เวลคัมทูไทยแลนด์! ‘กรุงเทพฯ’ แชมป์อันดับ 1 สุดยอดเมืองจุดหมายปลายทางของโลก

มาสเตอร์การ์ดชี้ กรุงเทพฯ ครองแชมป์อันดับหนึ่งสุดยอดเมืองจุดหมายปลายทางของโลกติดต่อกันเป็นปีที่สาม จากผลสำรวจประจำปี 2561 สามเมืองท่องเที่ยวไทย กรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา ยกขบวนยึดตำแหน่งใน 20 อันดับต้น จากผลสำรวจสุดยอดจุดหมายปลายทางโลกของมาสเตอร์การ์ดฉบับที่ 7 ประจำปี 2561 (Mastercard Global Destination Cities Index, GDCI 2018) ระบุ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และไทยเป็นเพียงประเทศเดียวในผลการสำรวจทั่วโลกที่มีเมืองท่องเที่ยวถึงสามแห่งติดอยู่ใน 20 อันดับต้น ทั้งนี้ อ้างอิงจากผลการสำรวจจากมาสเตอร์การ์ดที่เปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ ผลการสำรวจล่าสุดระบุว่า กรุงเทพฯ คือเมืองสุดยอดจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของโลกที่นักท่องเที่ยวต้องการมาเยือนและพักแรมมากที่สุด ถือเป็นการครองอันดับหนึ่งครั้งที่ห้าในรอบหกปี (นับจากปี 2555) และเป็นการครองอันดับหนึ่งต่อเนื่องเป็นปีที่สามแล้วสำหรับกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทยแห่งนี้ โดยในปีนี้มีภูเก็ต และพัทยาติดโผเข้ามาอยู่ใน 20 อันดับต้นด้วยเช่นกัน ในตำแหน่งที่ 12 และ 18 ตามลำดับ ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ภูเก็ตได้ก้าวเข้ามาอยู่ใน 10 อันดับต้นในแง่ของมูลค่าการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยว ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่มีการรวมภูเก็ตและพัทยาเข้าไว้ในการสำรวจส่วนนี้ และมีการเพิ่มเมืองสำรวจจาก 132 เมืองในปี […]

หากวันพรุ่งนี้ไม่มีมนุษย์เหลืออยู่ โลกของเราอาจจะมีหน้าตาเหมือนงานศิลปะเหล่านี้

หนึ่งในจินตนาการที่ทั้งสร้างความหวาดกลัวและความฉงนสงสัยให้กับมนุษย์ในเวลาเดียวกัน นั่นคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากมนุษย์ได้หายไปจากโลกนี้ ซึ่งได้กลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีให้ศิลปินมากมาย ที่สร้างผลงานเกี่ยวกับโลกหลังร้างผู้คนออกมาให้ได้ชมกันนับไม่ถ้วน อย่างเช่นผลงานของสองศิลปิน Nix และ Kathleen ที่สร้างโมเดลจำลองในชื่อว่า The City ที่สะท้อนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากโลกใบนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘มนุษย์’ เหลืออยู่แล้ว ที่มา : lorinix.net

