสกนิกร’ ร่วมพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานการ์ดขอบใจพสกนิกรและผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ประกอบด้วย จิตอาสาเฉพาะกิจ และประชาชนทุกหมู่เหล่าที่ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคมที่ผ่านมา ความว่า บัดนี้ การพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 ได้แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์และสมพระเกียรติยิ่ง ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนทุกหมู่เหล่า ซึ่งต่างตั้งใจกระทำการทุกอย่างโดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถเพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณ จึงขอขอบใจทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ทั้งผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ทั้งผู้ที่อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์เป็นจิตจอาสาเฉพาะกิจ หรือแม้มิได้เป็นจิตอาสา แต่ก็เต็มใจช่วยเหลืองานพระราชพิธีทุกด้าน ทั้งผู้ที่อุตสาหะมาร่วมงานพระราชพิธี ในตลอดเส้นทางเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ และที่พระเมรุมาศจำลองกับซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ทุกแห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดถึงผู้ที่ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดที่ต่างระลึกมั่นในพระมหากรุณาธิคุณ ก็ส่งใจมาร่วมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยด้วยความจงรักภักดี ความสามัคคีพร้อมเพรียงกันในการสนองพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ นับเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงสุด และเป็นเครื่องยืนยันอย่างสำคัญว่า แม้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จะเสด็จสวรรคตล่วงไปแล้วแต่จะทรงสถิตอยู่ในใจของประชาชนชาวไทย ที่จดจำรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณตลอดไปไม่มีวันเสื่อมคลาย ลงท้ายพระปรมาภิไธย วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 ทั้งนี้ การ์ดขอบคุณดังกล่าวมีขนาดกระดาษเอสี่ ด้านบนซ้ายมีตราสัญลักษณ์พระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ประกอบกับภาพวาดฝีพระหัตถ์ลายการ์ตูนพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขณะออกสีหบัญชร และโบกพระหัตถ์ […]

นายกฯ สั่ง ทบ.อำนวยความสะดวก ปชช.เข้าชมพระเมรุมาศ

 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กองทัพบกอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางเข้าชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 วันที่ 2 พ.ย.60 พลตรี ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ เปิดเผยว่า ตามที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 1 รับผิดชอบ กองอำนวยการร่วม รักษาความสงบ การจัดนิทรรศการฯ ในการนี้ พลโท กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 ได้มอบหมายและสั่งการ ให้ พลตรี สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาคที่ 1เป็นผู้ควบคุม กำกับดูแล และอำนวยการประสานงาน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีกลุ่มงานที่สำคัญ 3 กลุ่มงาน คือการรักษาความปลอดภัยและการจราจร การจัดระเบียบประชาชนในการเข้าชม และการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยได้จัดให้มีการประชุม การมอบหมายสั่งการ การซักซ้อมความเข้าใจและการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดูแลพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาชมพระเมรุมาศ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสมบูรณ์ ในระหว่างวันที่ 2-30 พ.ย.60 […]

ปชช.กราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารในหลวง ร.๙ จิตอาสาคอยดูแลความสะอาด

บรรยากาศที่วัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม ในวันนี้ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารในหลวงรัชกาลที่ 9 ถึงแม้ทางวัดจะยังไม่ได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะภายในพระอุโบสถ เนื่องจากอยู่ระหว่างการเก็บสถานที่หลังจากมีพระราชพิธีบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งทางวัดได้อัญเชิญพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประดิษฐานไว้ด้านหน้าพระอุโบสถเพื่อให้ประชาชนได้สักการะแทน ซึ่งมีประชาชนนำพวงมาลัยเข้ามากราบสักการะอย่างต่อเนื่อง น.ส.รัตนาภรณ์ นิ่มดำ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา บอกกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า วันนี้ตนตั้งใจเข้ามากราบพระบรมราชสรีรางคารในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงงานหนักมาตลอด 70 ปี ด้วยตั้งแต่เกิดมาตนก็เห็นพระองค์ท่านทำงานไม่เคยได้หยุดพัก ถึงแม้พระองค์จะทรงจากไปแล้ว แต่ความรู้สึกคือพระองค์ท่านไม่เคยจากไปไหน และยังคิดถึงพระองค์ท่านอยู่เสมอ เวลาที่ท้อหรือรู้สึกเหนื่อยเพียงแค่ดูพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านก็ทำให้รู้สึกมีกำลังใจ ขณะที่ในช่วงบ่ายที่ผ่านมา พลเอกธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำข้าราชการกองบัญชาการกองทัพไทย จำนวนกว่า 300 นาย เข้าทำความสะอาด และพัฒนาพื้นที่เขตวัดราชบพิตรฯ และก่อนจะแยกย้ายกันทำความสะอาดตามจุดต่างๆ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้นำกล่าวคำปฏิญาณตน “เราทำความดีด้วยหัวใจ ” 3 ครั้ง จากนั้นนำพวงมาลัยเข้ากราบสักการะเบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9