หนึ่งวันไม่เท่าเดิม!? นักวิทย์ฯ เผย ‘ดวงจันทร์’ กำลังเคลื่อนที่ห่างจากโลก

แม้ความรู้เดิมของเราจะอธิบายว่าดวงจันทร์เป็นดาวบริวารของโลก แต่จากงานวิจัยล่าสุดที่ถูกเผยแพร่ทางเว็บไซต์ space.com ได้ค้นคว้าว่า ดาวบริวารอายุ 4.5 พันล้านปีดวงนี้กำลังเคลื่อนที่ห่างจากโลกออกไปเรื่อยๆ เฉลี่ยปีละ 3.82 เซนติเมตร และเมื่อดวงจันทร์อยู่ห่างออกไปแบบนี้จะส่งผลต่อการโคจรของโลกที่จะช้าลง ซึ่งทำให้เวลาในแต่ละวันนั้นยาวนานกว่าเดิมด้วย นอกจากนักวิทยาศาสตร์จาก University of Wisconsin-Madison ที่ได้ศึกษาโครงสร้างทางธรณีวิทยาของโลก การถอยห่างของดวงจันทร์นั้นไม่ได้เป็นเหตุการณ็ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนดาวบริวารดวงนี้จะเคลื่อนที่ออกห่างจากโลกตลอดเวลา เพราะเมื่อประมาณ 1.4 พันล้านปีก่อน ดวงจันทร์นั้นอยู่ใกล้โลกกว่าปัจจุบันมาก ซึ่งส่งผลให้รอบการหมุนของโลกเร็วกว่าทุกวันนี้มาก ซึ่งในตอนนั้นเวลาบนโลกอาจจะมีเพียง 18 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม หากดวงจันทร์ยังขยับห่างจากโลกเป็นระยะทาง 3.82 เซนติเมตรต่อไปเรื่อยๆ แม้จะส่งผลต่อเวลาบนโลกในทันที แต่อาจจะมีผลในอีกหลายล้านปีข้างหน้า เพราะมันอาจทำให้ช่วงเวลาเพิ่มขึ้นจนอาจต้องมีการคำนวณใหม่ ว่าเวลา 1 วันบนโลกควรจะยาวนานกี่ชั่วโมง เพราะนอกจากดวงจันทร์แล้ว ยังมีดาวดวงอื่นในระบบสุริยะ ที่มีผลต่อการหมุนของโลกตามวัฏจักรมิลานโควิทช์ (Milankovitch Cycle) อีกมาก ที่มา – space.com

เพื่อโลกที่น่าอยู่! กทม.ชวน ปชช.ร่วมกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง ลดโลกร้อน 24 มี.ค.นี้

วันที่ 8 มี.ค.61 นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า แม้ว่าปัญหามลภาวะและอุณหภูมิของโลกจะเพิ่มขึ้นแต่หาก ทุกภาคส่วนมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกัน ลดการใช้พลังงานก็จะสามารถบรรเทาปัญหามลภาวะได้ ซึ่งในปีนี้เป็นที่น่ายินดี เพราะหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ให้ความสนใจร่วมกิจกรรมปิดไฟลดโลกร้อนมากขึ้น สำหรับกิจกรรมในปีนี้กรุงเทพมหานคร ได้กำหนดจุดปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ในบริเวณสถานที่สำคัญ ประกอบด้วยวัดพระศรีรัตนศาสดารามพระบรมมหาราชวัง วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เสาชิงช้า พระราม 8 และภูเขาทอง โดยในปีนี้เน้นความเชื่อมโยงเราและโลกเพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนร่วมแสดงพลังในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการร่วม รักษ์โลก ได้มีการใช้สัญลักษณ์ WiFi เป็นการแสดงให้เห็นว่าความร่วมมือในปีนี้มีการรณรงค์ด้วยการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย โดยใส่แฮชแท็ก #connect to earth หรือ #ปิดเพื่อโลกเปลี่ยนเพื่ออนาคต ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร จึงขอเชิญชวนให้ประชาชน ร่วมกันปิดไฟที่ไม่จำเป็นในวันที่ 24 มีนาคม เวลา 20.30 -21.30 น. โดยพร้อมเพียงกันเพื่อประหยัดพลังงานที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้าฯ เตรียมกล้องโทรทรรศน์ชม ‘ปรากฏการณ์ดวงจันทร์สีเลือด’

อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ เตรียมพร้อมกล้องโทรทรรศน์ 4 ตัว จัดกิจกรรมดูปรากฏการณ์ดวงจันทร์สีเลือด ที่บริเวณสะพานสราญวิถี ในวันที่ 31 มกราคมนี้ นายเบญจพล พาลี ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 31 มกราคมนี้ อุทยานฯ ได้จัดกิจกรรม ดูจันทรุปราคาเต็มดวง หรือปรากฏการณ์ดวงจันทร์สีเลือดหรือสีแดงอิฐในรอบ 150 ปี ที่บริเวณสะพานสราญวิถี ด้านหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยนำกล้องโทรทรรศน์ดูดวงจันทร์ขณะเกิดจันทรุปราคา จำนวน 4 ตัวไว้รองรับประชาชน จากนั้นจะนำภาพจากกล้องฉายบนจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ เพื่อให้ผู้สนใจชมการเกิดปรากฏการณ์อย่างใกล้ชิดนาน 1 ชั่วโมง 16 นาที พร้อมบรรยายให้ความรู้ทางวิชาการ รวมทั้งจัดนิทรรศการ 150 ปี สุริยุปราคาเต็มดวง ณ บ้านหว้ากอ เมื่อ พ.ศ. 2411 และข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญ โดยเริ่มกิจกรรม ตั้งแต่เวลา 17.30 […]

พลาดไม่ได้! ‘จันทรุปราคาเต็มดวง’ ครั้งแรกของปี 31 ม.ค.นี้ เห็นได้ด้วยตาเปล่า

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ชวนคนไทยชมปรากฎการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” ครั้งแรกของปี วันที่ 31 มกราคมนี้ สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่านานกว่าชั่วโมงได้ทุกพื้นที่ของประเทศ ตั้งแต่เวลาประมาณ 19.51 – 21.07 น. ทางทิศตะวันออก วันที่ 26 ม.ค.61 นายศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. กล่าวว่า วันที่ 31 มกราคม จะเกิดปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” ครั้งแรกของปีนี้ ตั้งแต่เวลาประมาณ 19.51 – 21.07 น. จะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงนาน 1 ชั่วโมง 16 นาที สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าทุกพื้นที่ทั่วประเทศทางทิศตะวันออกในช่วงหัวค่ำ ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.30 น. เป็นต้นไป ที่ตรงกับช่วงที่ดวงจันทร์โคจรอยู่ใกล้โลก จะมองเห็นดวงจันทร์มีขนาดปรากฎใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย โดยดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามัวของโลกตั้งแต่เวลา 17.51 น. จากนั้นค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก เกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วนในเวลา […]

พาไปชม ‘โรงพยาบาลอูฐ’ แห่งแรกของโลก มีสัตวแพทย์มือดี-เทคโนโลยีทันสมัยมากที่สุด

เคยเห็นโรงพยาบาลสัตว์มาก็เยอะ แต่วันนี้จะพาไปเที่ยวโรงพยาบาลสำหรับอูฐ ที่ดูไบ ดินแดนแห่งทะเลทราย ภาพที่เห็นอยู่นี้คือโรงพยาบาลอูฐ เพิ่งเปิดตัวในนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างกว่า 350 ล้านบาท และถือเป็นโรงพยาบาลสำหรับอูฐแห่งแรกของโลก จุดประสงค์ เนื่องจากที่ดูไบเป็นดินแดนแห่งทะเลทราย และมีอูฐเป็นสัตว์พาหนะที่สำคัญ เมื่อล้มป่วย หรือบาดเจ็บ ก็ต้องใช้สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการดูแล โดยได้เชิญสัตวแพทย์มือดีจากหลายประเทศ เช่น อินเดีย อังกฤษ และสเปน ให้มาประจำที่โรงพยาบาลแห่งนี้ พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยมากที่สุด นอกจากการรักษาอาการบาดเจ็บ อาการป่วย หรือให้การผ่าตัดแล้ว ที่นี่ยังมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลในระยะฟื้นฟูร่างกายด้วย และในอนาคต ก็จะนำเข้าเครื่องมือสำหรับทำ MRI และ CT สแกน เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างสมบูรณ์มากที่สุด.

หมอดูชื่อดังเมืองผู้ดี เผยคำทำนายโลกปี 2018 มีทายชะตากรรม ‘คิม จ็อง-อึน’ ผู้นำเกาหลีเหนือด้วย