ปชช. ยังเดินทางมากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคารหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร (คลิป)

ความเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนย่านวัดบวรนิเวศวิหาร มีผู้คนจำนวนมากที่แวะเวียนไปกราบพระบรมราชสรีรางคารที่ด้านหน้าของวัด หนึ่งในนั้นมีคุณองอาจ ณัฐวัฒนะ เปิดเผยว่าบ้านของตนอยู่ใกล้กับวัดบวรฯ จึงตั้งใจพาครอบครัว มากราบพระบรมราชสรีรางคารของในหลวง รัชกาลที่ ๙ เพราะปกติก็ดำเนินชีวิตโดยมีพระองค์เป็นแบบอย่าง รวมถึงตนยังเคยบวชเรียนที่วัดแห่งนี้ ซึ่งในหลวง รัชกาลที่ ๙ ก็เคยผนวกที่นี่เช่นเดียวกัน และตอนนี้พระบรมราชสรีรางคารของพระองค์ก็มาประดิษฐานอยู่ที่นี่ ทำให้รู้สึกว่าได้ใกล้ชิดกับพระองค์มากขึ้น

ในหลวง-สมเด็จพระเทพฯ เสด็จบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร รัชกาลที่ 9 ณ วัดราชบพิธฯ-วัดบวรฯ

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 29 ตุลาคม 2560 ขบวนกองทหารม้านําและตามตั้งขบวนพร้อมอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารจากวัดพระศรีรัตนศาสดารามโดยรถยนต์พระที่นั่ง ออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรีไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยขบวนทหารม้านํา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับรถยนต์พระที่นั่งทรงอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร กองทหารม้าตาม เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารจากรถยนต์พระที่นั่งเข้าประตูวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ แล้วเสด็จฯไปยังพระอุโบสถ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธอังคีรส พระประธาน พระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ พระราชสรีรางคารสมเด็จพระนางเจ้ารําไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ และพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระสงฆ์สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ ๓๐ รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรกแล้ว ทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส ทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตร กลองชนะ […]

ถวายงาน “ทูลกระหม่อมปู่” ร.๙ ครั้งสุดท้าย ‘พระองค์หญิงสิริวัณณวรี’ ทรงม้านำริ้วขบวนที่ 6

วันนี้ (29 ตุลาคม 60) พันโทหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงม้าชื่อ W-CALATA (เว-คาลาตา) อันเป็นม้าทรงประจำพระองค์ฯ สายพันธุ์โฮล์สไตเนอร์ วอร์มบลัด สีแซมขาว เพศเมีย อายุ 11 ปี ความสูง 170 ซ.ม. จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี นำกองทหารม้ารักษาพระองค์จำนวน 77 ม้า เพื่อตั้งริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วที่ 6 ซึ่งเป็นริ้วสุดท้าย เชิญพระบรมราชสรีรางคารทั้งหมดจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยรถยนต์พระที่นั่ง ออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร จากนั้นขบวนกองทหารม้าอีกขบวนหนึ่ง เชิญพระบรมราชสรีรางคารส่วนหนึ่ง จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร โดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปบรรจุ ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร สำหรับริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 6 ใช้เส้นทางออกประตูวิเศษไชยศรี เลี้ยวขวาไปตามถนนหน้าพระลาน แล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนสนามไชย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกัลยาณไมตรี ข้ามสะพานช้างโรงสี เลี้ยวขวาเข้าถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายเทียบที่เกยหน้าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จากนั้นออกจากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เลี้ยวขวาถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานช้างโรงสีไปตามถนนกัลยาณไมตรี เลี้ยวขวาถนนสนามไชยเข้าสู่ถนนราชดำเนินใน […]

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พระราชพิธีอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ ขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 ตุลาคม 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนถวายราชสักการะพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจํา พระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ ๓๐ รูป ที่สวดพระพุทธมนต์ แต่วันก่อนถวายพรพระ ทรงประเคน ภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระราชทานฉันแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง ทรงจุดธูปเทียน เครื่องทรงธรรม ทรงศีล พระราชาคณะ ถวายพระธรรมเทศนา จบ ถวายอนุโมทนา (บนธรรมาสน์) พระสงฆ์ ๔ รูป รับอนุโมทนา ทรงประเคนจตุปัจจัยไทย ธรรมบูชากัณฑ์เทศน์แล้วทรงทอดผ้าไตร ถวายพระเทศน์และพระสงฆ์ที่รับอนุโมทนา รวม ๕ รูป สดับปกรณ์ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง พระสงฆ์ ๘๙ รูป เท่าพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช […]

ยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติที่สุด! ทูตต่างชาติยกย่อง ‘งานพระราชพิธีฯ’ เป็นประวัติศาสตร์ระดับโลก