มาดูเหตุการณ์แนวไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ที่ก่อนหน้านี้มีหมอดูคนหนึ่งเคยทำนายเหตุการณ์ต่างๆ ของโลกเอาไว้ แล้วปรากฏว่าคำทำนายแม่นยำมาก ไม่ว่าจะเป็นผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่บอกว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ จะชนะ ผลการลงประชามติเบร็กซิทของอังกฤษ รวมถึงเคยทำนายว่าจะมีเหตุก่อการร้ายที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส ล่าสุด หมอดูรายนี้ได้ทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า 2018 นายเคร็ก แฮมิลตัน พาร์คเกอร์ หมอดูชาวอังกฤษที่เคยทำนายเหตุการณ์หลายอย่างได้อย่างแม่นยำ ได้อัดคลิปเผยแพร่ในเว็บไซต์ส่วนตัว พูดถึงเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในปี 2018 โดยนายเคร็ก บอกว่าปีหน้าจะเป็นปีที่การเมืองโลกมีความผันผวน และอีกหนึ่งเรื่องที่น่าห่วงคือวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ ส่วนประเด็นการเมือง เคร็กทำนายว่านายคิม จ็อง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือจะถูกโค่นล้มโดยประชาชนของเขาเอง และอาจจะต้องหลบหนีลี้ภัยไปอยู่ที่ประเทศจีน ส่วนการเมืองของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะรอดพ้นจากการถูกถอดถอน และจะยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ผู้นำอังกฤษอย่างนายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ จะยังครองอำนาจ ส่วนการแยกตัวจากยุโรป หรือ เบร็กซิทจะเกิดขึ้น แต่สุดท้ายจะมีการเจรจาผ่อนผันให้มีข้อตกลงการค้าเหมือนเดิม ส่วนประเด็นสิ่งแวดล้อม นายเคร็กบอกว่าภูเขาไฟวิซูเวียสที่อิตาลีจะปะทุ และผู้คนจะต้องอพยพ นอกจากนั้น ตลอดทั้งปีจะเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่รุนแรงมากขึ้น แม้แต่ในพื้นที่ที่ไม่เคยเกิดแผ่นดินไหวมานับพันปี ส่วนเหตุน้ำท่วมใหญ่ๆ จะเกิดขึ้นที่อินเดียและจีน นายเคร็กยังทำนายเกี่ยวกับเหตุก่อการร้ายด้วย โดยบอกว่าจะมีการใช้อาวุธเคมีโจมตีทางอากาศโดยใช้โดรนในเมืองใหญ่ของยุโรป อาจจะเป็นที่ลอนดอน หรือกรุงเบอร์ลิน และที่อังกฤษจะมีเหตุกราดยิงบนทางหลวง […]

ราวกับหลุดไปอีกโลก!? พบกับเสาหินรูปทรงประหลาดในอิตาลี ที่เหมือนมาจากดาวดวงอื่น

แม้โลกใบนี้จะมีความลับและสถานที่แปลกๆ ซ่อนอยู่มากมาย แต่ก็มีมีจุดบนโลกกลมๆ ใบนี้ที่ชวนให้พิศวงจนอดคิดไม่ได้ว่ามันน่าจะเป็นภาพจากดาวดวงอื่น อย่างเช่นผลงาน OtherWorld ของ Kilian Schönberger ที่ถ่ายได้จากเมืองโบลซาโน ประเทศอิตาลี ที่มีสภาพเป็นแท่งเสาประหลาดที่มีหินก้อนโตตั้งอยู่ด้านบน ซึ่งเกิดจากการกัดกร่อนของลมและฝนจนทำให้เนินดินบางส่วนหายไป จนเหลือเพัยงแท่งเสาแบบนี้ และมีหลายตั้งชื่อปรากฏการณ์นี้ว่า Earth Pyramids ที่มา – sobadsogood.com

เมื่อโลกทำเริ่มทำลายตัวเอง!? งานวิจัยเผย ‘ป่าเสื่อมโทรม’ ปล่อยคาร์บอนสูงกว่าภาคขนส่งในสหรัฐฯ

จากเดิมที่เราต่างเคยคิดกันว่า ขอแค่มีป่าก็เพียงพอจะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนได้ แต่งานวิจัยชิ้นใหม่ของสถาบัน Woods Hole Research Center และ มหาวิทยาลัยบอสตัน เกี่ยวกับอัตรการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการที่ป่าถูกทำลายนั้น พบว่ามีปริมาณมากกว่าคาร์บอนที่ถูกปล่อยจากภาคขนส่งในสหรัฐอเมริกาทั้งหมดรวมกันเสียอีก จากการสำรวจพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมในทวีปอเมริกาใต้ แอฟริกา และเอเชีย เพื่อศึกษาผลกระทบจากการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ในปัจจุบัน ทีมนักวิจัยพบปัญหาใหญ่เกี่ยวกับป่าเสื่อมโทรม ที่จากเดิมควรเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอน (carbon sink) กลับกลายเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอน (carbon source) ซะเอง เนื่องจากปล่าที่อยู่มรสภาพนี้มักมีการแผ้วถาง เผาทำลาย หรือถูกใช้ประโยชน์จนทำให้ป่าไม่อยู่ในสภาพที่สร้างดูดซับคาร์บอนได้อย่างที่ควรจะเป็น และยังปลดปล่อยคาร์บอนออกมาสูงถึงปีละ 425 ล้านตัน ซึ่งมากกว่าคาร์บอนที่ถูกปล่อยจากภาคขนส่งในสหรัฐอเมริกาทั้งหมดรวมกันเสียอีก สำหรับความหมายของป่าเสื่อมโทรมในมุมของนักวิจัยนั้น ระบุว่าหมายถึงพื้นที่ที่ยังมีสภาพเป็นป่า และมียังเรือนยอดไม้ปกคลุมในบริเวณดังกล่าว แต่ในแง่ชีวมวล (biomass) นั้นกลับถูกลดลงความหลากหลายลงไปมากถึง 75% เนื่องจากการใช้ประโยชน์และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้ป่าผืนนั้นไม่สามารถหมุนเวียนคาร์บอนในธรรมชาติได้ และกลับเป็นฝ่ายทำให้เกิดการปลดปล่อยซะเอง ดังนั้นวิธีแก้ไขที่สำคัญและควรทำอย่างเร่งด่วน นั่นคือการฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเก็บรักษาและฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำให้กลายเป็นป่าเสื่อมโทรม เพื่อปอดของโลกยังคงทำงานได้ต่อไป ที่มา – theguardian.com/

ครั้งแรกในโลก ‘ยาสีฟัน’ กับกลิ่นของการเดินทาง ที่ชวนให้คุณคิดถึงห้วงเวลาแห่งความสุข

วันเดอร์ ออฟ เดอะ เวิลด์ (Wonders of the World) ยาสีฟัน ลิมิเต็ด อิดิชั่นล่าสุดจากมาร์วิส (Marvis) แบรนด์ ยาสีฟันจากประเทศอิตาลี ภายใต้ คอนเซ็ปต์ “กลิ่นของการเดินทาง” ที่จะชวนให้คุณหวนนึกถึงห้วงเวลาแห่งความสุขจากการได้ท่องเที่ยวที่เพิ่งผ่านพ้นไป มาพร้อม 3 กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่คุณไม่อาจจะหาคำจำกัดความได้เพราะมันขึ้นอยู่กับว่าความรู้สึกหลังใช้แล้ว….ตัวคุณเองได้กลิ่นการเดินทางของคุณเป็นเช่นไร? รอยัล (Royal): กลิ่นของการเดินทางอันน่าหลงใหลบนรถไฟออเรียนซ์ เอ็กซ์เพรสแสนหรูหรา สง่างาม ที่เริ่มต้นออกเดินทางจากแหล่งอารยธรรมชั้นสูงในกรุงปารีส ผ่านศูนย์รวมแห่งสถาปัตยกรรมอันแสนงดงามฝั่งยุโรป สู่ตลาดอันแสนพลุกพล่าน ณ อิสตันบูลที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแสนอบอุ่นลุ่มลึกชวนให้นึกถึงช่วงเวลาแห่งการเดินทางที่หรูหรา โรแมนติก และแสนพิเศษที่ไม่เหมือนใคร พร้อมรสชาติที่แฝงไปด้วยความสดชื่น กระปรี่ประเปร่า จากมินต์ (Mint) รสชาติเอกลักษณ์เฉพาะมาร์วิส ผสานเข้ากับวัตถุดิบอันแสนโดดเด่นของแต่ละพื้นที่ อย่าง เลมอนออยล์ (Zesty Italian lemon oil) กลิ่นหอมสกัดจากดอกกุหลาบ (Fragrant rose) ส้มสายพันธุ์แทงเจอรีน (Tangerines) และเครื่องเทศให้ความหอมอย่างจันทน์เทศ (Nutmeg) คาราคัม (Karakum): กลิ่นของการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่อันแสนเหลือเชื่อที่ออกเดินทางจากทวีปเก่าแก่ที่สุดในโลกจาก […]