จากกรณีที่มีชาวต่างชาติ คอมเมนต์วิจารณ์เรื่องงบประมาณที่ใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยระบุว่าการใช้จ่ายเงินในงานพระราชพิธีนั้นฟุ่มเฟือยและไม่สมเหตุสมผล อ่านข่าว: ประโยคต่อประโยค!! จับใจความหนุ่มไทยสอนมวยฝรั่ง หลังวิจารณ์งบประมาณพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ วานนี้ (28 ต.ค.) เฟซบุ๊ก Nick de Marzo ซึ่งจากข้อมูลระบุว่าดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยกล่าวถึงความเห็นของเพื่อนทูตจากชาติต่างๆ รวม 9 ประเทศ (อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม เดนมาร์ก ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น และนิคารากัว) ซึ่งได้รับชมพระราชพิธีฯ ผ่านสื่อต่างๆ โดยต่างยกย่องว่าเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่ และสมพระเกียรติที่สุดแห่งปีเท่าที่เคยเห็นมา  ที่มา —- Nick de Marzo

‘King Rama IX’ ต้นแบบและแรงบันดาลใจสุดยิ่งใหญ่ของ ‘กษัตริย์จิกมี’ แห่งภูฏาน

จากการที่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และพระราชินี แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นับเป็นการแสดงออกที่ยืนยันว่า สายสัมพันธ์แห่งประเทศภูฏานและประเทศไทยจะยังคงทอดยาวไกล ครั้งนึงกษัตริย์จิกมีเคยมีพระราชดำรัสว่า “ข้าพเจ้ารัก เคารพ และชื่นชมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมาก พระองค์ท่านทรงเป็นสุดยอดพระมหากษัตริย์” พระองค์ทรงศรัทธาและมีในหลวง รัชกาลที่ ๙ เป็นแรงบันดาลใจในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทรงมีความคล้ายคลึงกันอย่างมากหลายประการ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยพระทัยมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อพสกนิกร จะดึกดื่นค่ำคื่นแค่ไหน ก็ยังคงทรงงานเพื่อประชาชน โดยไม่ย่อท้อต่อความเหน็ดเหนื่อย ทรงให้ความสำคัญกับธรรมชาติและป่าไม้ ทรงให้ความสำคัญกับเด็กๆ การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เด็กในวันนี้คืออนาคตของชาติในวันหน้า ทรงมองการณ์ไกลและห่วงใยอนาคตของราษฎร จึงทรงงานหนักเพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า ถึงแม้จะมีฝนตก พระองค์ก็ทรงตากฝนเพื่อพบกับราษฎรที่ตั้งใจมารอเข้าเฝ้า ทรงทำนุบำรุงศาสนา ทรงมีความสัมพันธ์อันดีกับกษัตริย์และผู้นำประเทศอื่น ทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนา เพื่อต้องการให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านกีฬา ทรงมีความสนพระทัยด้านการถ่ายภาพ ระหว่างทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทรงนั่งดื่มชากาแฟกับประชาชนชาวบ้านได้โดยไม่ถือพระองค์เลยสักนิด แม้ว่าเส้นทางในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจจะยากลำบาก ก็ทรงเสด็จไปทุกที่ หนทางอันทุรกันดารไม่เคยเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของพระองค์ ทรงเป็นกษัตริย์ยอดกตัญญู ทรงเป็นแบบอย่างของการดำเนินชีวิตคู่ ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีพระทัยอ่อนโยน ทรงใกล้ชิดกับราษฎรโดยไม่ถือพระองค์ ย้อนกลับไปเมื่อ 11 ปีก่อน (พ.ศ.2549) คนไทยเริ่มรู้จัก […]

31 พระราชอาคันตุกะ – บุคคลสำคัญจากทั่วโลก ร่วมพระราชพิธีฯ ในหลวง ร.๙

กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ภาพพระราชอาคันตุกะและบุคคลสำคัญจำนวน 31 ท่าน ที่เดินทางมาเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร โดยบุคคลสำคัญทยอยเดินทางมาถึงตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. ถึงช่วงเช้าวันนี้ สำหรับพระราชอาคันตุกะและบุคคลสำคัญทั้ง 31 ท่าน มาจากทุกทวีป ประกอบด้วยประเทศบาห์เรน สหราชอาณาจักร วาติกัน สเปน สวาซิแลนด์ เกาหลีใต้ ตองกา เวียดนาม รัสเซีย ภูฎาน เยอรมนี ตุรกี ศรีลังกา สหรัฐอเมริกา เมียนมา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เลโซโท เนปาล กาตาร์ มาเลเซีย บรูไนดารุสซาลาม นิวซีแลนด์ จีน ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น สวีเดน นอร์เวย์ เบลเยียม และ ลาว  

keyboard_arrow_up