จะเป็นยังไง!? หากลองเอาดาวดวงอื่นในระบบสุริยะมาใกล้ๆ โลกแทนที่ดวงจันทร์

เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีความคิดแปลกๆ ว่า ถ้าเกิดดวงจันทร์ที่เราคุ้นตานั้นเกิดย้ายไปจากตำแหน่งเดิมที่มันควรอยู่ แล้วมีดาวดวงอื่นในระบบสุริยะมาแทนที่ แล้วท้องฟ้ายามราตรีที่เราเคยเห็นนั้นจะเป็นอย่างไร เพราะแม้ระยะทางกว่า 363,000 – 405,500 กิโลเมตร ที่ดวงจันทร์อยู่ห่างจากโลกนั้นจะดูไกลมาก แต่ถ้าลองเอาดาวดวงใหญ่ๆ อย่างดาวเสาร์ หรือดาวพฤหัสบดี มาแทนที่ตำแหน่งเดิมของดวงจันทร์ ท้องฟ้าเดิมที่เรารู้จักก็อาจจะกลายเป็นแบบนี้ ดวงจันทร์ตอนเต็มดวง ดาวศุกร์ ดาวพุธ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน ที่มา – theatlantic.com

เผยภาพสุดตระการตาของโลกยามราตรีที่ถูกบันทึกไว้โดย ‘องค์การนาซา’…เห็นประเทศไทยด้วยนะ

แม้จะเป็นช่วงเวลาที่หลายชีวิตกำลังหลับใหล และเหลือทิ้งไว้เพียงความมืดมิดที่เข้ามาแทนที่แสงจากดวงอาทิตย์เท่านั้น แต่เมื่อลองมองลงมาจากอวกาศแล้ว โลกยามค่ำคืนของมนุษย์เรานั้นอาจไม่เงียบเหงาอย่างที่หลายๆ คนคิด เพราะจากการสำรวจแสงสียามราตรีมานาน 25 ปีขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือองค์การนาซานาซานั้น ทำให้เห็นว่ามีพื้นที่มากมายบนโลกที่ค่ำคืนถูกย้อมไปด้วยแสงไฟจนกลายเป็นภาพสุดตระการตา ที่มองเห็นได้จากอวกาศเท่านั้น แม้จะเป็นภาพถ่ายที่สวยงามตระการตาเพียงใด แต่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์เรามีการใช้พลังงานไฟฟ้าอยู่ตลอดเวลา และได้สร้างมลภาวะทางแสงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว จึงไม่แปลกที่ตามเมืองใหญ่ทั่วโลกแทบจะไม่ปรากฏแสงดาวบนท้องฟ้าเลย ที่มา – twistedsifter.com/

รวม 7 ภาพถ่ายทางอากาศจากนาซ่า ที่ยืนยันว่าโลกได้รับผลกระทบจาก ‘ภาวะโลกร้อน’ แค่ไหน

อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวที่คนจำนวนไม่น้อยละเลยไป หรืออาจจะสนใจเพียงแค่สภาพอากาศรอบตัวที่ร้อนขึ้นกว่าปกติเท่านั้น แต่หากลองมองออกไปให้ไกลกว่านั้น หรือมองจากมุมที่ปกติเราไม่มีโอกาสได้เห็นสักเท่าไหร่ เช่นมองลงมาจากบนฟ้า และเปรียบเทียบภาพที่เห็นในวันนี้กับภาพในอีกเมื่อหลายสิบปีก่อน เราจะเห็นได้ว่า…โลกที่เราอาศัยอยู่นั้น เปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด พื้นที่น้ำแข็งในทะเลอาร์กติกที่ถูกถ่ายระหว่างกันยายน 1984 – กันยายน 2016 ซึ่งลดลงจาก 718,000 ตารางไมล์เหลือเพียง 42,000 ตารางไมล์ การลดลงของแนวธารน้ำแข็งที่ชายฝั่งในแอนตาร์กติกา ความแตกต่างระหว่างน้ำแข็งที่อยู่บนเกาะ Ellesmere Island ในแคนาดาระหว่างปี 2004 กับ 2015 ภาพของทะเลสาบ Mead ที่ถ่ายไว่เมื่อปี 1982 แต่เมื่อถึงปี 2010 พบว่าน้ำมันลดไปมากจนน่าใจหาย ลองเปรียบเทียบพื้นที่ป่าในประเทศบราซิลระหว่างปี 1984 กับ 2011 ดูสิ ภาพระดับน้ำในทะเลสาบ Proctor ที่ลดลงไปอย่างน่าใจหาย สภาพแผนที่อากาศที่แสดงความแห้งแล้งของป่าในจอร์เจีย ที่มา – viralnova.com

ล้ำได้อีก!! สถาปนิกมะกันผุดไอเดียตึกระฟ้าที่ห้อยมาจากอวกาศ และมียอดตึกอยู่บนโลก

หากเป้าหมายของการออกแบบด้านสถาปนิกคือการสร้างสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน หรือการสร้างสิ่งปลูกสร้างที่อาจกลายเป็นสถิติให้โลกต้องจารึก เช่นนั้นเจ้าตึกระฟ้าที่ชื่อว่า Analemma Tower ก็คงจะเข้าหลักเกณฑ์นี้ทุกประการ เพราะมันคือไอเดียการก่อสร้างที่แปลกและแหวกแนวที่สุด เมื่อเราจะต้องมีตึกที่ห้อยลงมาจากดาวเคราะห์น้อย และมียอดตึกยื่นลงมาบนพื้นโลก ไอเดียสุดขั้วนี้เป็นของเหล่าสถาปนิกจากบริษัทสัญชาติอเมริกันนามว่า Clouds Architecture Office ที่ต้องการสร้างสิ่งปลูกสร้างที่แหกทุกกฎเกณฑ์ที่เคยมีมาด้วยการสร้างตึกที่ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบความสูง ด้วยการสร้างตึกที่ห้อยลงมาจากดาวเคราะห์น้อยนอกโลก และยึดไว้กับสายเคเบิ้ลที่มีความแข็งแรงมาก ทั้งยังได้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ ส่วนนํ้าสร้างจากนํ้าฝนเหนือชั้นบรรยากาศที่ผ่านการกรองจนสะอาดแล้ว อีกหนึ่งความพิเศษของตึกมหึมานี้ นั่นคือบรรยากาศที่แตกต่างกันไปตามแต่ละระดับความสูงที่ชั้นในตึกนั้นตั้งอยู่ ซึ่งส่งผลให้สภาพอากาศหรืออุณหภูมิ รวมถึงวิวต่างๆ ก็จะไม่เหมือนกัน ดังนั้นราคาเข้าพักอาศัยจะแตกต่างกันด้วย และตึกดังกล่าวอาจเคลื่อนที่ไปตามมุมต่างๆ ทั่วโลก ตามการโคจรของดาวเคราะห์ที่มันห้อยอยู่ด้วย แม้จะดูเป็นไอเดียที่เกินจะเชื่อว่าจะกลายเป็นจริงได้ แต่นี่ครั้งแรกที่บริษัทนี้เสนอแนวคิดสุดขั้วนี้ขึ้นมา เพราะก่อนหน้านี้บริษัทดังกล่าวเคยประกาศที่จะสร้างระบบขนส่งสิ่งของจากโลกสู่อวกาศในลักษณะของตึกมากแล้ว และยังเคยออกแบบบ้านสำหรับนำไปตั้งบนดาวอังคาร และยังได้พาร์ทเนอร์เป็นองค์กร NASA ที่สนใจและเชื่อว่าผลงานเหล่านี้สามารถเป็นจริงได้ ที่มา – cloudsao.com

keyboard_arrow_up